วงการเดินแบบ นอกจากจะมีนายแบบหรือนางแบบ และดีไซเนอร์ที่ดูเด่นในงานแล้ว ยังมีผู้จัดและทีมงานอีกหลายฝ่ายที่อยู่เบื้องหลังโชว์อลังการเหล่านี้
ทั้งช่างแต่งหน้า ช่างทำผม ทีมจัดเสื้อผ้า ช่างไฟ ช่างเทคนิคต่างๆ ล้วนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จที่งดงาม แต่ไม่ค่อยมีคนกล่าวถึงมากนัก
ช่างแต่งหน้า ช่างผม และทีมเสื้อผ้า ยังถือว่าจัดอยู่ในระดับปกติ มีการพูดคุยเข้าถึงกลุ่มนางแบบและนายแบบบ้าง แต่กับบรรดาเบื้องหลังคนอื่นๆ นั้น กลับถูกมองข้ามจัดอยู่ในชนชั้นที่เหล่าคนเดินแบบนั้นไม่อยากพูดคุยด้วย
“ชั้นต่ำ” เกวลินด่าทีมงานคนหนึ่งที่เข้ามาขอถ่ายรูปกับเธอ
เขาเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ ใส่หมวกแก๊ป ใส่หน้ากากอนามัยมองเห็นเพียงดวงตา เสื้อผ้าเปื้อนฝุ่น ราวกับว่าทำงานจับกัง ดูแล้วคงไม่พ้นพวกทีมงานที่ตั้งเวทีไม่ก็ช่างไฟอะไรทำนองนั้น
เขาลดยิ้มลงเมื่อเห็นว่านางแบบที่ตนปลื้มนั้น กำลังแสดงท่าทีรังเกียจอยู่
“ลิน เธอทำไมพูดแบบนั้น พี่เขามาขอถ่ายรูปด้วยดีๆ นะ” เปรมจิต นางแบบอีกคนที่ไม่ได้มีชื่อเสียงเท่าเกวลินพูดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้ากำลังนิ่งเงียบไป
“ดูเนื้อตัวเข้าสิ สกปรกมอมแมมขนาดนั้น กลิ่นเหงื่อก็เหม็นคาว ฉันไม่ลดตัวคุยด้วยหรอกนะ” เกวลินพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงความรังเกียจแล้วเดินเข้าไปในห้องแต่งตัว
เปรมจิตส่ายหัวด้วยความระอากับมารยาทของนางแบบดังอย่างเธอ แล้วหันไปขอโทษเขาแทน
“เปรมต้องขอโทษแทนลินด้วยนะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ งั้นผมขอถ่ายรูปคู่กับคุณแทนได้หรือเปล่า” เขาถามเธอด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูราวกับว่าถามเพื่อเอาใจเธอเท่านั้น
“เปรมไม่ได้ดังอะไร ถ้าคุณไม่รังเกียจ เปรมก็ยินดีค่ะ” เธอพูดด้วยรอยยิ้มแล้วขยับเข้าไปถ่ายรูปคู่กับเขา
“ขอบคุณมากครับ” เขาบอกเธอแล้วเดินกลับไปยังหลังเวทีเพื่อทำงานของตนเองต่อ ในขณะที่เปรมจิตก็เดินไปอีกทาง
ในการเดินแบบครั้งนี้ เป็นการเดินแบบของห้องเสื้อณมนในคอลเลกชันฤดูหนาว ซึ่งแน่นอนว่าเกวลินได้รับเลือกให้ได้เดินในชุดฟีนาเล่
“วันนี้วันซ้อมใหญ่ ทุกคนเร่งมือเข้า ให้มันเหมือนวันจริง” คนที่ควบคุมงานในครั้งนี้ประกาศผ่านวิทยุสื่อสารที่มีทีมงานประจำอยู่ทุกจุด
ทุกคนรีบเร่งมือทำตามขั้นตอนที่ทางทีมงานเตรียมเอาไว้อย่างที่เคยซ้อมกันมาแล้วหลายหน
นางแบบมีจำนวนสิบคนกับนายแบบอีกสามคน เพราะบางชุดคือคอลเลกชันเดี่ยว และบางชุดเป็นงานคู่ ส่วนชุดฟีนาเล่นั้น เป็นงานชิ้นเดี่ยวที่เกวลินต้องใส่เดินคนเดียว
นางแบบแต่งหน้าและแต่งชุดที่จะใส่เดินจริงในวันงานอย่างจัดเต็ม ทยอยขึ้นเดินบนเวทีตามลำดับ
เปรมจิตเป็นลำดับที่เก้า เธอเดินคู่กับแดเนียลนายแบบชื่อดังที่เกวลินหมายปอง จากนั้นก็เป็นเกวลินที่ออกมาในชุดเดินแบบชุดแรกที่เป็นคอลเลกชันทั่วไป ก่อนจะหมุนฟูลเทิร์นอย่างโดดเด่นแล้วเดินกลับไปด้านหลัง
การเดินแบบวนมาสู่ลำดับที่หนึ่งอีกครั้งในเซตสุดท้ายที่ทุกคนจะได้สวมชุดเดินแบบคนละสองชุด ก่อนจะปิดท้ายด้วยชุดฟีนาเล่โดยเกวลิน
การซ้อมจริงได้จบลงในตอนนั้น หลังจากนั้นก็จะเป็นการยืนบนเวทีในขณะที่ดีไซเนอร์พูดถึงผลงานของตน
“เสร็จรึยังคะพี่เปี๊ยก ลินอยากกลับแล้ว” เกวลินร้องถามคนที่ควบคุมงานเดินแบบในครั้งนี้
ณมนที่เป็นดีไซเนอร์ได้แต่เอือมระอา แต่เพราะเกวลินคือนางแบบที่ดังที่สุดในตอนนี้ จึงต้องเอาใจเธอเพื่องานของตนเอง
“งั้นก็พักได้เลยจ้ะเปี๊ยก” เธอบอกออแกไนเซอร์ที่ควบคุมงานในครั้งนี้
“เอาล่ะทุกคน เดินกลับเข้าไปตามลำดับที่ซ้อมกันมาแล้วแยกย้ายได้ ขอบคุณครับ” เขาปรบมือเสียงดังขณะที่พูดไปด้วย
นางแบบและนายแบบทุกคนทยอยเดินกลับหลังเวที แล้วเข้าไปเปลี่ยนชุดเพื่อเตรียมตัวกลับ
“แดเนียลจะไปไหนต่อหรือเปล่าคะ”
“ไม่ครับ ผมจะกลับไปพักผ่อนเลย”
“งั้นไปดินเนอร์กันไหมคะ ลินอยากทานอาหารอิตาเลียน” เกวลินชวนเขาแล้วมองด้วยสายตาที่มีความหมาย
“ตะกี้เห็นคุณลินบอกว่าอยากรีบกลับไปพักผ่อนไม่ใช่หรือครับ รีบกลับไปพักดีกว่า” แดเนียลปฏิเสธเธอแล้วหันไปยิ้มให้เปรมจิต
“ให้ผมไปส่งไหมครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณที่ชวน พอดีเปรมเอารถมาเอง” เปรมจิตพูดด้วยท่าทีที่สุภาพและไว้ตัว
แดเนียลนั้นยิ้มอย่างพอใจ ในสายตาเขามีแต่เธอจนเกวลินนั้นไม่พอใจ เพราะเธอหมายปองแดเนียลเอาไว้ ถ้าไม่ติดที่ว่าตนเองถูกจ้างให้มาเดินในชุดฟีนาเล่ก็คงได้เดินคู่กับเขาไปแล้ว
“งั้นไปส่งลินก็ได้ค่ะ ลินปวดขามากขับรถไม่ไหว จะจอดทิ้งเอาไว้นี่เลย แล้วมะรืนวันงานแดเนียลก็ไปรับลินมา” เธอรีบบอกเขา
“คงไม่สะดวกครับ บ้านผมอยู่คนละทางกับคุณลินเลย” แดเนียลปฏิเสธแล้วยิ้มบางๆ
เกวลินรู้แล้วว่าเขาตั้งใจปฏิเสธเธอ เพราะบ้านของเธอกับเปรมจิตนั้นอยู่ทางเดียวกัน เขาอาสาไปส่งเปรมจิตแต่กลับปฏิเสธเธอ
“กลับกับพี่ก็ได้นะลิน” เปรมจิตเสนอความช่วยเหลือ
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณ” เกวลินพูดแล้วเดินกระแทกส้นเท้าลงด้วยความไม่พอใจ
แต่อย่างไรเธอก็ไม่ยอมแพ้ และจะต้องเอาชนะใจแดเนียลให้ได้ในสักวัน เพราะนอกจากเขาจะเป็นนายแบบที่มีชื่อเสียงแล้ว ฐานะทางบ้านของเขาก็อยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าร่ำรวย การเดินแบบก็เหมือนงานอดิเรกของเขาเท่านั้น
**********************
เปรมจิตเดินไปที่ลานจอดรถ เธอเห็นว่ารถตัวเองนั้นยางแบนสองล้อซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ควรเกิดขึ้นพร้อมกันสองล้อแบบนี้
“มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ” แดเนียลที่เดินตามออกมาถามเธอด้วยความเป็นห่วง
“เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเปรมเรียกช่างมาดูให้” เธอบอกเขาด้วยความเกรงใจ
“งั้นให้ช่างเปลี่ยนยางไป คุณเปรมออกไปทานข้าวกับผมก่อนดีไหมครับ” หนุ่มลูกครึ่งวัยยี่สิบแปดเสนอขึ้นมา
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“รถยางรั่วเหรอครับ” เสียงของชายหนุ่มอีกคนดังขึ้นมาขณะที่เปรมจิตกำลังลำบากใจกับการชวนของแดเนียล
เขาเป็นคนเดียวกับคนที่ขอถ่ายรูปกับเกวลินแต่ว่าโดนปฏิเสธในตอนนั้น เปรมจิตจำชุดที่เปื้อนฝุ่นและหมวกของเขาได้
“ใช่ค่ะ สองล้อเลย”
“หลังรถมียางอะไหล่ไหมครับ เดี๋ยวผมเปลี่ยนให้”
“มีเส้นเดียวค่ะ” เธอตอบอย่างหมดหวัง
“ยางขอบสิบห้าเท่ากับรถผม เดี๋ยวผมให้ยืมยางอะไหล่รถของผมก่อนครับ”
“ถ้าอย่างนั้นรบกวนด้วยนะคะ” เปรมจิตบอกขอบคุณเขา
“ให้ผมอยู่เป็นเพื่อนนะครับคุณเปรม ผมไม่ไว้ใจเขาเลย” แดเนียลมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ดูไม่ชอบใจนัก
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณแดเนียลกลับไปเถอะ”
เมื่อได้ยินเธอไล่เขาทางอ้อมอย่างนั้น แดเนียลจึงต้องยอมถอยกลับไป
ชายหนุ่มมองตามแล้วถอนหายใจออกมา
“เก่ง มานี่หน่อยสิ” เขาเรียกเพื่อนช่างอีกคนมา
“ช่วยไปเอายางอะไหล่รถแกมาเปลี่ยนให้คุณเปรมหน่อย เดี๋ยวฉันจะเปลี่ยนอีกล้อรอ” เขาบอกผู้ชายอีกคน แล้วขออนุญาตเธอเปิดท้ายรถเพื่อเอายางอะไหล่เปลี่ยนให้
“ยางอะไหล่รถของเขาเหรอคะ” เปรมจิตถามอย่างสงสัย เพราะตอนแรกเขาบอกว่ารถของเขา
“ครับ ขอโทษนะครับที่โกหก แต่ผมไม่อยากให้เขาทำสำเร็จ” เขาบอกเธอขณะที่ใช้เครื่องมือเปลี่ยนยางอะไหล่ในรถเธอมาดำเนินการเปลี่ยนล้อให้ โดยโยกแม่แรงให้ล้อข้างนั้นลอยขึ้น แล้วคลายน็อตล้อออกทีละตัว
“หมายความว่ายังไงคะ”
“เขาเป็นคนเจาะยางรถคุณครับ ผมเห็นกับตา แต่ไม่รู้ว่าเป็นรถคุณ พอเลิกซ้อมผมเลยแอบมาดูว่ารถใคร ไม่อยากเชื่อเลยนะครับว่าเขาจะทำขนาดนี้” เขาบอกเธอแล้วถอดน็อตล้อออกมา แล้วใช้แรงดึงยางที่แบนออกมาใส่ท้ายรถเธอ
เปรมจิตนึกสงสัยอยู่แล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ยางรถจะรั่วพร้อมกันสองล้อ เขาคงตั้งใจจะให้เธอกลับไปพร้อมกับเขา เพราะยางอะไหล่มีเส้นเดียว คิดว่าเธอไม่สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้แน่
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”
“ด้วยความยินดีครับ”
เขาใส่ยางอะไหล่เข้าไป ในขณะที่เพื่อนเขากลิ้งยางอะไหล่อีกเส้นมาเพื่อเปลี่ยนให้กับเธอ
“ยางสองเส้นนี้ เอาไปที่ร้านยางให้เขาทำให้นะครับ มะรืนนี้ถ้าไม่เจอผมกับเพื่อนจะฝากยางอะไหล่คืนที่ป้อมยามด้านหน้าก็ได้” เขาบอกเธอหลังจากเพื่อนเขาช่วยเปลี่ยนยางอีกล้อเสร็จแล้ว
“ขอบคุณมากเลยนะคะ คุณ..”
“ผมชื่อดินครับ”
“ค่ะคุณดิน ขอบคุณมากค่ะ” เธอกล่าวขอบคุณเขาแล้วขึ้นรถขับออกไปจากตรงนั้น
พรุ่งนี้เป็นวันหยุดพักหนึ่งวันก่อนจะเริ่มงานจริงในวันมะรืนนี้ เปรมจิตคิดว่าเธอต้องรีบไปจัดการเรื่องรถให้เสร็จ พร้อมทั้งเตรียมตัวรับมือกับแดเนียลที่ประสงค์ร้ายต่อเธอ
**********************