Chapter 10 : โคแก่เจ้าเล่ห์
ไอรีนเฝ้าคิดวนเวียนถึงสัมผัสอุ่น นุ่มเนียนให้ความรู้สึกเหมือนถูกผู้หญิงสักคนจับมือ ที่เขาเอาจมูกมาแตะหลังมือเธอหอมแล้วหอมอีก ยากจะสลัดไปจากหัวสมอง เธอไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายตามคำแม่บอกสอน มันเลยเป็นเรื่องรบกวนจิตใจอยู่ตลอดจนกระทั่งวันถัดมาเขาโทรเรียกไปพบ
แม่จะบินมาพร้อมซาโยโกะซังหรือครับ? ออ... ครับ ได้ครับ... ฮะ... ห้องฟิกเกอร์ให้แม่บ้านที่ชื่อนวล? โอโต้ซังให้ผมแบ่งป้าแกด้วยเนี่ยนะ...?
คนมาใหม่ได้ยินเจ้าของบ้านคุยโทรศัพท์กับคุณแม่ผ่านประตูไม้ที่เปิดอ้ากว้าง เขารีบวางสายทันทีที่เห็นว่าเธอมา
เสื้อแม่บ้านมีปกกระดุมสีดำเหมือนชุดยูนิฟอร์มบริษัท กางเกงเข้ารูปดูเรียบร้อยอยู่ในสายตาคู่คมที่ไล่มองสาวเอวบางร่างน้อยแต่หัวจรดเท้า
ศรัณย์วริศรู้สึกผิดหวังกับชุดเมดที่นี่ เขาพยายามที่จะไม่แสดงออกทางสีหน้า ขณะลุกจากโซฟาผู้บริหารหน้าคอมพิวเตอร์เพื่อเดินไปหาคนที่โค้งคำนับทักทายอย่างสุภาพ
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณอา... เรียกรินมามีอะไรให้รับใช้คะ?”
“อาว่าจะคุยเรื่องฟิกเกอร์ในห้องสมุด”
“มีเรื่องอื่นด้วยหรือเปล่าคะ?”
เธอไม่ได้ตั้งใจแอบฟังเขาคุยโทรศัพท์แต่แม่ของเขาเพิ่งโทรมาแปลว่ามันควรมีเรื่องอื่นด้วย ตามองเสื้อยืดคอกลมสีดำสนิทบนร่างกำยำเป็นล่ำสัน ชายหนุ่มขยับเข้ามาใกล้กว่าทุกครั้งจนได้กลิ่นโคโลญจน์หอมสะอาด
“พรุ่งนี้เรามีเรียนกี่โมง?”
“สิบโมงค่ะ”
“เผื่อว่าทางเดียวกันน่ะ ลดโลกร้อน... อาจะไปส่งที่มหา’ลัย...”
คุณอาหนุ่มอยากทำหน้าที่ตามคำสั่งเสียของบิดา เขายินดีรับฝากสาวน้อยยังอุตส่าห์มีน้ำใจ ในขณะที่เธอคงไม่เข้าใจจุดประสงค์เขานัก ใบหน้าสดสวยขมวดมุ่นมองตามความสูงของคนตรงหน้า
“มีอะไรน่าสงสัยตรงไหนครับ?”
“ไม่มีอะไรค่ะ”
“โกหก...”
เอาใจไม่ถูก! ไอรีนปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ชายตรงหน้ากลับเล่นบทดราม่านักแสดงรางวัลออสก้า เขากะพริบตาถี่ ๆ ไล่หยาดน้ำใสที่เอ่อขึ้นคลอดวงตาคราเอ่ยถึงบิดา
“วันที่โอโต้ซังเสีย... ท่านพูดว่าฝาก... ฝากไอรีนด้วยแล้วท่านก็หลับไปเลย อาเลยต้องมาที่นี่ไง”
“รินเสียใจด้วยนะคะเรื่องคุณท่าน แต่รินแค่สงสัยว่าทำไมคุณอาถึงเพิ่งจะมาส่งริน โลกมันร้อนมาตั้งนานแล้ว...”
“อางานยุ่งมาก ๆ ครับ อาไม่มีเวลาเพราะพ่ออาเพิ่งเสีย ตอนนี้อารู้สึกดีขึ้นมากแล้ว และโลกมันคงร้อนต่อไปแบบนี้เรื่อย ๆ เราสองคนช่วยลดมลพิษทางอากาศได้”
เรื่องหนึ่งซึ่งเธอเพิ่งรู้คือคุณอายอกย้อนเก่ง! เขายังเล่าให้ฟังอีกด้วยว่าบ้านตนมีมลพิษน้อยกว่า ผู้คนขี่จักรยานไปทำงานไปเรียน ไม่เข้าใจว่าทำไมบิดาของเขาถึงเลือกที่จะอยู่เมืองไทยมากกว่าญี่ปุ่น โดยเฉพาะบ้านหลังใหญ่ของเขาถึงไม่กว้างขวางหรูหราเท่าคฤหาสน์หลังนี้แต่รายล้อมรอบด้วยต้นแป๊ะก๊วยที่จะออกดอกงดงามตลอดทั้งปี ทำให้สองฝั่งทางถนนเป็นสีทองอร่าม อากาศเย็นสบายกว่าย่านธุรกิจใจกลางเมืองโตเกียว
ไอรีนฟังเขาแล้วนึกภาพตามว่ามันคงสวยมาก ตัวเธอเคยไปถ่ายแบบที่ญี่ปุ่นแค่สองครั้งโดยมีคุณแม่ตามไปด้วย เธอเดินไปข้าง ๆ เขา เว้นระยะห่างระหว่างกัน ก้าวให้ช้ากว่าเล็กน้อยเพราะไม่กล้าที่จะเดินนำเจ้าของบ้าน
“หรือว่าเธอคุยกับใคร... มากกว่าเพื่อน กลัวเขาจะเข้าใจผิดหรือเปล่า?”
“ไม่มีค่ะ รินมีแต่เพื่อนผู้หญิงกับเกย์”
“ปกติไปมหา’ลัยยังไง นั่งรถเมล์หรือ?”
“แม่ขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งค่ะ”
“ฮะ... โอโต้ซังไม่ว่า?” คำถามเต็มวงหน้าหล่อเหลา ศรัณย์วริศคงคิดว่าเธอและแม่จะอยู่ในความปกครองของบิดาเสียอีก ในเมื่อตัวเขาได้รับการดูแลมาเป็นอย่างดี
“ท่านก็... บอกให้แม่ขี่ระวัง ๆ ค่ะ ถ้ารถล้มเมื่อไรท่านจะหัวเราะเยาะให้ฟันหักแล้วหักเงินเดือนด้วย โทษฐานทำสินค้าของบริษัทเสียหาย...”
นั่นทำเอาคนฟังสะอึก ถึงรู้ดีว่ามันไม่ใช่คำตอบที่แปลกประหลาดหรือเธอจะมีเจตนาใส่ความว่าร้าย
ท่านประธานทากะ มัตสึโมโต้ เป็นอย่างนั้น ตัวเขาเองยังเคยคิดว่าทำไมบิดาไม่กลับบ้าน แม้แต่บนโต๊ะรับประทานอาหาร ท่านมักพูดแค่เรื่องงานและอนิเมะอยู่ตลอด ท่านไม่ใส่ใจเรื่องของใครกระทั่งในที่สุดชีวิตคู่ก็พังลง
ชายหนุ่มยื่นมือไปข้าง ๆ หยุดก้าวขาเพื่อวางพักมือลงบนศีรษะคนตัวเล็กแผ่วเบาด้วยแววตาเอ็นดู
“かわいそう kawaisou naa... ต่อไปนี้อาจะดูแลไอรีนเอง อาไม่เป็นแบบโอโต้ซังแน่ล่ะ เด็กน้อยหนอ ท่านพูดได้ไงว่าเราเป็นสินค้า...”
ใต้ฝ่ามือแสนอบอุ่นอ่อนโยน เธอมองขวับตามคนข้างกายอย่างไม่พอใจนัก คุณอาไม่ได้บอกว่าเธอคาวาอี้! Kawai-Cawaii มันมีเส้นบาง ๆ ระหว่างน่ารักกับน่าสงสาร หรือว่าน่าสมเพช แล้วการเรียกสาววัยสิบเก้าปีว่าเด็กน้อย มันไม่เมคเซ้นท์สำหรับไอรีน
“ไม่เป็นไรค่ะ รินเป็นอะไรก็ได้”
“ให้คนตัวเป็น ๆ เป็นสิ่งของก็ได้เหรอ? ไม่ได้สิครับ จะเป็นได้ไง”
“ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ”
คำปฏิเสธในสีหน้าบึ้งตึงของเธอทำให้เขายิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
น่ารักจริง... แม่สาวน้อย...