Chapter 2
รักของเราเริ่มต้นที่ตรงนั้น (4)
ยามบ่ายแก่ๆ ใกล้ได้เวลาเลิกเรียน ภูริชเดินคอตกตามคุณอาของตนไปที่รถ ความเงียบขรึมจนดูน่ากลัวทำให้เด็กชายวัยสิบสองขวบไม่กล้าพูดอะไรออกมา แม้เขาจะมีสถานะเป็นน้องชายบิดาที่อายุห่างกันถึงสิบปี แต่ภูริชก็ให้ความเคารพรักและเกรงใจไม่ต่างกับความรู้สึกที่มีให้กับบิดาของตน
"เอาละ ถ้าปาล์มมีเหตุผลจะบอก อาก็พร้อมจะรับฟัง...ทำไมจึงต่อยเพื่อนจนปากแตกแบบนั้น ปาล์มต้องมีเหตุผลใช่ไหม"
เตชินทร์เอ่ยขึ้นเมื่อเดินมาถึงรถ ในห้องปกครองเขายอมรับฟังตามการตัดสินใจให้หลานชายได้รับบทลงโทษจากการทำผิด ไม่ตำหนิกันเองต่อหน้าคนอื่น คิดว่ามีอะไรควรจะมาสอนกันทีหลัง เปิดใจคุยกันเพราะเข้าใจอารมณ์ของเด็กที่กำลังจะย่างเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น...วัยที่ฮอร์โมนกำลังร้อนแรง
"ก็เขาชอบแกล้งไหม ชอบดูถูกไหมว่าเป็นเด็กบ้านนอกพ่อแม่จน แล้วเขาก็จับก้นไหมด้วย...ปาล์มก็เลยทนไม่ไหว ต่อยสั่งสอนเพื่อให้เขาเลิกทำพฤติกรรมแบบนั้น...อาเตครับ ที่ปาล์มทำลงไป ก็เพื่อปกป้องเธอเท่านั้น เป็นคนเดินดินเหมือนกัน ทำไมต้องแบ่งแยกรวยจนด้วย"
"....."
เตชินทร์นิ่งเงียบ...เขารู้ว่าหลานชายไม่ใช่คนเกเร คราวนี้คงจะสุดทนจริงๆ จึงทำลงไป เขาจึงไม่อยากตำหนิอะไรที่จะกลายเป็นว่าซ้ำเติมกันเอง
"เคยได้ยินไหมปาล์ม หมาเห่าอย่าเห่าตอบ เพราะถ้าเกิดอะไรรุนแรงขึ้น เรานั่นแหละที่จะเจ็บตัว...ทีหลังอย่าตัดสินอะไรด้วยการใช้กำลังรู้มั้ยครับ ถ้ารู้ว่าโกรธก็ให้รีบเดินไปหาที่สงบๆ เพื่อข่มอารมณ์ มันไม่คุ้มกันเลยกับประวัติที่ต้องเสียไปเพราะก่อเหตุทะเลาะวิวาทในโรงเรียน"
คนฟังทำหน้าสลดลงไป ยิ่งรู้สึกผิดที่คุณอาของตนไม่ได้ตำหนิอะไรมากอย่างที่นึกกลัว
"แต่ถ้ามีคราวหน้าอีก อาก็คงต้องส่งปาล์มกลับไปสุราษฎร์ฯ ไปเรียนต่อมัธยมที่นั่นก็แล้วกัน"
พี่ชายของเตชินทร์ทำไร่กาแฟ สวนปาล์มและสวนส้มโชกุนอยู่ที่นั่น และกำลังจะทดลองปลูกทุเรียนตามมา เขารับหลานมาอยู่ด้วยเพราะพี่ชายฝากฝังเอาไว้ เรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ เขาก็ได้พี่ชายส่งมาช่วยแบ่งเบาภาระทุกๆ เดือน
"ปาล์มขอโทษด้วยครับที่ทำให้คุณอาไม่สบายใจ คราวหลังจะไม่ทำอีกแล้ว ปาล์มจะตั้งใจเรียนเพื่อไม่ให้ทั้งพ่อและอาเตต้องผิดหวัง"
"อืม...ไปกันเถอะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน"
สองอาหลานทำท่าจะเปิดประตูเพื่อเข้าไปในรถ แต่ต้องชะงักเมื่อมีเสียงดังอยู่ไม่ไกล...เป็นม่านไหมที่กำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาพอดี
"อาเตคะ เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะไหมแท้ๆ ไหมขอโทษ...ขอโทษที่ทำให้ปาล์มต้องเดือดร้อน"
เตชินทร์สบตากับแววตาซ่อนความวิตกกังวลคู่นั้น รอยยิ้มคลี่
ส่งไปบอกให้รู้ว่าไม่มีใครติดใจอะไรเลยสักนิดเดียว
"ช่างมันเถอะ ปาล์มก็อารมณ์ร้อนเกินไปด้วย ไม่ต้องคิดมากนะไหม"
"แต่...ไหมก็ไม่สบายใจอยู่ดี ขอโทษนะปาล์ม ที่จริงไม่น่าเอาตัวเองมายุ่งกับเรื่องนี้เลย"
"ปาล์มไม่เป็นอะไร สบายใจได้นะไหม ก็แค่ไม่อยากให้ใครมันมารังแกเธอ"
ภูริชส่งยิ้มไปให้คนที่ยืนทำหน้าละห้อย ม่านไหมคือเพื่อนสนิทที่ดีที่สุดสำหรับเขา การปกป้องเพื่อนไม่ให้ใครมารังแก ในความคิดของเด็กสิบสองขวบคิดแค่ว่าเพื่อนกันก็ต้องช่วยเหลือกัน เขาคบใครแล้วมักจะให้หมดทั้งใจ แม้จะเป็นเพียงเพื่อนก็ตาม
"เอาอย่างนี้ดีมั้ย ถ้าไหมอยากทำอะไรเพื่อความสบายใจ ถ้าอย่างนั้นไปชวนคุณอาให้หน่อยสิครับ บอกคุณอาของไหมว่าอาเตชวนไปเที่ยวทะเล ทำยังไงก็ได้ให้คุณอาของไหมยอมไปเที่ยวกับอาเต ถ้าคุณอาเซย์เยส วันหยุดนี้เราจะไปเล่นน้ำทะเลกัน"
"ได้เลยค่ะ แล้วไหมจะรีบนำข่าวดีมาบอกอาเตนะคะ"
รอยยิ้มสดใสผุดพราวขึ้นมาแทนที่ แววตาของม่านไหมทอประกายระยิบระยับ หนึ่งคือหากคุณอาตกลงตนก็จะได้ไปเที่ยวทะเล และความหวังในใจของเด็กอายุสิบสองขวบเช่นเธอ นั่นคืออยากให้คุณอาทั้งสองเปลี่ยนสถานะจากคนรู้จักมาคบกันเป็นแฟนแบบจริงๆ จังๆ เสียที...
"ไหนนายบอกว่าไม่สบายขอลาพักครึ่งวันไงล่ะครับคุณหลานแล้วทำไมถึงมาโผล่ที่นี่ได้"
เสียงนั้นดึงภูริชขึ้นมาจากห้วงฝันในอดีต ชายหนุ่มลืมตาโพลงมองเพดาน กลอกตาไปมาคล้ายปรับสมองที่กำลังมึนงง...เขานอนอยู่ที่บ้านคุณอา คิดพลางยกแขนขึ้นมาดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ มันบอกเวลาเกือบหกโมงเย็น
'นี่เรา...หลับยาวขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย...ไหมนะไหม แล้วก็ไม่ปลุกกันบ้างเลย’
ชายหนุ่มผลุนผลันลุกนั่ง เหลียวมองไปรอบกาย นึกแปลกใจที่วันนี้เจ้าของบ้านกลับเร็วกว่าเวลาที่ควรจะเป็น รอยยิ้มปร่าแปร่งคลี่ส่งไปให้คนที่ยืนเขม่นตามองรอคำตอบ ไม่รู้จะแก้ตัวอะไรเพราะเขาบอกคุณอาที่ดำรงสถานะเจ้านายว่าขอลากลับมานอนพักผ่อนสักครึ่งวัน
"หรือว่าที่นี่มีพยาบาลคอยดูแล ถึงแจ้นมาหาถึงที่ ลงทุนโกหกอาเพื่อแอบมาหาผู้หญิงอย่างนั้นเหรอ"
เตชินทร์พยายามแสดงออกถึงความไม่พอใจให้น้อยที่สุด แม้ภายในใจจะคิดไปไกล เขาไม่ได้อยากห้ามให้ทั้งสองคบกันเลยสักนิด แต่...ส่วนลึกร้องบอก ม่านไหมเป็นของเขา ถึงแม้ไม่ได้ออกหน้าออกตา ทว่าสัมพันธ์รักลึกซึ้งก็ฟ้องว่าหล่อนคือเมียที่เขาจะไม่ยอมยกให้ใครมาซ้ำรอยแน่นอน