ตอนที่ 1 คำสัตย์
วังหลวงแคว้นอู่เหลียง
แคว้นอู่เหลียงมีศึกสงครามยาวนานต่อเนื่องมาถึงห้าปี ระหว่างนั้นแม่ทัพใหญ่กงหลิวเย่ผู้เป็นบิดาของสองพี่น้อง กงอวี้หลินและกงโม่เหอได้สิ้นชีพไปในสนามรบ
ช่วงสองปีก่อนจบสิ้นสงคราม กงโม่เหอบุตรชายเพียงคนเดียวของกงหลิวเย่ได้สืบทอดตราแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นอู่เหลียงนำทัพออกรบแทนบิดาจนได้รับชัยชนะกลับมาในที่สุด
สิ้นสงครามฮ่องเต้เฉินจู่เหวินจึงแสดงพระเมตตาเรียกสองพี่น้องให้มาเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์เพื่อมอบบำเหน็จรางวัล
แต่ทันทีที่ได้เห็นใบหน้าสะคราญของกงอวี้หลิน หญิงสาวผู้งดงามราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดของจิตรกรมีชื่อ ไม่ว่าจะเส้นผมผิวพรรณ ปากตาคิ้ว กิริยาท่าทางนุ่มนวลอ่อนช้อยทุกกระเบียดนิ้ว ทุกสิ่งที่ถักทอรวมเป็นตัวนางล้วนดีงามไปหมด เฉินจู่เหวินเกิดพึงพอใจในตัวอีกฝ่ายจนคิดอยากจะครอบครอง
“โม่เหอ ยามนี้เจ้าก็ 21 ปีเต็มแล้วสินะ ที่ผ่านมาเราขอบใจเจ้าที่เสียสละเวลาส่วนตัวเพื่อรับใช้บ้านเมือง ถึงเวลาที่เจ้าจะได้หยุดพักหาสตรีดีงามสักคนไปดูแลจวนแล้วกระมัง”
“ฝ่าบาทกำลังจะรับสั่งสิ่งใดกันแน่? กระหม่อมหาได้สนใจเรื่องอิสตรีไม่ พระองค์ก็ทรงทราบดีมิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ” ชายหนุ่มหลบตาคล้ายไม่สนใจแต่ในใจกลับร้อนรุ่ม เขาหวั่นเกรงเหลือเกินว่าเฉินจู่เหวินจะหาทางยัดเยียดสตรีมาให้ตนอีกครั้ง
“ข้าย่อมรู้ดี ที่เจ้ายังไม่รีบร้อนก็เพราะเป็นห่วงพี่สาวคนเดียวของเจ้าใช่หรือไม่ ข้าคิดเรื่องนี้ไว้แล้วล่ะ”
ลางสังหรณ์ไม่ดีบางประการผุดขึ้นในใจของกงโม่เหอ แต่เขากลับยังคงแสดงสีหน้าเรียบเฉยรอฟังประโยคต่อไปของฮ่องเต้ผู้เปรียบเสมือนพี่ชายคนหนึ่งของตน
“บรรพชนสกุลกงหลายรุ่นล้วนเป็นขุนศึกรับใช้อดีตฮ่องเต้ผู้ล่วงลับมาหลายพระองค์เช่นกัน เพื่อแสดงการตอบแทนจากใจจริง ข้าจะแต่งตั้งกงอวี้หลินพี่สาวเจ้าให้เป็นพระสนม คราวนี้เจ้าจะได้หมดกังวลเรื่องพี่สาว ใช้ชีวิตวัยหนุ่มได้ตามปกติเหมือนบุรุษผู้อื่นเขาได้เสียที”
เฉินจู่เหวินไม่ได้รอฟังคำตอบจากสองพี่น้อง เขาหันไปสั่งความกับหลูกงกงคนสนิทเพียงไม่กี่ประโยค พระราชโองการสีทองอร่ามก็ถูกประทับตราและยื่นส่งกลับมาให้กงโม่เหอโดยไม่ทันตั้งตัว
“ฝ่าบาท!!” กงโม่เหอโกรธจนแทบจะกระอักเลือด แต่ถูกสายตาอ้อนวอนของหลูกงกง รวมทั้งพี่สาวพยายามดึงร่างสูงที่สั่นเทิ้มให้คุกเข่ารับราชโองการพร้อมกันกับนาง
ถ้อยคำในราชโองการบ่งบอกถึงรายการทรัพย์สินรวมทั้งที่ดินศักดินาจำนวนมหาศาลถูกหลูกงกงกล่าวออกมายาวเหยียด แน่นอนว่าราชโองการปูนบำเหน็จยกย่องคุณงามความดีของคนสกุลกงถูกเตรียมเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เพียงแค่ประโยคสุดท้ายที่เป็นการแต่งตั้งกงอวี้หลินขึ้นเป็นสนมชั้นผินนั้นเพิ่งจะถูกเพิ่มเติมลงไปเมื่อไม่กี่อึดใจนี่เอง
สองพี่น้องรับราชโองการด้วยความคับข้องหมองใจ แต่พวกเขาก็ไม่อาจขัดรับสั่ง
“บิดาของกระหม่อมจากไปยังไม่ทันครบสามปี แต่รางวัลที่ฝ่าบาทประทานให้เราสองพี่น้องกลับเป็นการบังคับใจพี่สาวของกระหม่อมต้องถวายตัวเข้าวัง!!”
แม่ทัพใหญ่ลุกยืนขึ้นจนเต็มความสูง ในมือกำพระราชโองการเอาไว้แน่น สายตาและน้ำเสียงของเขาแตกต่างไปจากคราวแรกราวคนละคน
“กงโม่เหอ!! เจ้าไม่พอใจเช่นนั้นหรือ!!” เฉินจู่เหวินเบิกตาโพลง บันดาลโทสะขึ้นมากะทันหัน
ตั้งแต่เล็กจนโตกงโม่เหอก็ติดตามแม่ทัพกงหลิวเย่เข้าออกวังหลวงมาโดยตลอด และกลายเป็นน้องชายที่สอยห้อยตามตนไปทุกที่ สิบกว่าปีที่ผ่านมาไม่เคยมีสักครั้งที่กงโม่เหอจะมีท่าทางแข็งข้อเช่นนี้!!
“โม่เหอ เจ้าหยุดประเดี๋ยวนี้!” กงอวี้หลินรีบส่งเสียงห้ามปรามไปยังน้องชาย ใบหน้างามขาวซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
แม้นางจะไม่เคยเข้าเฝ้าฮ่องเต้แต่ก็ได้ยินข่าวเรื่องความพระทัยร้อนและโหดเหี้ยมอำมหิตของเฉินจู่เหวินมาไม่น้อย ยามนี้น้องชายของนางกำลังประสานสายตากับฮ่องเต้อย่างไม่ยำเกรง หากเฉินจู่เหวินคิดจะลงมือ สกุลกงคงจบสิ้นแต่เพียงเท่านี้เป็นแน่
“ราชโองการไม่อาจฝ่าฝืน ผู้ต่ำต้อยเช่นกระหม่อมมิบังอาจ” กงโม่เหอแค่นเสียงออกมาด้วยความคับแค้นใจ
“เช่นนั้นกระหม่อมก็จะขอรางวัลเพิ่มเติมจากพระองค์เช่นกัน ขอพระองค์ทรงพระกรุณา....”
เฉินจู่เหวินปรายตามองไปยังร่างใหญ่ที่ยังคงยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า เพียงครู่เดียวอารมณ์ขุ่นมัวของเขาที่เพิ่งจะกดข่มลงไปเมื่อครู่กลับทะยานพุ่งขึ้นสูงอีกครั้งจากคำพูดของอีกฝ่าย
“หม่อมฉันขอคืนตราสัญลักษณ์ตำแหน่งแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นอู่เหลียงให้กับพระองค์ อย่างที่ฝ่าบาทตรัสไว้เมื่อครู่ สกุลกงภักดีกับฮ่องเต้มาหลายรัชสมัย จากนี้ไปบุรุษสกุลกงทุกรุ่นจะไม่ขอเข้าร่วมการสอบขุนนาง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับราชสำนักอีก ขอพระองค์เมตตาด้วยพ่ะย่ะค่ะ!!”
“ฝ่าบาท!! พระอาญาไม่พ้นเกล้า!!” หลูกงกงทรุดตัวลงคุกเข่าพร้อมกับพยายามดึงร่างของชายหนุ่มให้คุกเข่าลงเพื่อร้องขอชีวิต
กงหลิวเย่บิดาของสองพี่น้องเป็นพระสหายร่วมเรียนกับอดีตฮ่องเต้พระองค์ก่อน รวมทั้งเป็นสหายกับกงกงวัยชราผู้นี้ด้วยเช่นกัน หลูกงกงมิอาจทนเห็นหลานชายเพียงคนเดียวของสหายต้องจบชีวิตเพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันตรงหน้า
ปลายดาบคมกริบถูกเฉินจู่เหวินชักออกจากฝักมาพาดอยู่ที่คอของกงโม่เหอ ขอเพียงเฉินจู่เหวินออกแรงเพียงนิด ก็สามารถเอาชีวิตของแม่ทัพหนุ่มได้ไม่ยากนัก
“ฝ่าบาทเพคะ!! เมตตาไว้ชีวิตน้องชายของหม่อมฉันด้วย!!” กงอวี้หลินพุ่งตัวลงไปคุกเข่าอยู่แทบเท้าฮ่องเต้เฉินจู่เหวิน นางโขกศีรษะลงกับพื้นแรงๆ หลายต่อหลายครั้งจนของเหลวสีแดงไหลรินจากหน้าผากลงมาอาบดวงหน้างาม
ใบหน้าคร้ามคมของเฉินจู่เหวินขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน กล้ามเนื้อทุกตารางนิ้วบนร่างกายของฮ่องเต้หนุ่มอัดแน่นไปด้วยโทสะ แต่เมื่อลดสายตาไปมองหญิงสาวที่หมอบอยู่แทบเท้าร่ำไห้จนแทบจะขาดใจ ร่างกายของเขากลับพลันอ่อนยวบลงโดยไม่รู้ตัว
แม้จะเป็นการพบหน้ากันครั้งแรกระหว่างเขาและกงอวี้หลิน แต่เฉินจู่เหวินก็ตกหลุมรักนางไปเสียแล้ว เขาทนเห็นสตรีผู้นี้เจ็บปวดไม่ได้จริงๆ
“ดี!! คิดได้ดีจริงๆ กงโม่เหอ!!” เฉินจู่เหวินบันดาลโทสะจนใบหน้าดำคล้ำไปหมด แต่เขากลับยอมลดดาบในมือลง
“หากเป็นความประสงค์ของเจ้า มีหรือข้าจะไม่อนุญาต และเจ้าจำเอาไว้ให้มั่นว่าที่ศีรษะเจ้ายังไม่หลุดจากบ่าในวันนี้เป็นเพราะคำขอร้องของพี่สาวเจ้า”
หลูกงกงลุกขึ้นมารับตราสัญลักษณ์จากมือกงโม่เหอด้วยสมองที่ว่างเปล่าขาวโพลนไปหมด เขามองเห็นความเจ็บปวดในดวงตาของบุรุษทั้งคู่อย่างแจ่มชัด แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาแทนผู้ใดได้ในเวลานี้
“วันใดที่กระหม่อมรู้ว่าพี่สาวของกระหม่อมไม่ได้รับความเป็นธรรม กระหม่อมจะกลับมาทวงคืนความยุติธรรมให้กับคนสกุลกง!!”
บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความตึงเครียด ร่างในฉลองพระองค์สีเหลืองทองอร่ามแผ่รังสีน่าสะพรึงกลัว แต่บุรุษในชุดสีดำสนิททั้งตัวกลับไม่รู้สึกหวั่นเกรง สายตาที่สบประสานวัดใจกันอยู่นั้นเต็มไปด้วยความดุเดือดชนิดไม่มีใครยอมใคร
แต่คนที่หัวใจแทบจะหยุดเต้นไปเดี๋ยวนั้นกลับเป็นหลูกงกงที่รู้เห็นเหตุการณ์มาโดยตลอด วาจาอาจเอื้อมห้าวหาญของกงโม่เหอเมื่อครู่แฝงความพยาบาทและท้าทาย คราวนี้ชายหนุ่มจะมีอีกกี่สิบหัวให้ตัดก็ยังไม่พอ!!
“ท..ทะ..ท่านแม่ทัพ!! คุกเข่าขอความเมตตาจากฝ่าบาทเร็วเข้า!!” หลูกงกงละล่ำละลักกล่าว
ไม่ทันแล้ว!!! หลูกงกงลมแทบจับ ดาบในมือของเฉินจู่เหวินถูกยกขึ้นมาอีกครั้ง!
กงโม่เหอไม่ได้หลบหลีก ไม่ขยับขาแม้เพียงครึ่งก้าว! สัญชาตญาณนักรบของเขาอ่านแววตาของเฉินจู่เหวินได้ชัดแจ้งว่าอีกฝ่ายมิได้หมายจะเอาชีวิต!
ปลายดาบแหลมคมจรดลงไปที่ซีกหน้าด้านซ้ายของแม่ทัพหนุ่ม เฉินจู่เหวินออกแรงกรีดบาดแผลยาวราว 3 ชุ่น (ราว 3 นิ้ว) ไว้บนใบหน้าของกงโม่เหอก่อนจะดึงมือกลับมา
“เจ้าคิดว่าข้าจะสร้างความลำบากให้กับพี่สาวเจ้าเช่นนั้นหรือกงโม่เหอ!!” เฉินจู่เหวินแสยะยิ้มเสียงเย็น นัยน์ตาสีดำของเขาเวลานี้ราวกับมีเพลิงโทสะพวยพุ่งออกมา
"ข้าจะหลั่งโลหิตของข้าด้วยดาบเล่มเดียวกันกับเจ้าเพื่อให้คำสัตย์! ความกตัญญูที่บรรพบุรุษสกุลกงทุ่มเทให้กับแผ่นดินอู่เหลียงข้าขอชดใช้คืนให้กับกงอวี้หลินทั้งหมด!! ส่วนเจ้ากงโม่เหอ! จากนี้ต่อไปข้าจะคิดเสียว่าไม่เคยรู้จักเจ้า!!
“ฝ่าบาท!! พระวรกายของพระองค์มีค่ากว่าทองคำพ่ะย่ะค่ะ!” หลูกงกงน้ำตาคลอล้นเอ่อ การปล่อยให้ฮ่องเต้หลั่งโลหิตมิใช่เรื่องเล็กๆ แต่เขาห้ามไม่ทัน!!
เฉินจู่เหวินกรีดคมดาบลงบนฝ่ามือด้านซ้ายของพระองค์หนึ่งแผล โลหิตสีแดงฉานไหลรินหลอมรวมกับโลหิตของกงโม่เหอที่ยังค้างคาอยู่บนดาบเล่มเดียวกัน!!