“ผัวรวยๆ ที่แม่ว่าคงจะหาง่ายหรอกนะ หยานอนล่ะ เหนื่อย”
ลูกสาวให้เบื่อแม่ไม่น้อย เพราะแม่ไม่เคยล้มเลิกที่จะสอดส่องสายตาหาผู้ชายรวยๆ มาคอยแนะนำให้ตลอดเวลา โดยไม่สนด้วยซ้ำว่าคนนั้นจะนิสัยใจคอยังไง หนักเข้าก็ไม่สนด้วยว่ามีเมียเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว
“กะอีแค่เป็นเมียน้อย แกจะกลัวทำไม ขอให้ได้เงินมาไว้ใช้แกยอมๆ ไปเถอะ เสี่ยร้านทองหน้าปากซอยน่ะ ฉันเห็นเขาเหล่แกทุกครั้งเวลาฉันพาแกไปดูลายใหม่ๆ”
นับตั้งแต่นั้น มัสยาก็ไม่เคยไปร้านทองเป็นเพื่อนแม่อีกเลย รวมทั้งร้านอื่นๆ ที่แม่หมายใจว่าอยากจะได้เจ้าของร้านมาเป็นลูกเขยด้วย มัสยาไม่มั่นใจเอาเสียเลยว่าถ้าแม่ล่วงรู้ว่าตอนแม่ไม่อยู่บ้าน
แล้วลูกมีผู้ชายสมบูรณ์แบบมาหลับนอนด้วยเป็นอาทิตย์ แม่จะคิดยังไง หรือจะทำยังไง แต่ถ้าให้เดาก็ไม่ยาก แม่คงจะรีบไปหาฝ่ายนั้นเพื่อเรียกร้องหาความรับผิดชอบเป็นแน่
แม้เธอจะหลงรักเขมินท์ท์มาหลายปี แต่ก็ไม่เคยมีความคิดที่จะผูกมัดเขาด้วยวิธีนี้ เพราะศักดิ์ศรีที่มีอยู่น้อยนิดในสายตาเขาคงจะไม่หลงเหลืออยู่แน่ถ้าแม่ทำแบบนั้น
แม้จะเหนื่อย แต่พอล้มตัวลงนอนจริงๆ หญิงสาวกลับปิดตาหลับลงไม่ได้ ในใจก็เฝ้าวนเวียนถามอยู่อย่างนั้น ว่ายี่สิบกว่าวันที่ไม่ได้พบเห็นหน้าเขาเลยนั้น ทำไมตัวเองถึงได้ไร้สุขลงไปถนัดตา และคำตอบก็มีให้อยู่แล้วว่า
“เพราะเธอรักเขาไงยัยหยา”
และนี่คงเป็นเหตุผลหลังที่ว่าทำไมเธอถึงไม่เคยคิดอยากจะมีใครสักที แม้เพื่อนในมหาวิทยาลัยจะเข้ามาหมายจะจีบ เธอก็จะรีบตัดหนทางด้วยการบอกว่ามีแฟนแล้ว
รวมถึงหนุ่มๆ ในออฟฟิศที่หลายคนสนใจและอยากพัฒนาความสัมพันธ์ให้ก้าวไกลกว่านั้น เธอก็จะใช้เหตุผลเดียวกันนี้ปฏิเสธไป
แม้ไม่เคยคาดหวังว่าตัวเองกับเขาจะมีโอกาสโคจรมาใกล้ชิดกันขนาดนี้ และด้วยวิธีนี้ วิธีที่ต้องปิดบังซ่อนเร้นไม่เป็นที่เปิดเผยต่อใครๆ
แต่เธอก็พึงพอใจแล้ว เพราะการที่จะฝันว่าได้ครองคู่ชู้ชื่นกับเขา มันช่างห่างไกลความเป็นจริงอยู่มาก เลยไม่อยากคิดไปไกลถึงขั้นนั้น
‘แล้วเธอจะแอบรักเขาอยู่อย่างนี้ไปตลอดชีวิตเลยหรือไงยัยหยา’
คำถามนี้มีในใจมาตลอดห้าปีแล้ว แต่ก็จนได้ปัญญาจะทำใจให้เลิกรักเขาได้ หรือถ้าได้ก็คงไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ อาจจะจวบจนวันที่เธอสิ้นใจก็เป็นได้
ไม่ว่าจะยังไงมัสยาก็ไม่เคยคาดหวังว่าหนทางรักของตัวเองจะพบกับจุดจบที่มีเขายืนเคียงคู่ เพราะเธอกับเขานั้นต่างกันราวฟ้าดิน
จู่ๆ น้ำตาแห่งความเสียใจก็ไหลรินออกมา เมื่อเพียงแค่คิดว่าในโลกความเป็นจริงช่างโหดร้ายมากแค่ไหน บางครั้งหญิงสาวก็อยากให้ตัวเองไปเกิดในตระกูลสูงส่ง
จะได้เท่าเทียมกับเขา แต่นั่นก็เป็นแค่ฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง พอๆ กับความฝันที่ว่าคนสูงเทียมฟ้าอย่างเขาน่ะหรือจะโน้มลงมาหาดอกหญ้าบนดินอย่างเธอนั่นเอง
ตอนที่ 4
แต่ไม่กี่วันต่อมาคนที่มัสยายกให้อยู่สูงเทียมฟ้า ก็ทำเอาต้องตกใจไม่น้อย เมื่อใกล้เวลาเลิกงานหลังจากเธอเดินออกมาจากห้องเจ้านาย
ก็เห็นลูกพี่อย่างอรชรยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้ พร้อมกับบุ้ยหน้าไปยังมุมห้องที่จัดไว้รับรองแขก แล้วทำท่ากระซิบกระซาบให้ได้ยินแค่สองคนว่า
“มีหนุ่มหล่อมารอรับจ้ะคนสวย พี่อนุญาตให้กลับบ้านเร็วได้เลยนะ เพราะวันนี้ไม่มีอะไรมาก กลับดึกๆ มาหลายวันแล้ว ขอบคุณนะที่ช่วยพี่อย่างแข็งขัน”
มัสยาใจสั่นขึ้นมาทันใด ด้วยไม่คาดคิดว่าเขาจะบุกมาถึงนี่ โดยเฉพาะบนนี้ และไม่แคร์กับสายตาพนักงานในออฟฟิศที่ต่างมองไปหาเขาเป็นตาเดียวกัน
ยิ่งเขาละสายตาจากหน้าหนังสือพิมพ์ในมือแล้วหันมาหา สองขาก็แทบจะก้าวไม่ออกด้วยซ้ำ
เขมินท์ท์ดูนาฬิการาคาเรือนแสนบนข้อมือ ก็พบว่าเหลือเวลาอีกราวสิบนาทีเธอถึงจะเลิกงาน ความที่ไม่อยากกดดันมากเกินไป เขาจึงแค่ส่งยิ้มบางๆ ให้
แล้วหันกลับไปหาหนังสือพิมพ์ต่อ แต่อีกคนยังคงยืนแน่นิ่งอยู่ที่เดิม ไม่รู้ว่าจะเดินไปไหนก่อน ระหว่างตรงที่เขานั่งอยู่กับโต๊ะทำงาน
“หยา! พี่บอกว่ากลับบ้านได้จ้ะ ไม่มีอะไรแล้ว ไปเก็บของสิจ๊ะ”
ลูกพี่เลยเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงดังขึ้น เพื่อหมายให้หนุ่มหล่อผู้ตกเป็นเป้าสายตาคนทั้งออฟฟิศได้ยิน และเขาก็ได้ยินจริงๆ แต่ไม่ได้ทำอะไรนอกจากหันมายิ้มให้
เพราะไม่แน่ใจว่าคนยืนแน่นิ่งอยู่จะเอายังไงกันแน่ ระหว่างกลับบ้านกับทำงานจนหมดเวลา
“คุณหมอมาพากลับได้เลยค่ะ วันนี้พี่ปล่อยตัวแต่หัววันได้”
เพียงเท่านั้นเขมินท์ท์ก็วางหนังสือพิมพ์ไว้ แล้วตรงมาหาอรชรอย่างรวดเร็ว เขาเอ่ยเสียงนุ่มนวลพร้อมกับยิ้มน้อยๆ ที่ทำให้หัวใจเลขาสาวใหญ่แทบจะหยุดเต้นเอาเสียให้ได้
“ขอบคุณครับ”
“ยินดีค่ะคุณหมอ วันหลังมารับแบบนี้ก็ดีนะคะ นางจะได้กลับเร็วบ้าง ไม่รู้จะขยันไปไหน”
เขมินท์ท์ไม่ได้เอ่ยอะไรอีก นอกจากยิ้มให้สาวตรงหน้าที่เขาเองก็จำชื่อไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่เจ้าตัวกลับจำเขาได้เพราะเป็นญาติคนไข้ที่เขาเคยรักษาเมื่อไม่นานมานี้ เขาหันไปมองคนที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมแล้วเอ่ยเสียงนุ่มหูและแผ่วเบา
“คุณจะกลับเลยมั้ย หรือให้ผมรอต่อ”
“เอ่อ!..”
“กลับไปเลยจ้ะหยา ไม่ต้องเกรงใจพี่” อรชรรีบแทรกขึ้น
“ค่ะพี่”
นั่นทำให้มัสยายอมเดินด้วยความยากลำบากไปเก็บโต๊ะให้เรียบร้อย ก่อนจะคว้าสายกระเป๋าสะพายมาถือไว้ แล้วเดินตรงมาหาเขา แล้วหัวใจหญิงสาวก็แทบจะหยุดเต้น
เมื่อจู่ๆ เขาก็เอื้อมมือมารับของในมือไปถือให้แทน ส่วนอีกมือนั้นจูงมือบางเดินตรงไปหาลิฟต์โดยไม่สนใจว่าจะมีใครมองมาหาบ้าง