ตอนที่ : 1 อกหักรักคุด
1
อกหักรักคุด
แพรดาวไม่คิดว่าแฟนที่คบหากันมาได้ครึ่งปีนั้น จะประกาศสละโสดโดยที่ยังไม่ได้บอกเลิกกับเธอด้วยซ้ำ รู้ตัวอีกทีการ์ดงานแต่งก็ปลิวว่อนไปทั่วโลกโซเซียล และข้อความที่เขาส่งผ่านไลน์มาสั้นๆ ว่า
‘แพรพี่ขอโทษจริง ๆ’
“นี่แพรคงไม่คิดจะไปพังงานแต่งของพี่ภัทรเขา เพียงเพราะว่าเขาไม่ได้บอกเลิกกับแพรก่อนใช่ไหม” ชัญญาถามเพื่อนด้วยสีหน้าเป็นกังวล ทั้งสงสารทั้งเจ็บแค้นแทน คนรักกันแบบไหน ถึงได้หักหลังกันได้อย่างเลือดเย็นขนาดนี้
“ใครจะทำแบบนั้นล่ะจอม อายเขาตายเลย ผู้ชายไม่เอาแต่หน้าด้านไปทวงนี่นะ แพรไม่ทำหรอก ฮะฮรึก ๆ” คนพูดสูดน้ำมูกตามไปด้วย แพรดาวร้องไห้ให้กับการอกหักครั้งแรกของตัวเองแบบเอาเป็นเอาตาย ทั้งอับอายทั้งแค้นใจมันจุกแน่นอยู่ในอก
“น้ำมูกไหลแล้วนั่น อย่าร้อง ๆ ดูซิทิชชูจะหมดม้วนอยู่แล้ว” คนเป็นเพื่อนส่ายหน้าไปมาอย่างเห็นใจ
“ก็มันเจ็บใจน่ะจอม” แพรดาวหันมาพูด แล้วสั่งน้ำมูกใส่ทิชชูแรง ๆ อีกคนถึงกับทำหน้าแขยงตามในทันที
“รู้แล้ว ๆ เอางี้ไหมแพร คืนนี้เราสองคนแต่งตัวสวย ๆ เปรี้ยว ๆ ไปนั่งดื่มกันดีไหม ไปเมาให้ลืมเรื่องนี้ไปเลย ไหน ๆ พรุ่งนี้ก็วันหยุดแล้ว” ชัญญาเสนอแนะทางออกให้เพื่อนได้ผ่อนคลายความเครียดลงบ้าง
“จะดีเหรอจอม” แพรดาวเงยหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาขึ้นมาถาม
“ดีสิ ผู้ชายเลว ๆ แบบนั้นไม่ต้องเสียดายหรอก โชคดีแค่ไหนแล้ว ที่แพรยังไม่ยอมเสียตัวให้หมอนั่นไป ไม่งั้นคงเจ็บใจหนักกว่านี้แน่” ชัญญารู้เรื่องนี้เพราะแพรดาวเคยเล่าให้ฟัง ว่ายังทั้งคู่ยังไม่ได้เกินเลยไปถึงขั้นนั้นกัน
“จริงด้วย โชคดีสุด ๆ ไปเลย ฮื้อ ๆ ๆ” พูดแล้วก็ปล่อยเสียงร้องไห้โฮต่อ คนเป็นเพื่อนได้แต่ส่ายหน้าแบบระอาใจ ไม่รู้จะสรรหาถ้อยคำไหนมาปลอบใจได้อีก
“เอาเป็นว่าวันนี้จอมจะไปนอนเป็นเพื่อนที่คอนโดแพรก็แล้วกัน ไปเลือกชุดแต่งหน้าให้เลยเอ้า จะได้สวย ๆ ไง” เมื่อเห็นเพื่อนร้องไห้ไม่ยอมหยุด ชัญญาเลยอาสาไปนอนเป็นเพื่อน อย่างน้อยมีคนอยู่ด้วยก็น่าจะดีกว่า ปล่อยให้ร้องไห้ไปคนเดียวแบบนั้น
“จริงนะ” คนร้องไห้มองเพื่อนรักแบบขอบคุณ
“อืม จริงสิ”
ชัญญาขับรถพาเพื่อนกลับคอนโดมิเนียมหลังเลิกงาน เปิดตู้เสื้อผ้าเลือกชุดที่เหมาะ สำหรับค่ำคืนนี้ให้เพื่อนด้วยตัวเอง เดรสสีแดงสดแหวกสูงจนเห็นต้นขาอ่อน ต้องเรียกความสนใจของชายหนุ่มในผับได้ หญิงสาวก็แค่หวังดีอยากให้เพื่อนได้รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า และยังมีผู้ชายอีกหลายคนต้องการ
“ชุดสีแดงน่ะไม่ว่า แต่ชั้นในน่ะแน่ใจเหรอ” แพรดาวทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก กับชุดจีสตริงแสนวาบหวามที่เพื่อนคนหนึ่งในบริษัท ซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อต้นปี
“แน่ใจสิยัยแพร ว่าแต่ยังไม่เคยใส่สักทีล่ะสิ คราวนี้ได้โอกาสใส่แล้วไง เดรสผ้าไหมอิตาลีสีแดงแบบนี้ ต้องใส่คู่กับชั้นในแบบนี้แหละถึงจะเข้ากัน โชว์สะโพกสวย ๆ ไปเลย” คนเป็นเพื่อนคะยั้นคะยอ
“แต่มันจะเซ็กซี่เกินไปไหมยัยจอม”
“เกินไปตรงไหน แพรน่ะสวยมากนะรู้ไหม อย่าทำตัวไร้ค่าเพราะผู้ชายเห่ย ๆ คนนั้นเลย มาฉลองวันโสดด้วยความเซ็กซี่กันเถอะ นี่ดูชุดของจอมเสียก่อนแพรยอมได้เหรอถามจริง” ชัญญาหยิบเกาะอกสีดำแนบเนื้อ คู่กับกระโปรงสั้นออกมาโชว์ให้เพื่อนดู
“เซ็กซี่จริง ๆ เพื่อนฉัน”
“แพรน่ะโชว์แค่ขาอ่อน แต่จอมน่ะโชว์เอวเอส เรียวขาสวย ๆ เนินอกงาม ๆ ใครไม่มองให้รู้ไป” ชัญญาเอาชุดมาทาบที่ตัว แล้วโพสต์ท่าหมุนไปมาให้เพื่อนดู
“โอเคจ้ะ ถ้าจอมจะขนาดนี้ ของแพรก็เบบี๋ไปเลยล่ะสิ ใส่ก็ได้” แพรดาวหยิบชุดที่เพื่อนเลือกให้เดินเข้าห้องน้ำไป
กลับออกมาอีกทีชัญญาก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวแต่งได้น่ารักเซ็กซี่จริง ๆ ตัวเธอเองก็ไม่ได้แย่เหมือนกัน ออกจะเซ็กซี่ไม่น้อยทีเดียวเลย เพราะเดรสสีแดงที่ใส่อยู่นี่ ก็แหวกขาแหวกอกพอสมควร
“มานั่งนี่มาแพร มาแต่งหน้าทำผมกัน อย่างแพรต้องดัดลอนใหญ่นิด ๆ จะได้เซ็กซี่ ๆ ทาปากสีแดงสด เข้ากับชุดที่ใส่มาก” พูดไปมือก็ทำผมไปด้วย ชัญญาแต่งหน้าเก่งกว่าแพรดาว ทุกครั้งที่มีงานเลี้ยงในบริษัท หญิงสาวก็มักจะมาช่วยเพื่อนแต่งตัวเสมอ
“ขอบใจมากนะจอม” แพรดาวยิ้มให้เพื่อนผ่านกระจกตรงหน้า รู้ดีว่าทั้งหมดนี้ก็เพื่อไม่ให้เธอรู้สึกว่างเปล่า และหายโศกเศร้าจากเรื่องของภัทรดล
“ไม่เป็นไรหรอกแพร วันไหนจอมมีแฟนแล้วอกหักบ้าง แพรก็มาปลอบใจจอมบ้างก็แล้วกัน” ชัญญายิ้มตอบผ่านกระจกให้เพื่อน
“แพรปลอบไม่เป็นน้า”
“ไม่ต้องปลอบก็ได้แค่อยู่ข้าง ๆ กันก็พอ”
“ได้สิแต่ว่าคนเราจะอกหักได้ ต้องมีแฟนก่อนนะจอม”
“ยัยแพร”
“โอ๊ย หนังหัวหลุดหมดแล้วมั้งนี่” คนถูกดึงผมแรง ๆ บ่นด้วยความเจ็บ ทว่าเพียงเล็กน้อยแต่เธอก็เล่นใหญ่ไว้ก่อน
“ประชดประชันเก่งนักนะยัยแพร จอมน่ะมีคนมาจีบเยอะแยะนะจะบอกให้” คนโม้ยักไหล่ใส่เพื่อน