Chapter 6 โซ่สวาท (2)
'พี่ใบบัวยังไม่กลับอีกเหรอ’
วาดจันทร์มองไปยังโรงรถท่ามกลางความมืดสลัวที่เริ่มโรยตัวเข้ามา รู้สึกไม่สบายใจที่รถของพี่สาวตนยังไม่กลับเข้ามา...ฝ่ายนั้นบอกไว้ว่าไปไม่นาน หล่อนนึกอยู่แล้วเชียวว่ามันจะต้องตรงกันข้าม ไม่มีทางที่ออกไปแล้วจะกลับเข้ามาง่ายๆ ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่เข้ารอยเดิม
เหลือบมองคนที่เดินมาข้างๆ เขาเงียบเสียจนน่ากลัวว่ากำลังคิดอะไร หล่อนกลัวว่ามันจะเข้ารอยเดิมอีกครั้ง ทะเลาะกันรุนแรงแล้วก็ลงเอยด้วยการหันหลังไม่พูดไม่จากันให้เข้าใจ
'จะระเบิดลงอีกมั้ยนะ’
หล่อนคิดอย่างหวั่นๆ เพราะรู้ในนิสัยกันดี บทจะเย็นก็เย็นได้อย่างไม่น่าเชื่อ เขาเป็นคนไม่ค่อยพูดพร่ำเพรื่อหรือแสดงความรู้สึกใดๆ ให้ใครจับได้ แต่หากเขาโกรธขึ้นมาแล้วทุกอย่างจะพังลงไปในชั่วพริบตา หล่อนกลัวว่ามันจะเป็นอย่างหลังเสียมากกว่า กลัวเขาจะกลับไปดื่มเหล้าตามเดิม
เมา ทะเลาะกัน เมียหนี สองแฝดที่ขาดแม่ ผลสุดท้ายหล่อนก็ทิ้งไปไม่ลง
พี่สาวเธอนั้นหาเรื่องอีกแท้ๆ...ความเงียบมาห่มคลุมนับตั้งแต่เข้ามาในบ้าน หญิงสาวเดินตามคนที่เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จาขึ้นไปที่ชั้นบน เพื่อพาสองแฝดเข้าไปส่งในห้อง...แล้วใครจะช่วยเขาเพราะถ้าลูกยังไม่หลับเขาก็จะไม่มีเวลาปลีกตัวไปทำอย่างอื่น ที่สำคัญเขายังไม่ได้ทานข้าวเย็น
เพียงบานประตูเปิดออกหล่อนก็ทำละล้าละลัง จู่ๆ ก็ไม่กล้าเข้าไปข้างใน ทั้งที่เมื่อก่อนเข้าไปอยู่กับหลานจนคุ้นเคย ประหนึ่งเป็นห้องของตัว
ตะวันวาดหันมามองคนที่ยืนละล้าละลังอยู่หน้าห้อง เป็นคำแรกที่เขาเอ่ยนับตั้งแต่เข้าบ้านมา
"เธอกลัวฉันขนาดนั้นเลยเหรอใบตอง”
คำถามของเขาแฝงอะไรหล่อนไม่รู้ แต่สัมผัสพิเศษก็ทำให้ความทรงจำในคืนนั้นผุดขึ้นมาหลอกหลอน จนการเผชิญหน้ากับเขาในตอนนี้กลายเป็นความประหม่าขึ้นมาทันที
"ฉันไม่ได้เมา มีสติดี คงไม่จับเธอปล้ำแน่นอน"
แล้วจะตอกย้ำให้ได้อะไร ยิ่งอยากลืมๆ มันไป อยากให้เขาทำเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้น คนฟังคิดพร้อมเหลือบตามอง แวบแรกที่สบกับแววตาซ่อนความหมายของเขา หล่อนก็ร้อนวูบวาบไปทั้งร่างกาย
หล่อนเห็นเขาวางน้องคนเล็กไว้บนเบาะ จึงเห็นจังหวะได้ทีที่จะปลีกตัว "ใบตองจะไปอาบน้ำ พี่แทนรับย่าหยาไปสิคะ"
ตะวันวาดเดินกลับมาหาคนที่ยืนขวางอยู่หน้าห้อง แล้วสบตากับเธอ
"เธอกินข้าวหรือยัง"
เขาถามทั้งๆ ที่รู้เพราะเพิ่งจะกลับเข้ามาด้วยกัน แต่ก็นึกคำพูดที่ดีกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว
"ยังค่ะ"
อีกคนก็พาซื่อ เพราะไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน ครั้นจะบอกว่าทานแล้วเขาก็จับได้อยู่ดีว่าหล่อนกำลังโกหก
"ไปกินพร้อมกันไหม"
คนฟังทำหน้างง เพราะร้อยวันพันปีเขาไม่เคยชวน
"ฉันหิวแล้ว ไปเรียกป้ากุลให้มาช่วยดูก่อน ถ้าไม่กินตอนนี้เธอจะไปกินตอนไหน อิ่มทิพย์รึไง"
แล้วทำไมเขาถึงไม่รอคนที่ยังไม่กลับมา คราวนี้หล่อนปากไวโพล่งสิ่งที่คิดออกมา "แล้ว...เอ่อ...ไม่รอพี่ใบบัวเหรอคะ"
แวบหนึ่งคล้ายเห็นเขากระตุกยิ้มเยาะ เขาอาจกำลังเยาะเย้ยหัวใจตัวเองที่โง่งม เพราะในรอยยิ้มคล้ายกำลังกลบเกลื่อนความเจ็บปวดที่อยู่ในแววตาคู่นั้น วาดจันทร์ยืนนิ่งมองตามแผ่นหลังกว้างที่อุ้มแฝดคนพี่เข้าไปข้างใน
สักพักเขาก็เดินกลับมาตัวเปล่า ผ่านหน้าหล่อนไปแล้วไม่วายกำชับ ฟังดูคล้ายมัดมือชกไปในที
"ไปตามป้ากุลมาอยู่เป็นเพื่อนสักพัก ฉันจะลงไปรอที่ในครัว"
"แต่พี่ใบบัวยังไม่กลับ ไม่รอเธอเหรอคะ เดี๋ยวก็คงมา"
"ไม่รอ!"
เป็นอันรู้กันว่าให้เลิกเซ้าซี้ วาดจันทร์หลุบตาลงต่ำหลีกหนีแววตาที่เหลือบมองตนพร้อมชักสีหน้ารำคาญ
ตะวันวาดเดินลงไปก่อน ทิ้งให้วาดจันทร์ยืนงงกับความรู้สึกนึกคิดที่เดาไม่ถูก ความคิดเขานั้นเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย มันขึ้นๆ ลงๆ ตามอารมณ์ที่ไม่คงที่ของเจ้าตัว
จังหวะที่กำลังจะก้าวขาเดินตาม เหมือนมีบางอย่างมาทำให้ต้องหยุดคิด สิ่งที่เขากำลังทำนั้นก่อความผูกพันธ์โดยไม่รู้ตัว สิ่งที่ยากยิ่งกว่าสิ่งใดคือการจากไปโดยทิ้งหัวใจไว้ข้างหลัง ทิ้งความทรงจำทุกอย่างเอาไว้แล้วเริ่มต้นใหม่เพียงลำพัง
วาดจันทร์เดินเข้าไปในครัวหลังจากที่ตามพิกุลให้มาช่วยอยู่เป็นเพื่อนสองแฝด หล่อนมองไปยังกับข้าวหลายอย่างที่อีกฝ่ายทำไว้ ดูแล้วคงทำเผื่อพี่สาวตนที่ป่านนี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมา
"อื้อหือ"
เพียงเปิดฝาโถกระเบื้องใส่กับข้าว กลิ่นที่ชวนคลื่นเ**ยนก็โชยมาแตะจมูก มองดูมันเป็นหมูทอดกระเทียมที่เคยโปรดปราน หญิงสาวรีบปิดฝาพร้อมมืออีกข้างยกมาปิดปากแล้ววิ่งไปที่อ่างล้างมือ เมื่อความปั่นป่วนข้างในกำลังทำให้อยากอาเจียนออกมา
หล่อนยืนเซเมื่ออาเจียนจนหมดแรง หากแต่ว่าความ
คลื่นเ**ยนนั้นจู่โจมมาเป็นระยะไม่ยอมหาย อาการคล้ายๆ ที่หล่อนกำลังเป็นไม่ต่างไปจากเมื่อคราวปานจันทร์ ตอนฝ่ายนั้นตั้งท้องสองแฝดก็แพ้ท้องอย่างรุนแรงจนนอนซม
เสียงที่ไม่ปกติดังออกมาถึงโต๊ะอาหาร ตะวันวาดเหลียวมองอย่างแปลกใจ เขานิ่งฟังอยู่สักพักก่อนตัดสินใจลุกไปดูคนที่หายไปนานจนผิดสังเกต นับว่าเขามาทันเวลา เพราะภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้ต้องรีบผลุนผลันรีบเร่ง อ้อมแขนแข็งแรงช้อนร่างที่เกือบทิ้งตัวลงบนพื้นไปแบบเฉียวฉิว เขาตกใจเมื่อหล่อนแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่ในอ้อมกอดตน
"ใบตองๆ"
เขาพยายามเขย่าเรียกแต่อีกฝ่ายไม่ยอมตื่น ความตกใจทำให้ความหิวนั้นจางหาย เมื่อตั้งสติได้จึงอุ้มร่างอ่อนปวกเปียกเดินออกไปจากห้องครัว วินาทีนั้นความรู้สึกหลายอย่างประเดประดังเข้ามา เขาไม่รู้มันคืออะไรแต่ลึกๆ แล้วเริ่มใจคอไม่ดีกลัวว่าหล่อนจะเป็นอะไรที่มากกว่าการเป็นลมธรรมดา...