หลังจากนอนซมเพราะพิษไข้ตลอดคืนจนถึงเที่ยงของวันใหม่ ปัณณิกาก็มีแรงมากพอที่จะลุกขึ้นไปเคลียร์งานที่ใกล้จะถึงกำหนดส่งเต็มทีแล้ว เธออีเมลแบบฝึกหัดเพิ่มเติมให้กับนารา พร้อมกับย้ำว่าหากมีอะไรไม่เข้าใจก็ให้รีบทักหากัน และนั่นทำให้เวลาช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีหมดไปกับการแปลเอกสาร กว่าคนบ้างานจะรู้ตัวอีกทีก็สองทุ่มตรงแล้ว
เมื่อวาน ‘คุณ’ ไม่ได้แวะเข้ามาและวันนี้ก็น่าจะเป็นเช่นเดียวกัน
เธอหยิบขนมปังที่ซื้อมาเมื่อวานยัดเข้าปาก ตามด้วยนมช็อกโกแลตซึ่งเป็นของโปรดที่ชื่นชอบมาตั้งแต่ยังเด็ก ปัณณิกาจำได้ดีว่าน้องชายชอบนมสตรอว์เบอร์รีมากและแม่มักจะซื้อมาติดตู้เย็นไว้ให้เสมอ ส่วนตัวเธอกลับไม่ชอบเพราะรู้สึกว่ามันหวานแปลก ๆ ทว่าก็ต้องฝืนกินเพราะกลัวถูกแม่ตี ปัณณิกายิ้มให้กับตัวเองเมื่อนึกถึง ‘พ่อคุณ’
คุณพ่อของปาณัฐใจดีกับเธอเสมอ พอน้องชายตัวดีแอบกระซิบว่าพี่สาวชอบดื่มนมช็อกโกแลต พ่อคุณก็รีบจัดหามาให้ พร้อมทั้งสอนว่าอยากได้อะไรก็ให้บอกกัน ทั้งยังชื่นชมปาณัฐที่รู้จักเอาใจใส่พี่สาว ทำหน้าที่น้องชายที่ดี
ความเอาใจของพ่อคุณและปาณัฐทำให้ปัทมาไม่พอใจ และหาเรื่องตีเธอทุกครั้งที่สามีและลูกชายคนโปรดไม่อยู่บ้าน ยิ่งพ่อคุณไม่อยู่แล้ว เธอยิ่งโดยหนักจนบางครั้งถึงกับไข้ขึ้นไปหลายวัน
ปัณณิกาเพิ่งจะมีชีวิตชีวาขึ้นมาก็หลังจากสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว พ่อคุณวางแผนทุกอย่างรอบคอบเสมอ เขาจัดเตรียมทุนการศึกษาให้ลูกทั้งสองคน เธอจึงไม่ต้องลำบากอะไรมาก นอกจากทำงานเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายส่วนตัวและค่าหอเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย
ทางด้านปาณัฐก็สมกับเป็นตัวนำโชคของมารดา เขาหล่อเหลาเข้าตาแมวมองและเริ่มเข้าวงการบันเทิงตั้งแต่ยังไม่จบมัธยมปลาย กลายเป็นเรี่ยวแรงสำคัญของครอบครัวตั้งแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ หากแม่ไม่แอบนำเงินที่เขาฝากเอาไว้ไปลงทุนและถูกโกง ปาณัฐก็คงไม่ต้องลำบาก รับงานถี่จนแทบไม่มีเวลาเรียนหนังสือ
ปัณณิกาไม่กล้ากวนน้องชาย เธอจึงยอมรับงานพิเศษ...
เธอคือของเล่นใน ‘คืนวันศุกร์’
มือเรียวหยิบโทรศัพท์ที่สั่นในเวลาเดิมของทุก ๆ วัน ก่อนจะกรอกเสียงทักทายปลายสายและนั่นทำให้ปัณณิกาทราบว่าตัวเองอาการหนักกว่าที่คิด
“ทำไมแก้มเสียงแปลก ๆ ไม่สบายหรือเปล่า”
“นิดหน่อยแหละ ว่าแต่โปรดเถอะเป็นยังไงบ้าง”
“แก้มอย่าเพิ่งเปลี่ยนเรื่อง โปรดจำได้นะเสียงแก้มไม่ดีตั้งแต่เมื่อวาน แล้วนี่ไปหาหมอมาหรือยังเนี่ย” ปาณัฐทำตัวเป็นพี่ชายของเธอเสมอ เขาไม่เคยเรียกกันว่าพี่แก้ม แต่ปัณณิกาเองก็ไม่เคยโกรธ เพราะน้องชายของเธอทำหน้าที่เสมือนพี่ชายมากกว่าเป็นน้องกันจริง ๆ
“กินยาแล้วเดี๋ยวก็ดีเองแหละ โปรดไม่ต้องทำเสียงเครียดหรอก มีอะไรก็ไปทำเถอะ อีกหน่อยแก้มก็จะนอนแล้ว”
“แล้วแม่ล่ะ แม่ไม่ได้กวนแก้มใช่ไหม” ปัณณิกากลั้นหายใจ เธอไม่เคยโกหกน้องชายและยังไม่ได้บอกเรื่องที่ออกนอกบ้านมารับงานพิเศษ
“ไม่ได้กวนหรอก แก้มทำงานต่อก่อนนะโปรด”
“อือ ถ้าแก้มไม่ไหวก็โทร. มานะ” เสียงไม่สบายใจของปาณัฐดังมาตามสาย เขาห่วงพี่สาวต่างพ่อไม่ต่างจากพี่สาวแท้ ๆ ตามคำสอนของบิดาผู้ให้กำเนิด
หลังจากปั่นงานต่ออีกสี่ชั่วโมง ปัณณิกาก็จัดการแนบไฟล์ส่งงานแปลให้กับลูกค้า กว่าจะได้อาบน้ำนอนก็สี่ทุ่มกว่าแล้ว เธอจ้องมองตัวเองในกระจกและพบว่ารอยที่ถูกฝากเอาไว้จางลงไปบ้าง ความรู้สึกอยากจะร้องไห้ของเธอเองก็เช่นกัน
ปาณัฐทำให้เธอเข้มแข็ง เขาเป็นคนเดียวที่รักเธอจริง และรักมากกว่าแม่แท้ ๆ เสียด้วยซ้ำ ถ้ามีอะไรที่พอจะทำเองได้ ปัณณิกาสู้ไม่ถอยแน่ ๆ
เธอปล่อยให้สายน้ำชำระร่างกายอย่างช้า ๆ ตั้งใจว่าจะให้มันช่วยลดไข้เผื่อว่าอาการจะดีขึ้นมาบ้าง พออาบน้ำเสร็จก็รีบเข้านอน เพราะวันพรุ่งนี้คือคืนวันศุกร์ และมีความเป็นไปได้สูงว่าคุณอาจจะแวะมา ‘พักผ่อน’
ความอ่อนเพลียจากการทำงานและพิษไข้ทำให้ปัณณิกานอนกระสับกระส่ายตลอดคืน กว่าจะได้หลับจริง ๆ ก็ใกล้จะฟ้าสางแล้ว พอตื่นขึ้นมาก็รีบตรวจแบบฝึกหัดที่นาราส่งกลับมาและส่งข้อสอบชุดใหม่ให้ลองทำเพิ่มเติม
ปัณณิกายุ่งอยู่กับการจัดเตรียมบทเรียนและไม่ได้ตรวจดูโทรศัพท์มือถือของตัวเองจนกระทั่งเกือบหกโมงเย็น
ปาณัฐโทร. มาเกือบยี่สิบสายและก่อนที่เธอจะติดต่อกลับได้ทัน หน้าจอก็ปรากฏชื่อของเขาอีกครั้งหนึ่ง
“แก้ม! ทำไมเพิ่งจะรับสาย ลงมาข้างล่างเดี๋ยวนี้เลยนะ!” ปาณัฐโมโหหนัก เขารออยู่ข้างมาเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้ว แต่ในเมื่อไม่รู้ว่าพี่สาวอยู่ห้องใดในคอนโดมิเนียมหรู เขาจึงทำได้เพียงติดต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเธอรับสาย
“โปรดว่ายังไงนะ!” พอได้ยินว่าน้องชายอยู่ข้างล่างล็อบบีของคอนโดมิเนียม ปัณณิกาก็รีบวางมือจากงานทุกอย่าง ลงไปหาคนที่กำลังรออยู่ทันที
ปาณัฐสวมกางเกงยีนขาด ๆ และเสื้อยืดสีเทา รูปร่างสูงใหญ่กว่าร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรเรียกสายตาคนมองได้เป็นอย่างดี หากไม่มีหมวกและแว่นตากันแดด เขาก็คงจะถูกสาว ๆ ที่เดินผ่านไปมารุมขอถ่ายรูปด้วยแล้ว