บทที่ 2.3
ความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
“อาหลิน คุณจะทำอะไร”
“แสดงให้แนบเนียนไง”
ร่างกายของกู้เหยียนพลันร้อนผ่าวเมื่อสัมผัสได้ถึงปลายนิ้วที่กำลังปลดกระดุมเสื้อของเขา ทว่าไม่รู้เพราะกระดุมเสื้อของเขาปลดอยากเกินไป หรือคนใต้ร่างใจร้อนเกินตัว หลังจากที่กระดุมเม็ดที่สองถูกปลดออกอย่างยากลำบาก เสื้อนอนตัวบางของเขาจะถูกกระชากจนเม็ดกระดุมที่เหลือขาดกระเด็นหลุดหาย
“อาหลิน คุณจะทำอะไร หยุดนะ!”
คนตัวโตส่งเสียงดุห้ามปราบแผ่วเบา ทว่าคนใต้ร่างกลับยกยิ้มเจ้าเล่ห์ในสายตาบ่งชัดถึงความดื้อรั้นไม่เชื่อฟังและท้าทาย ก่อนที่กู้เหยียนจะถูกจับพลิกตัว แล้วกลายเป็นฝ่ายอยู่บนเตียงนอนแทน
“กวงจือหลิน นี่คุณจะทำอะไร”
กู้เหยียนเบิกตากว้างมองคนที่นั่งคร่อมอยู่บนตัวเขาด้วยอาการตื่นตกใจ ยิ่งเห็นว่ามือบางค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อของเธอออกในใจก็ยิ่งตื่นตกใจเอื้อมมือหนาไปจับคว้าห้ามปรับในทันทีมือ
“หยุดนะ!”
ดวงตาที่อบอุ่นอยู่เสมอตอนนี้กลับกลายเป็นวาวโรจน์จ้องมองคนที่กำลังจะปลดเสื้อจัวเองด้วยอาการไม่พอใจ ไม่ว่าคนที่อยู่หลังประตูจะเป็นใคร แต่เขาก็ไม่ยินดีให้อีกฝ่ายเห็นกวงจือหลินเปิดเผยเนื้อตัว แม้จะเพียงแผ่นหลังก็ไม่ยินดี
ทว่ากู้เหยียนต้องการห้ามปราม อีกคนกลับไม่ยินยอม เสื้อนอนตัวบางถูกมือเรียวกระชากเพียงครั้งเดียวกระดุมตรงหน้าก็หลุดออก ก่อนที่เธอจะโยนมันทิ้งไปอย่างไม่ไยดี
"คุณนี่มัน..."
กู้เหยียนดุเสียงเบาก่อนจะหยิบผ้าห่มมาคลุมแผ่นหลังขาว แล้วรีบเบนหน้าหลับตาลงในทันที ท่าทีเป็นสุภาพบุรุษเช่นนี้ของเขาทำให้กวงจือหลินประทับใจและอยากแกล้งเขาอยู่ในที
ปัง! เสียงประตูห้องปิดลงเบาๆ แต่เพราะความเงียบงันในห้องทำให้กู้เหยียนได้ยินชัดเจน เมื่อรู้ว่าไม่ต้องเสแสร้งแสดงต่อสายตาผู้อื่นเขาก็รีบขยับตัวเพื่อลงจากเตียง แต่ไหล่หนากลับถูกคนบนตัวกดไว้ทั้ง 2 ข้าง
“กวงจือหลิน คุณกำลังจะทำอะไร”
“ฉันต้องการทบทวนเรื่องข้อตกลงของเรา”
คนที่ยังคงหลับตาขมวดคิ้วเข้ม ในใจของเขาสั่นระรัว ทบทวนเรื่องข้อตกลง นี่เธอกำลังหมายถึงเรื่องการแต่งงานครั้งนี้ของเขากับเธอใช่หรือไม่
“ไม่ผูกพันทั้งทางกายและใจ หลังแต่งงานแยกย้ายไม่เกี่ยวข้องกัน เรื่องนี้ผมไม่ลืมแน่นอน”
ถึงแม้ถ้อยคำที่บอกจะหนักแน่น ทว่าในใจของกู้เหยียนกับรู้สึกไม่มั่นคง ไม่รู้เพราะอะไรทว่าเพียงคิดถึงวันที่ต้องไปจากกวงจือหลิน ในอกของเขาก็ปวดหนึบอย่างไร้สาเหตุ
“ฉันต้องการเปลี่ยนข้อตกลง”
กวงจือหลินเอ่ยจบก็โน้มตัวลงกระซิบที่ข้างใบหูของเขาเสียงเบา
“คุณต้องมอบลูกชายให้ฉันก่อน จึงจะไปจากฉันได้”
เมื่อได้ยินข้อตกลงใหม่ กู้เหยียนก็ลืมตาเบิกกว้าง จ้องมองคนที่ขยับใบหน้ามาประชิดสบตาด้วยความสับสน ก่อนจะใช้มือหนาดันตัวเธอออกห่าง เพียงแต่เมื่อวางมือลงไปแล้วสองแก้มของเขากลับร้อนผ่าว ลำคอแห้งผาก เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มวงหน้า
“ชอบหรือไม่”
กู้เหยียนรีบดึงมือกลับจากอกนุ่มที่เขาเผลอวางมือทาบทับไปเมื่อครู่ ความรู้สึกนุ่มชวนบีบเคล้นนั้นทำให้ร่างกายของเขาตื่นตัวขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม
“กวงจือหลิน หากคุณไม่อยากเสียใจไปตลอดชีวิตก็รีบลงไปจากตัวผม”
“แล้วถ้าฉันอยากเสียใจล่ะ”
มุมปากสวยยกยิ้มยั่วยวน กู้เหยียนกำผ้าปูเตียงแน่น พยายามอย่างยิ่งในการควบคุมตนเอง เพียงแต่เขาเองก็เป็นเพียงชายคนหนึ่งที่ไม่ได้มีพันธะข้อห้ามใดๆ ให้ต้องตระหนัก เมื่อถูกหญิงสาวที่เป็นภรรยาอย่างถูกต้องยั่วยวนถึงเพียงนี้ย่อมไม่อาจต้านทานไหว
“ในเมื่อคุณยืนยันเช่นนี้ ได้!”
เสียงทุ้มเอ่ยตอบลอดไรฟันพร้อมกับยกมือหนาข้างหนึ่งดึงรั้งต้นคอเล็กให้โน้มลงมาแนบชิดบดเบียดกับริมฝีปากร้อน กวงจือหลินไม่คาดคิดว่าจะถูกกู้เหยียนจู่โจมกลับเช่นนี้ จึงไม่ทันตั้งตัว กว่าจะได้สติก็ถูกเขาจับพลิกลงบนเตียงอีกรอบ
“อ่ะ... อื้ม”
แม้ว่ากู้เหยียนจะไร้ทักษะและไม่มีประสบการณ์แนบชิดสตรี แต่ร่างกายของทุกคนล้วนมีสัญชาตญาณในเรื่องเหล่านี้อยู่ในตัว เพียงแต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือเมื่อได้สัมผัสกับความหวานล้ำของรสจุมพิตกวงจือหลิน ร่างกายที่สงบก็ไม่อาจควบคุมได้อีก ความต้องการที่รุนแรงแผ่ซ่านไปทั้งตัว สติที่มั่นคงก็ขาดหาย จากที่ตั้งใจเพียงจะสั่งสอนคนดื้อดึงให้ราบจำ ตอนนี้กลับเป็นเขาที่ถอนตัวไม่ได้ ขยับกดแนบดูดดึงริมฝีปากเล็กตรงหน้าอย่างเร่าร้อน ดุดัน
“อื้ม... อู้เอยียน”
กวงจือหลินที่ปวดระบมไปทั้งริมฝีปาก ร้องอู้อี้ห้ามปรามในลำคอเมื่อถูกกู้เหยียนจู่โจมอย่างรุนแรง มือเล็กทุบลงบนอกกว้างที่ตอนนี้เปลือยเปล่าเพราะเสื้อที่เธอกระชากจนขาดวิ่นถูกเขาสลัดทิ้งไว้ที่ข้างเตียง แต่ยิ่งเธอทำเช่นนี้ความต้องการของกู้เหยียนกลับยิ่งเพิ่มทวี มือที่จับยึดท้ายทอยเปลี่ยนมาเป็นจับกุมข้อมือเล็กทั้งสองข้างที่ต่อต้านเขา แล้วยึดกดลงบนเตียงนุ่ม
“อ่ะ... อื้ม...”
เสียงทุ้มร้องครวญสั่นในลำคอเมื่อสามารถไล่เกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็ก ก่อนจะขยับใบหน้าคมซุกไซร้ไปตามพวงแก้ม ไล้ไปยังลำคอระหง เลื่อนลงกัดดึงผ้าผืนเล็กที่ปกปิดความอวบอิ่มให้รั้งขึ้นเผยอกอวบอิ่มชูชันยั่วยวน
“อ่ะ! กู้เหยียนอย่า... อ่ะ... อย่ากัด”
กวงจือหลินร้องลั่น เมื่อถูกกู้เหยียนฝังคมเขี้ยวไว้บนอกอวบอิ่ม หากแต่ยิ่งเธอร้องห้ามปราม เขากลับยิ่งรุนแรง ก้อนเนื้อขาวทั้งสองข้างจึงแดงก่ำไปด้วยรอยรักและคมเขี้ยวของเขา ก่อนที่ยอดอกทั้งสองจะถูกดูดดึงจนบวมเป่ง
“อ่ะ... กู้เหยียนหยุดก่อน อ่า... พอแล้วฉันเจ็บ!”
เพราะที่ผ่านมากู้เหยียนมักควบคุมตนเองได้เสมอ เมื่อครู่กวงจือหลินจึงกล้ายั่วยวนเขาเช่นนั้น เพียงแต่ไม่คิดว่าครั้งนี้เธอจะลงมือแกล้งเขาหนักเกินไปคนที่อบอุ่นอ่อนโยนเช่นเขาจึงได้กลับกลายเป็นรุนแรงเร่าร้อนราวเช่นนี้
"กู้เหยียน!... หากคุณไม่หยุดฉันจะ...”
“จือหลิน ผมต้องการคุณ”
กวงจือหลินพูดไม่ทันจบประโยคริมฝีปากหนาก็กระซิบบอกเสียงออดอ้อน ทั้งที่สองมือยังจับยึดตรึงเธอ และใบหน้าก็ยังคงไม่ออกห่างจากเนินเนื้อขาว หัวใจของหญิงสาวสั่นระรัว ความรู้สึกต่อต้านไม่ยินยอมจางหายไปในทันที
“จือหลิน...”
กู้เหยียนเงยหน้าขยับตัวทาบทับคนใต้ร่าง แล้วสบดวงตาของเธอด้วยสายตาเว้าวอน ออดอ้อน ก่อนจะฉกฉวยจังหวะที่เธอกำลังจะโต้แย้งกดแนบริมฝีปากตักตวงจุมพิตหวานจากเธออย่างดุดันอีกครั้ง
เวลานี้กวงจือหลินจึงไม่สามารถเอ่ยห้ามอะไรเขาได้อีก มือหนาของเขายังว่องไวปลดเปลื้องเสื้อผ้าทุกชินออกจากตัวเธอได้อย่างรวดเร็ว
“คุณอยากได้ลูกไม่ใช่หรือ ผมทำให้นะ”
“อ่ะ.. โอ๊ย!”
กวงจือหลินปวดร้าวจนร่างกายเกร็งสั่น เมื่อถูกกู้เหยียนสอดแทรกครอบครองเข้ามาอย่างลึกซึ้ง โดยไม่ได้เปิดเส้นทางเช่นที่ลูกน้องของเธอเคยบอกเล่าให้ฟัง
หางตาเล็กมีหยาดน้ำตาคลอ ทว่ากู้เหยียนที่ตอนนี้ถูกความปรารถนาเข้าครอบงำไม่ทันสังเกตเห็น เขากดเอวสอบเข้าแนบชิดอย่างรุนแรงถึงสามครั้ง จึงกดเน้นแทรกกายเข้าครอบครองเธอได้จนสุดทาง
“อ่า... จือหลิน... ซี๊ด!”
เสียงครวญต่ำอย่างพึงพอใจกับสัมผัสแรกรัก แต่เห็นว่าบนใบหน้าของกวงจือหลินมีรอยน้ำตาในใจก็รู้สึกผิดต่อเธอจนอยากหยุดทุกอย่างเอาไว้เท่านี้ ทว่าร่างกายของเขากลับไม่ยินดีให้เขาถอย สุดท้ายกู้เหยียนจึงทำได้เพียงโน้มตัวลงโอบกอดกวงจือหลินเอาไว้แน่นกระซิบเสียงแหบพร่าสั่นเครือ
“จือหลิน ผมขอโทษ...”
“คุณปล่อยฉันนะ! แล้วเอาส่วนนั้นของคุณออกไปด้วย!”
“ผมขออีกนิดนะ ยี่สิบนาที! ผมขอแค่ยี่สิบนาทีเท่านั้น”
ตามที่เขาเคยอ่านบันทึกทางการแพทย์ครั้งแรกของผู้ชายมักใช้เวลาไม่เกินสิบห้านาที เช่นนั้นยี่สิบนาทีนี้ก็คงเพียงพอให้เขาจักการความรู้สึกนี้ของตนเอง
“มะ... โอ๊ย! อ่ะ... กู้... อื้ม...”
กวงจือหลินกำลังจะเอ่ยห้ามเอวสอบของคนบนตัวก็ขยับโยกรุนแรงราวกับทั้งชีวิตไม่เคยสัมผัสรสรัก ร่างกายของเธอสั่นสะท้านไหวโยกตามจังหวะแรงเอวที่ปะทะ กลางกายสาวปวดหนึบกับการถูกล่วงล้ำเป็นครั้งแรกอย่างรุนแรง และยังจุกแน่นกับขนาดที่เกินตัวของเขาจนร้องครวญเสียงสั่นลั่นห้อง
กู้เหยียนได้ยินเสียงของกวงจือหลิน ร่างกายของเขาก็ยิ่งตื่นตัว ซุกใบหน้าลงฝากรอยรักไว้บนลำคอขาว ขณะที่เอวสอบก็กดเน้นถี่ระรัวอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ผ่านไปเพียงสิบนาทีร่างกายของเขาก็ถึงขีดจำกัด เกร็งสะท้านปลดปล่อยความอัดแน่นทั้งหมดในกายกวงจือหลิน แล้วทิ้งตัวทาบทับหายใจถี่
“กู้เหยียน ลุกขึ้นฉันจะไปห้องน้ำ”
“ผมยังเหลือเวลาอีกสิบนาที”
กวงจือหลินแทบอยากจะจับคนตัวโตตรงหน้าทุ่มลงเตียง เมื่อผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีเขาก็ขยับเอวจู่โจมเธออย่างรุนแรงอีกระลอก และอาจเป็นเพราะร่างกายของเธอเริ่มปรับตัวได้แล้ว ความเจ็บปวดจึงเริ่มเบาบาง และแทนที่ด้วยความรู้สึกวาบหวิวอย่างประหลาด จากที่ผลักไสเขาในคราแรก ตอนนี้กลับรู้สึกต้องการเขาอย่างรุนแรง
กู้เหยียนชายตามองเข็มนาฬิกา เมื่อเห็นว่าจวนหมดเวลาที่เขาร้องขอจากคนบนเตียง ร่างสูงก็ขยับลุกขึ้นนั่งจับแยกขาเรียววางพาดบนบ่าหนาทั้งสองข้าง แล้วขยับกดเน้นเอวอย่างสุดกำลัง
“อ่ะ... กู้... เหยียน... ซี๊ด”
เสียงร้องสั่นสะท้านของกวงจือหลินเปลี่ยนไปจากในคราแรกอย่างชัดเจน ใบหน้าที่เจ็บปวดก็เปลี่ยนเป็นพึงพอใจ เอวบางที่ถอยหนีก็เริ่มขยับยกรับการกดเน้นของเขาอย่างเป็นจังหวะ และเพราะการกระทำที่แสนยั่วยวนของเธอจึงทำให้ร่างกายของกู้หยียนถึงจุดหมายได้อย่างทันเวลา เพียงแต่เขาถึงจุดหมายแต่คนใต้ร่างกลับยังอยู่ที่กลางทาง
มุมปากของกู้เหยียนพลันยกยิ้มเจ้าเล่ห์ มองคนที่นอนบิดเร้าไปมาบนเตียงด้วยความพึงพอใจ แล้วโน้มตัวลงสัมผัสแนบชิดเรือนร่างที่ยั่วเย้าของเธอ
"กู้เหยียน ซี้ด..."
เสียงหวานสั่นสะท้าน เมื่อยอดอกสองข้างถูกดูดดึง จนต้องแอ่นอกตาม กลางกายสาวถูกนิ้วยาวลุกล้ำถึงสามนิ้ว แต่เทียบกับยามที่ถูกกู้เหยียนกดเน้นเอวสอบเข้ามาเมื่อครู่ สามนิ้วนี้รวมกันก็ยังนับว่าน้อยไป
"จือหลินผมต้องหยุดแล้ว"
“ไม่! อย่าหยุดนะ”
“จือหลินถ้าคุณไม่ให้ผมหยุดตอนนี้ คืนนี้ผมคงหยุดไม่ได้แล้ว”
“หยุดไม่ได้ก็ไม่ได้สิ อื้ม... กู้เหยียน... คุณขยับมือเร็วหน่อย”
กู้เหยียนยิ้มราวกับนายพรานที่ล่อลวงกวางสาวมาติดกับดักได้สำเร็จ มองท่าทางอันเร่าร้อนเรียกร้องของกวงจือหลินแล้วร่างกายที่สงบก็ค่อยๆ ตื่นตัวอีกรอบ
“จือหลินคุณต้องการผมไหม”
"ฉันต้องการ อ่า... กู้เหยียน... ยะ... อย่าหยุดนะ"
"แน่นอนว่าผมไม่หยุด"
กวงจือหลิน แทบอยากจะตบปากตัวเองสักร้อยครั้ง เพราะหลังจากประโยคนั้นของเธอกู้เหยียนก็ไม่หยุดครอบครองร่างกายของเธอเลย เอวหนาขยับกดกระแทกเธออย่างหนักหน่วง จวบจนแสงวันใหม่สาดเข้ามา เขาก็ปลดปล่อยสายน้ำอุ่นร้อนในกายเธออีกระลอก ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนโอบกอดเธอ
“คุณนอนพักสักครึ่งชั่วโมงเถอะ แล้วเดี๋ยวเราค่อยต่ออีกรอบกัน”
ต่ออีกรอบกัน กู้เหยียนเขาถูกบิดาของเธอวางยาปลุกเร้าอารมณ์มาใช่หรือไม่ จึงได้กินไม่รู้จักอิ่ม ตอนนี้ร่างกายของเธอปวดร้าวไปหมดจนขยับไม่ได้ แม้แต่ขาสองข้างก็หุบไม่ลง เขายังกล้าเอ่ยบอกว่าจะต่ออีกรอบ น่าโมโหนัก
.............................................