"คุณกฤษ ลูกชายคุณมันทำบ้าอะไร อย่าบอกนะว่ามันจะเปิดตัวผู้หญิงคนนั้นอย่างเป็นทางการแล้ว แล้วเมียที่กำลังอุ้มท้องลูกของมันอยู่นี่ล่ะ มันจะทำยังไงหะ?"
คุณมลฤดีหันกลับไปกระซิบกระซาบกับผู้เป็นสามีอีกครั้ง นางเองก็รู้สึกไม่สบายใจที่เห็นลูกชายมาร่วมงานพร้อมกับผู้หญิงคนอื่นเช่นวันนี้ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ทำไมนะทำไมธามธาราถึงไม่คิดจะไว้หน้าใครบ้างเลย
"มันไม่ใช่เวลาที่เราจะมาคุยเรื่องนี้กันตอนนี้หรอก รอให้สวดเสร็จก่อนเดี๋ยวผมจะถามลูกเอง"
"ฉันสงสารยายเข็มนี่สิ กำลังท้องกำลังไส้ ยังมีเรื่องสะเทือนใจ แถมมีเรื่องให้ต้องคิดมากเข้ามาในชีวิตแบบนี้อีก"
"แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ ก็เรื่องที่มันเกิดขึ้นทั้งหมดคุณแม่จัดการเองทั้งสิ้น พอไม่มีคุณแม่แล้วอะไร ๆ มันก็คงจะวุ่นวายน่าดูเลย บอกอยากจะมีเหลน อยากจะอุ้มเหลน แต่ตัวเองดันมาเสียชีวิตจากลาไปซะก่อน ไม่ทันจะได้เห็นหน้าเหลน ไม่ทันจะได้ชื่นชมเลย เฮ้อ...ผมก็ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไงต่อนะคุณมล"
"จะทำยังไงได้ล่ะคะ ในเมื่อลูกชายคุณมันก็หัวแข็งแบบนี้ ลูกในท้องเขมิกาก็เป็นหลานของเรา เราก็คงต้องช่วยกันดูแลแม้พ่อของมันจะไม่อยากดูดำดูดีก็ช่างเถอะ"
สองสามีภรรยาหันกลับไปมองเขมิกาที่กำลังยืนยิ้มไหว้รับกับแขกเหรื่อที่กำลังทยอยเดินเข้ามาทักทายและร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัวอยู่อย่างต่อเนื่อง
ใครจะไปคิดว่าคุณหญิงพิสมัยจะให้เด็กในปกครองที่ดูแลรับเลี้ยงมา ต้องแต่งงานและมีลูกกับหลานชายที่เป็นผู้สืบทอดมรดกเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลแบบนี้ได้ ทั้งที่ก็รู้ดีว่าธามธาราไม่ชอบวิธีคลุมถุงชน ไม่ชอบให้ใครต้องมาบังคับ แต่ไม่มีใครขัดความประสงค์ของคุณหญิงพิสมัยได้เลยสักอย่าง ประมุขใหญ่ของบ้านจึงต้องให้หลานชายลงเอยกับหลานสาวสุดที่รักที่นางเก็บมาเลี้ยงดู เขมิกาหญิงสาวที่น่ารักและแสนซื่อ น่าสงสารและกตัญญูกับนางที่สุด แต่คงจะลืมคิดไปว่าถ้าสิ้นใบบุญหนึ่งเดียวที่มีอยู่ ไม่ว่าหญิงสาวจะกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขาอยู่หรือไม่ ธามธาราก็ไม่มีทางจะลงเอยกับเขมิกาได้ ความทุกข์ทั้งหมดคงจะตกอยู่ที่เขมิกามากกว่าใคร เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าหญิงสาวแอบหลงรักธามธารามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ถ้าไม่รักเขมิกาก็คงจะไม่ยอมทำตามที่คุณย่าพิสมัยขอร้องมาแบบนั้นหรอก ไม่มีใครจะเอาทั้งชีวิตและความสุขของตัวเองมาผูกติดกับผู้ชายที่ตัวเองไม่ได้รักไม่ได้ชอบ
เวลาล่วงเลยผ่านจนแขกที่มาร่วมงานกลับจนหมด คุณกฤษณะเรียกลูกชายไปคุยด้วยเป็นการส่วนตัว ทำให้ในเวลานี้ทั้งสองพ่อลูกต้องอยู่เผชิญหน้ากันเป็นครั้งแรกในรอบสามเดือน ด้วยหน้าที่การงานที่ธามธาราต้องรับผิดชอบ ทำให้เขาไม่ได้มีเวลาจะพบเจอหน้าครอบครัวเลยแม้แต่น้อย
"แกทำอะไรของแกนะธาม รู้ทั้งรู้ว่าไม่ควรพาคนอื่นมาร่วมงานแบบนี้ด้วยแต่แกก็พาเขามา"
"มะลิไม่ใช่คนอื่นนะครับพ่อ จริง ๆ แล้วผมกับเขาควรจะได้ลงเอยกันตั้งแต่แรกแล้วนะครับ"
"แต่แกก็เลือกทำตามใจย่าของแกแล้วไม่ใช่เหรอธาม แกมีเมียและตอนนี้กำลังจะมีลูกแล้วด้วยนะ"
ทำเอาธามธาราต้องหันไปมองจ้องหน้าบิดาด้วยความไม่พอใจอีกครั้งจนได้
"ผมก็แค่ทำเพื่อความสบายใจของย่านะครับพ่อ ถ้าไม่ใช่เพราะย่าร้องขอ ผมไม่มีทางทำเรื่องบ้า ๆ แบบนั้นได้หรอก ย่าอยากให้ผมแต่งงานกับเขาผมก็แต่ง ย่าอยากให้ผมมีหลานให้ผมก็มีแล้ว แต่ตอนนี้ย่าก็ไม่อยู่แล้วผมขอชีวิตผมคืนไม่ได้เหรอครับพ่อ?"
"แกขอชีวิตของแกคืน แต่แกคงลืมไปแล้วไหมธามว่าแกก็ได้ทำลายชีวิตของเขมิกาเขาไปแล้วเช่นกัน ถ้าเป็นลูกผู้ชายมากพอแกไม่ควรเห็นแก่ตัวแบบนี้นะ"
"แต่ผมคุยกับเขมิการู้เรื่องแล้วนะครับพ่อ ผมกับเขาเราตกลงกันแล้วกับอนาคตและชีวิตหลังจากนี้"
"ตกลงว่ายังไง ไหนแกลองว่าให้ฉันฟังสิ?"
คุณกฤษณะยืนกอดอกจับจ้องมองหน้าลูกชายคนเดียว รอฟังคำอธิบายในสิ่งที่ลูกชายกำลังจะพูดด้วยใจจดจ่อ ธามธาราจ้องมองหน้าบิดา พร้อมกับหันหน้าไปมองเขมิกาอีกครั้ง เธอกำลังยืนพูดคุยกับมารดาของเขาอยู่ไม่ไกลจากตรงที่เขายืนเท่าไหร่นัก
"ลูกคลอดผมจะให้เขาเอาเด็กไว้กับเรา ส่วนเขาก็จะไปมีชีวิตใหม่ตามทางที่เขาเลือก"
"อะไรนะ แล้วยายเข็มจะยอมงั้นเหรอ?"
"ไม่รู้ครับ เขายังไม่ตกลงหรอก แต่ผมคิดว่าเขาคงไม่มีปัญหาอะไร ในเมื่อตอนนี้ย่าก็ไม่อยู่แล้ว เขมิกาเองก็คงไม่อยากจะมีบ่วงผูกคอแบบนี้หรอก เขาแค่ขัดใจใครไม่ได้ก็เลยเออออด้วยมาจนถึงตอนนี้เหมือนกับผมนั่นล่ะ"
"แกก็พูดง่ายสิ แกไม่ได้อุ้มท้อง แกไม่ได้ผูกพันกับลูกเหมือนอย่างที่แม่ลูกเขาผูกพันกัน มันไม่ใช่ทางออกของปัญหานี้ ฉันไม่เห็นด้วย"
"แล้วพ่อจะให้ผมทำยังไง ผมไม่ได้รักเขา คนไม่ได้รักกันมันจะใช้ชีวิตอยู่กันไปให้มีความสุขได้ยังไงกันครับ?"
"แต่สิ่งที่แกกำลังคิดจะทำมันก็ไม่ถูกเหมือนกัน แกไม่สงสารเขมิกาหรือไงธาม ยังไงเขมิกาก็ได้ขึ้นชื่อว่าลูกสะใภ้ของฉันแล้ว จะถูกต้องตามกฏหมายหรือเปล่าฉันไม่ได้สนใจหรอกนะ แต่หลานของฉันที่กำลังจะเกิดมาต้องมีชีวิตที่มีทั้งแม่และพ่อ เขมิกาจะอยู่บ้านนี้ต่อไปไม่ว่าแกจะตัดสินใจยังไงก็ตาม แต่ฉันจะให้ทุกอย่างคงอยู่แบบนี้เหมือนเดิม"
"แล้วชีวิตนี้ผมเลือกอะไรได้ล่ะพ่อ ถ้าทุกคนจะเลือกบงการชีวิตผมแบบนี้จะมาถามผมอีกทำไม นึกว่าสิ้นคุณย่าไปแล้วชีวิตจะง่ายและดีกว่าเดิมซะอีก เอาไปเอามามันก็ยังวนลูปเหมือนเดิมอยู่นั่นแหละ ใครจะทำยังไงก็เชิญเลยนะครับ แต่ผมก็จะทำในสิ่งที่ผมอยากจะทำอยู่ดี"
ธามธาราเดินผ่านหน้าบิดาออกไปด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดหัวเสีย คุณกฤษณะได้แต่จ้องมองแผ่นหลังของลูกชายพร้อมกับส่ายหน้าไปมาเบา ๆ กับพ่อและแม่ธามธาราเป็นคนหัวดื้อ แต่ก็รักผู้เป็นย่ามากจนยอมทำตามคำขอร้องทุกอย่างแบบไม่กล้าปฏิเสธ พอมาวันนี้ผู้เป็นย่าจากไปแล้ว ชายหนุ่มคงไม่ต้องเกรงใจหรือเกรงกลัวใครได้อีกสินะ จะสงสารก็แต่เขมิกาความสุขของหญิงสาวยังจะมีอยู่อีกไหมในชีวิตนี้...