1 อาทิตย์ต่อมา
นวัธตัดสินใจแล้วว่าเขาคงไม่มีทางเลือก เพราะถ้าจะต้องให้อยู่บ้านเฉยๆ เขาสู้ยอมรับงานนี้ดีกว่าเพราะอีกแค่ 1 ปีเขาก็ได้กลับไปทำงานในตำแหน่งเดิมแล้ว
ติ๋ง ต๋องง >> เสียงกริ่งหน้าบ้านหลังใหญ่ดังขึ้น
“คุณมาติดต่อใคร..?”
เขาลงจากรถและลงไปกดกริ่งหน้าบ้านที่ดูใหญ่โตมาก มองเข้าไปด้านในมีคนที่คอยดูแลความปลอดดภัยอย่างแน่นหนายืนอยู่ทุกจุดของบ้าน
“ผมมาติดต่อคุณมนตรี ศิริวัฒนาไพศาลครับ”
นวัธบอกกับรปภ.ที่เดินมาหน้าประตู
“นัดไว้หรือเปล่า..?ถ้าไม่ได้นัดให้เข้าพบไม่ได้หรอกนะ”
เขาได้ยินที่รปภ.พูดถึงกลับทำสีหน้าไม่พอใจ
“นัดไว้ ให้เข้าไปได้หรือยัง”
“ไม่ได้ ต้องรายงานก่อน แล้วคุณเป็นใคร มีธุระอะไร..?”
“โว๊ะ.! ทำไมฉันต้องมาตอบคำถามนายด้วย บอกว่านัดไว้ก็นัดไว้ซิวะ จะถามทำไมเยอะแยะ.?”
เขาเริ่มหงุดหงิดที่โดนถามเยอะแยะ จนคนถามเริ่มมีอาการกลัวๆ
“เสียงดังเอะอะโวยวายอะไรกัน”
แล้วอยู่ๆ ก็มีคนใส่ชุดดำที่ดูดีเดินเข้ามา
“ก็นายคนนี้นะครับ มากดกริ่งบอกว่านัดคุณท่านไว้ผมถามว่าติดต่ออะไรก็ไม่บอก แล้วยังมาโวยวายเสียงดังอีกครับคุณภุชงค์”
ชายชุดดำหันมามองตามคำบอกเล่าของ รปภ.ที่รายงาน
“คุณเป็นใครมีธุระอะไรกับคุณท่าน..?”
นวัธจ้องหน้าชายชุดดำผ่านซี่ประตูเพียงเล็กน้อย
“ผมนวัธ อินทร์ทนะ ผู้กองเป็นคนส่งผมมา”
“ผู้กองนิรุธ อินทร์ทนะเป็นคนส่งคุณมาใช่มั้ย...? งั้นก็เชิญด้านในคุณท่านรอคุณอยู่”
เขาหันไปสั่ง รปภ. ให้รีบเปิดประตู
ประตูเปิดออกนวัธก็ขับรถของเขาเข้ามาด้านในและรปภ.ที่ยืนเถียงเขาเมื่อสักครู่ก็ต้องยืนก้มหน้าไม่กล้าสบตาเขาเลย นวัธขับรถช้าๆ เข้ามาด้านในรั้วบ้านที่ทอดยาวกว่าจะถึงตัวบ้าน โดยมีระบบรักษาความปลอดภัยและเวรยามที่แน่นหนา ทำไมถึงยังต้องจ้างบอดี้การ์ดอีกนะนี่มันยังไม่มากพออีกหรอเขาได้แต่คิดในใจ
“เชิญด้านในค่ะ”
หลังจากที่เขาจอดรถและเดินลงจากรถมา ก็มีแม่บ้านเดินมาต้อนรับเขาประมาณ 2 คน และเดินนำเขาไปที่ห้องรับรองแขกด้านในตัวบ้าน
“เชิญนั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ คุณท่านทราบแล้วว่าคุณมาถึงแล้ว...สักพักคุณท่านจะลงมานะคะ”
เขาพยักหน้าให้เธอ แล้วก็มีของว่างมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ เขามองดูภายในบ้านที่มีเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงพร้อมทั้งของตกแต่งบ้านที่แพงมากๆ จนเขาไม่กล้าแตะ เขาเดินไปรอบๆ ห้องแล้วก็สังเกตไปเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ที่รูปหนึ่ง
“สวัสดีไอ้หลานชาย”
เขาสะดุ้งทันทีที่มีเสียงจากใครคนหนึ่งดังเข้ามา จนรูปในมือเกือบหล่น
“สวัสดีครับคุณอา..”
นวัธยกมือไหว้คุณมนตรีเพื่อนสนิทของพ่อเขาที่เขาเคยเห็นหน้ากันตั้งแต่สมัยเด็กๆ
“ไม่เจอกันนานโตขึ้นเยอะเลยนะ ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเป็นตำรวจเหมือนพ่อ สุดยอดจริงๆ ไอ้หลานชาย”
คุณมนตรียิ้มแล้วกล่าวทักทายเขาด้วยความเป็นกันเองแล้วเชิญเขานั่งลง เขาพูดคุยเรื่องทั่วๆไปเกี่ยวกับครอบครัวเขาและครัวของคุณอา จนได้รู้ว่าคุณอามีลูกสาวที่ดื้อแล้วก็แสบมากๆคนหนึ่ง
“ป่านนี้มันยังไม่ตื่นเลย ไอ้ลูกสาวตัวแสบของอาเนี้ยนอนตะวันจะแยงตูดอยู่แล้ว..นี่ถ้าอามีลูกชายอีกสักคนก็คงดี”
เขามองแววตาของคุณอาตรงหน้าที่ดูเศร้าๆ เขารู้สึกอบอุ่นที่ได้มองแววตาคู่นี้เหมือนแววตาของผู้ใหญ่ที่ดูใจดี
“คุณอาครับ...ผมขอถามเรื่องหนึ่งได้มั้ยครับ..?”
“ได้ซิ อยากรู้อะไรก็ถามมาเลย”
“ผมสังเกตว่าในบ้านคุณอาก็มีเวรยามคอยคุ้มกันแน่นหนา แล้วรั้วกำแพงบ้านก็แข็งแรงป้องกันอย่างดี ทำไมคุณอายังต้องจ้างผมให้มาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวด้วยละครับ”
คุณมนตรีหันมามองหน้าของนวัธแล้วส่ายหน้าให้เขาจนเขามองอย่าง งงๆ
“อาไม่ได้ให้วัธมาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวให้อาหรอกนะ”
เขามองหน้าคุณอาอย่างสงสัย
“คนที่อาจะให้วัธเป็นคนคอยดูแลก็คือ ยัยมินลูกสาวตัวแสบของอานั่นแหละ”
เขาถึงกลับอ้าปากค้างที่รู้ว่าเขาต้องไปเป็นบอดี้การ์ดให้กับลูกสาวของคุณอาเขาเองหรอเนี้ย
“ไม่นะคะ มินไม่ต้องการบอดี้การ์ดนะคะ”
เสียงที่ดังเข้ามาในห้องรับรองแขกถึงกลับทำให้ทั้ง 2 คนอาหลานหันไปมองทันที
“ยัยมิน...”
สภาพในชุดนอนที่ยังไม่ได้อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน ผมเพ้าที่ดูยุ่งเหยิงทำให้นวัธมองด้วยสายตาที่ดูสมเพช
“มินไม่ยอมให้คุณพ่อจ้างบอดี้การ์ดมาคอยตามมินอีกแล้ว มินเบื่อที่จะต้องคอยมีคนตามตลอดเวลา มินอยากมีชีวิตส่วนตัวบ้าง..”
เธอโวยวายแล้วเดินเข้ามาใกล้พ่อของเธอ
“หยุดพูดเลยยัยมิน ชีวิตส่วนตัวของแกมีแต่เที่ยวจัดปาร์ตี้กลางคืนไปวันๆนะซิ แล้วนี่แกยังจะกล้าออกไปไหนคนเดียวได้อีกหรอ ถ้าฉันไม่ได้ไปช่วยแกไว้เดือนก่อนแกคงตายไปแล้ว..”
มินนาราเริ่มอ่อนลงแล้วพูดกับผู้เป็นพ่อเสียงอ้อนๆ
“แต่ตอนนี้เรื่องมันก็เงียบไปแล้วนี่คะ มันไม่มีอะไรแล้วนะคะ”
“นี่มันแค่เดือนเดียวมันยังชะล่าใจไม่ได้ ยังไงแกก็ต้องมีบอดี้การ์ดคอยดูแล ไม่ต้องมาห้ามฉัน แล้วก็รีบขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้ว ไม่อายหรือไงมายืนเป็นอีเพิ้งต่อหน้าคนอื่นเขาเนี้ย”
เธอได้ยินที่พ่อพูดถึงกับอึ้งทันทีเพราะนึกขึ้นได้ว่าเธอไม่ได้อยู่กับพ่อในห้องนั่งเล่นแค่ 2 คน
“สวัสดีครับ คุณมินนารา”
เขามองมาที่เธอ เธอถึงกลับตกใจรีบเอามือปิดหน้าตัวเองทันทีด้วยความเขิน ที่หน้าของตัวเองตอนนี้สดมากถึงมากที่สุด
“ห้ามมองนะ ห้ามมองเด็ดขาด หรือถ้ามองแล้วก็ห้ามจำ ลืมๆ มันไปซะ..”
เธอรีบเอามือปิดหน้าตัวเองแล้วบังคับไม่ให้เขามองหน้าอีกจนเธอวิ่งหนีขึ้นบันไดไป
เขาที่มองการกระทำของเธอก็อดขำไม่ได้ที่เห็นเธอทำตัวเหมือนเด็กๆ
“นี่ไงยัยมินลูกสาวตัวแสบของอา เห็นฤทธิ์แล้วใช่มั้ย...?”
เขามองผู้เป็นอาที่เดินเข้ามาใกล้ๆ
“อามีลูกสาวแค่คนเดียวอาคงทนไม่ได้ถ้าต้องเสียยัยมินไป อาฝากให้วัธช่วยดูแลยัยมินในระหว่างที่อาไม่อยู่ด้วยนะ”
เขาหันมามองหน้าคุณอาทันทีที่รู้ว่าคุณอาเขาจะไม่อยู่
“อาต้องไปดูเครื่องบินลำใหม่ที่ฝรั่งเศสนะ อีกประมาณ 1 เดือนอาก็ต้องไปแล้ว อาเป็นห่วงทางนี้กลัวยัยมินจะไม่มีใครดูแลในช่วงที่อาไม่อยู่เมืองไทย 2 เดือน อาฝากวัธด้วยนะ”
คุณอาจับบ่าของเขาเป็นการขอร้องมากกว่าการออกคำสั่ง เขาเข้าใจคุณอาดีจึงรับปากไปอย่างเต็มใจ