8
“ออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนไหน ใครมารับ แล้วพวกแกปล่อยให้ต้นข้าวกลับบ้านไปได้ยังไง” คำถามที่ออกมาเป็นชุดใหญ่ทำให้ทั้งสองตอบแทบไม่ทัน ผู้หญิงอื่นหากเสร็จธุระจะกลับไปตอนไหน
เจ้านายหนุ่มไม่เคยบ่นไม่เคยโกรธ แต่คนนี้ทำไมถึงหน้าดำหน้าแดงเมื่อรู้ว่าเธอคนนั้นกลับบ้านไปแล้ว
“ออกไปเมื่อประมาณหนึ่งชั่วโมงแล้วครับ เธอกลับบ้านไปคนเดียวไม่มีใครมารับ ส่วนที่เจ้านายถามผมว่าปล่อยให้ต้นข้าวกลับบ้านไปได้ยังไง ก็เจ้านายไม่ได้สั่งให้ผมกักตัวเธอไว้นี่ครับ”
บำรุงตอบเป็นข้อๆ เพราะตอนที่เขากำลังดูความเรียบร้อย เนื่องจากพนักงานของโรงแรม มาเก็บอุปกรณ์และอาหาร เครื่องดื่มที่ถูกจัดเรียงไว้ที่ระเบียงห้อง เนื่องจากกว่าที่งานเลี้ยงจะเลิก เวลาก็ล่วงเลยมาค่อนคืน เจ้านายหนุ่มจึงจ่ายเงินให้เป็นพิเศษ และให้มาเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ในวันรุ่งขึ้นแทน
“โธ่เว้ย!!..ไม่ได้เรื่องเลยสักคน”
เขาพูดอย่างหัวเสีย เพราะคำพูดของจามรนั้นเป็นจริงทุกข้อ เขาไม่ได้สั่งให้กักตัวพิตตนันท์ไว้ เธอจึงเดินออกไปจากห้องนี้โดยง่าย เท้ายาวๆ ก้าวไปที่ประตูห้องพัก เปิดประตูและก้าวเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ทำให้จักรและจามรต้องรีบวิ่งตามออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่มีใครกล้าถามว่าเจ้านายหนุ่มจะไปไหน
“ไอ้รุต..บ้านต้นข้าวอยู่ไหน”
กัณติพัฒน์โทรศัพท์ถามมารุตด้วยน้ำเสียงร้อนรน หลังจากที่เขานั่งอยู่ในรถยนต์คันหรูราคาหลายสิบล้าน ปลายสายแอบยิ้มเมื่อได้ยินน้ำเสียงของเพื่อนรัก ไม่ต้องเห็นกับตาหรอกว่าตอนนี้ใบหน้าของเพื่อนรักเป็นอย่างไร เพราะเขานึกภาพนั้นออก
“ทำไมติดใจหรือไง”
“เปล่า..แค่อยากให้ทิปก็เท่านั้น” ชายหนุ่มแก้ตัว เพราะเขาไม่เคยแสดงท่าทางหรือน้ำเสียงแบบนี้มาก่อน
“อ๋อ!!..ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันให้ทิปแทนนายก็ได้ ว่าแต่จะให้เท่าไหร่ล่ะ” มารุตเสนอตัว
“ไม่ต้อง..ฉันจะให้เค้าเอง อย่าโยกโย้บอกมาว่าอยู่ไหน” เขาถามเสียงเข้ม
“นายมาที่บ้านสวนของฉันก็แล้วกัน” มารุตพูดก่อนจะตัดสายทิ้ง
“ไปบ้านสวนของมารุต” กัณติพัฒน์สั่งจามรที่ทำหน้าที่ขับรถ ก่อนจะนั่งนับเวลาที่จะได้เจอพิตตนันท์ ดอกไม้ที่หอมที่สุดของเขา
กว่าจะมาถึงบ้านสวนของมารุตได้ ต้องผ่านการจลาจรที่ติดขัดอย่างหนักของเมืองหลวง แต่พอเข้าเขตชานเมืองรถยนต์เริ่มลดน้อยลง บรรยากาศโดยรอบดูเปลี่ยนไป มองเห็นต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นตามริมทางมากขึ้น วิถีชีวิตที่นี่แตกต่างกับในเมืองหลวง ตัวใครตัวมัน หากแต่ที่นี่ไม่ใช่ ทุกคนอยู่ด้วยกันดุจญาติพี่น้อง พึ่งพาอาศัยกันดูแลเอาใจใส่กัน รถยนต์คันงามของกัณติพัฒน์แล่นเข้ามาจอดภายในเขตบ้านสวนของมารุต ที่มีเนื้อที่ของบ้านกว่าสามไร่ โดยมีเจ้าของบ้านนั่งรออยู่ที่โต๊ะหินอ่อนกลางสนาม
“บ้านต้นข้าวอยู่ที่ไหน..ไอ้รุต” กัณติพัฒน์เอ่ยถามทันทีที่เห็นหน้าเพื่อนสนิท
“ใจร้อนจังเพื่อนฉัน ไหนบอกว่าไม่ติดใจไง” มารุตถามอย่างกวนๆ
“ก็บอกแล้วไงว่าอยากให้ทิป” ชายหนุ่มยังคงแก้ตัว
“ฉันก็บอกนายแล้ว ว่าจะให้เองนายก็ไม่เชื่อ แต่เอ!!..นายไม่เคยเป็นอย่างนี้นี่นา..พอเช้ามาทุกอย่างก็จบแต่นี่นายไม่ยักกะจบ” มารุตอดค่อนขอดเพื่อนรักไม่ได้
“เมื่อคืนนายมอบอะไรเป็นของขวัญวันเกิดให้ฉัน” มารุตรู้สึกมึนงงกับคำถามของกัณติพัฒน์เป็นอย่างมาก แต่ก็ตอบออกไป
“ผู้หญิง..ฉันมอบต้นข้าวเป็นของขวัญวันเกิดให้นาย”
“นั่นแหละเหตุผลที่ฉันมาที่นี่..ฉันจะมาเอาของขวัญวันเกิดของฉันคืน” กัณติพัฒน์พูดเสียงหนักแน่น หากแต่มารุตกลับร้องเสียงดังขึ้นมาทันที
“จะบ้าเหรอไอ้กัน..ฉันแค่ให้ต้นข้าวเป็นของขวัญวันเกิดนานแค่คืนเดียวนะ ไม่ใช่ตลอดไป”
“ไม่รู้แหละ..ให้แล้วให้เลย” กัณติพัฒน์ทำตัวราวกับเด็กหวงของ
“ไอ้กันแกทำอย่างนี้ไม่ได้นะ ฉันบอกกับต้นข้าวไว้ว่าแกเป็นคนเบื่อง่าย นอนกับนายแค่คืนเดียวอย่างมากก็สามคืนเท่านั้น ซึ่งเค้าก็ตกลงตามที่ฉันพูดไป แต่นี่แกจะโมเมเอาต้นข้าวเค้ามาเป็นของนายไม่ได้นะ..ฉันเสียหมาแน่งานนี้” มารุตบ่นให้กัณติพัฒน์ที่นั่งไม่รับรู้คำพูดของมารุต
“เหรอ!!..แกพูดอย่างนั้นเหรอ เอาเป็นว่าถ้าฉันไม่เบื่อต้นข้าว..เธอก็ยังอยู่กับฉันได้..ตามที่นายสัญญาไว้กับต้นข้าวใช่ไหม..งั้นฉันไม่เบื่อก็ได้”
มารุตนั่งกุมขมับกับคำพูดที่ชวนปวดหัวของเพื่อนรัก บทจะพูดง่ายก็ง่ายเสียเหลือเกิน พอบทจะพูดยากเขาแทบอยากจะบ้าตาย
“ไอ้กัน..ผู้หญิงอื่นมีตั้งเยอะแยะไป อย่าไปยุ่งกับต้นข้าวเลย ปล่อยเค้าไปเถอะ”
“เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะนายนะรุต ถ้านายไม่ให้ต้นข้าวเค้าไปเป็นของขวัญวันเกิดให้ฉัน เรื่องมันจะเป็นแบบนี้ไหม เพราะฉะนั้นงานนี้นายผิดเต็มๆ และต้องจัดการให้ฉันด้วย”
จริงอย่างที่กัณติพัฒน์พูด เรื่องทุกอย่างเป็นความผิดของเขาเอง ทุกอย่างเขาเป็นคนเริ่ม สมควรที่จะมานั่งปวดหัวอยู่อย่างนี้
“โอ๊ย!!..จะบ้าตาย ไอ้กันแกนะแก..พอเจอของสดเข้าหน่อยติดใจเลยล่ะสิ” มารุตอดแดกดันเพื่อนไม่ได้
“อย่าพูดมาก..บ้านต้นข้าวอยู่ที่ไหน..บอกมาเร็วไม่งั้นแกกับฉันขาดกัน”
เขาพูดเสียงหนัก แต่ไม่เท่ากับมารุตที่หนักใจยิ่งกว่า เขาผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแรง ในใจเริ่มสำนึกได้ว่าเขาคงคิดผิดที่ให้ของขวัญเพื่อนรัก ด้วยของที่มีชีวิตและลมหายใจ
“ตามมาจะพาไป” มารุตพูดสั้นๆ ก่อนจะเดินนำเพื่อนรักไปที่บ้านของพิตตนันท์ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านของเขามากนัก
“ฉันถามอะไรนายอย่างได้หรือเปล่ารุต” กัณติพัฒน์มีเรื่องบางอย่างที่ค้างคาใจเขาอยู่
“อะไร”
“ต้นข้าวมีความจำเป็นอะไรที่ต้องมาเป็นของขวัญวันเกิดให้กับฉัน เพื่อแลกกับเงิน” มารุตมองหน้าเพื่อนสนิท ยิ้มบางๆ กับความคิดที่ไม่เข้าท่าของตน