ชายหนุ่มกับหญิงสาวที่ต่างตกลงใจตัวเองแล้วว่าจะมีปฏิสัมพันธ์เพียงเรื่องงานเท่านั้น ส่วนเรื่องความรู้สึกอื่น ๆ ก็จะเก็บเอาไว้แต่ในใจ ดังนั้นทั้งคู่จึงใช้งาน...อาจจะเรียกได้ว่าเป็นข้ออ้างที่จะได้ใกล้ชิดกัน ความผิดบาปนั้นช่าง
หอมหวาน แม้จะบอกตัวเองว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ขอแค่ให้ได้อยู่ใกล้ชิด ได้เห็นหน้ากันก็ยังดี
สัปดาห์นั้นทั้งสัปดาห์จึงลงเอยด้วยการที่บริณัยจะพาอารียาติดตามเขาไปทุกที่ ไม่เว้นแม้แต่ตอนรับประทานอาหารค่ำ โดยใช้เรื่องงานมาอ้าง และใช่ทั้งสองคนคุยกันเรื่องงานตลอด และใช้ชีวิตร่วมกันมากขึ้น แม้จะรู้ว่าความสนิทสนมระหว่างเธอกับบริณัยจะเป็นแค่เรื่องงานเท่านั้น แต่ต้องยอมรับว่าอารียาก็รู้สึกดีมากที่ได้อยู่ใกล้ชายที่เธอแอบรัก ได้ช่วยงานเขา ได้เห็นเขายิ้มเมื่อข้อตกลงเป็นไปตามที่ใจปรารถนา สัปดาห์นี้จึงเป็นสัปดาห์ที่อารียาอยู่ในโลกสีชมพูอย่างแท้จริง เพราะตัวเธอแทบจะติดกับบริณัยเหมือนปาท่องโก๋ ความสุขเล็ก ๆ ทำให้บางครั้งอารียาอยากแกล้งทำเป็นลืมสถานะระหว่าเธอกับเขา
“อ้อ...ผมต้องไปงานแต่งเย็นนี้” อยู่ดี ๆ บริณัยก็เดินออกมาบอกเลขาฯ สาวที่ด้านนอก ทั้งที่จริงแล้วเขาเพียงยกหูโทรศัพท์ขึ้นบอกเธอก็ได้แล้ว แต่เขาไม่ทำ เขาอยากหาข้ออ้างออกมาเห็นหน้าเธอมากกว่า
อารียาหันไปหาเขาด้วยความตกใจเช่นกันแล้วรีบเช็กตารางงานของเขาทันที โชคดีที่ไม่ได้ติดหรือชนกับงานอื่น
“แต่คุณบลูไม่ได้บอกเอาไว้นะคะ”
“ไม่ครับ ผมไม่ได้บอกคุณเอง เป็นงานแต่งของเพื่อนที่เรียนที่อังกฤษของผมน่ะ” เขาบอกหญิงสาวแล้วยกโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาพ่อบ้านของเขา
“เอ่อ...ลุงปรีดาครับช่วยไปที่ร้านสูทของผมหน่อยนะครับ บอกคุณพลอยว่าผมต้องไปงานแต่งงานด่วน แล้วก็...ให้เธอหาชุดราตรีสวย ๆ ให้ผู้หญิงไซซ์เอสด้วย เครื่องประดับอะไรสวย ๆ เข้าชุดกันก็จัดมาเลย ขอก่อนห้าโมงเย็นนะครับ”
อารียาได้ยินที่เขาคุยโทรศัพท์ทุกคำพูดรู้สึกเศร้าใจลึก ๆ ที่คิดว่าเฌอริมาอาจกลับมาแล้ว และเขาคงจะควงเธอไปออกงานด้วยกัน ซึ่งมันก็เหมาะสมแล้ว ทั้งสองคนเป็นคนรักกัน ส่วนตัวเธอเองไม่มิสิทธิ์อะไรทั้งนั้น แค่แอบรักเขาก็ผิดเกินทนแล้ว
บริณัยวางสายจากพ่อบ้านแล้วหันมาหาอารียา ทันเห็นแววตาหม่นเศร้าของหญิงสาวก่อนที่เธอจะปรับให้มันเรียบเฉยดังเดิม