Chapter 1: กิจกรรมเมื่อย่ำเย็น
เย็นย่ำใกล้ค่ำเช่นนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการสมสู่ตามประสาคู่ใคร่ของชายหนุ่มหญิงสาวในแถบชนบท ดังนั้นชาวบ้านในหมู่บ้านผาไผ่จึงไม่แปลกใจเมื่อเห็นบ้านหมอก้าน หมอสักยันต์เลื่องชื่อปิดเงียบทั้งที่มีรองเท้าแตะของเจ้าบ้านและรองเท้าส้นสูงสีแดงของสาวคนหนึ่งถอดวางอยู่ที่ตรงหัวบันไดบ้าน
อันที่จริงเรื่องราวคล้ายกันหากเกิดขึ้นกับบ้านหลังอื่น ชาวบ้านคงซุบซิบนินทากันทั่ว
‘ดูบ้านโน้นสิ ปิดประตูบ้าน สงสัยจะทำเรื่องบัดสีกันตั้งแต่หัววัน’
‘มันจะกินกันตั้งแต่ตะวันยังไม่มิดฟ้าเลยหรือไงวะ?’
‘อยากรู้จริง ผู้หญิงบ้านไหนถ่อไปให้ผู้ชายเขาฟาดถึงบ้านบ้างวะ?’
คำหยามเหยียดสนุกปากเหล่านี้คงวนเวียนอยู่ในสังคมเล็ก ๆ อย่างบ้านผาไผ่หากไม่ใช่บ้านนั้นเป็นบ้านทรงไทยยกสูงหลังใหญ่ที่ปลูกจากไม้สักทองชั้นดีของหมอก้าน
ชาวบ้านทุกคนรู้ดีว่าน่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในบ้านหลังนั้นแต่ทุกคนที่เดินผ่าน ‘บ้านยาตราศาสตร์’ ของหมอก้านได้แต่เหลือบมองบ้านพร้อมกับรองเท้าสองคู่ที่วางอยู่ตรงบันได บางคนอาจถึงขั้นเงี่ยหูฟังหรือจับตาดูว่าเสาเรือนบ้านที่ดูมั่นคงจะสั่นไหวหรือไม่แต่ก็ทำได้แค่นั้น ไม่มีใครกล้าปริปากเอ่ยความในใจออกมาเหมือนที่ปกติจะทำกับคนบ้านอื่น
“แม่ แม่! แวะบ้านหมอก้านหน่อยได้ไหมอะ? เมื่อวานหมอบอกหมอมีขนมมาจากเมืองนอก มีคนเอามาให้ หมอเขาจะแบ่งให้ฉัน” เด็กชายวัยห้าขวบ ตัวอ้วนกลมนั่งซ้อนท้ายจักรยานที่แม่ปั่นผ่านหน้าบ้านหมอก้านถามแม่เสียงใส
“วันนี้แวะไม่ได้ ไอ้เกม แกดูสิ มีรองเท้าวางไว้ตรงหัวกระไดบ้านหมอ หมอเขามีแขก” หญิงอ้วนผู้เป็นแม่บอกลูกชายตัวกลม
“มีแขกแล้วแวะไม่ได้เหรอแม่?” เด็กชายเกาะเอวแม่ที่ปั่นจักรยานผ่านหน้าบ้านหมอก้านถามด้วยความเสียดาย
“แกก็รู้ หมอบอกไว้ว่าหากปิดบ้านเมื่อไหร่ห้ามใครเข้าไปยุ่งกับบ้านเขา แกเองก็เหมือนกัน คำสั่งหมอก้าน ใครก็ห้ามขัด” หญิงอ้วนบอกลูกชายปล่อยให้เด็กน้อยอ้วนกลมเหลียวหลังมองบ้านหมอก้านจนคอแทบเคล็ด
เด็กชายเกมคงคิดไม่ถึงว่ามีอะไรเกิดขึ้นภายในบ้านทรงไทยที่ปิดประตูอยู่หลังนั้น หากเขาได้เห็น เขาคงตกตะลึงเป็นแน่เพราะตอนนี้เจ้าของบ้านหุ่นล่ำสัน ท่อนบนเปลือยเปล่าอวดแผงอกกำยำพร้อมรอยสักตามท่อนแขนและแผ่นหลัง ท่อนล่างมีเพียงผ้าขาวม้าผืนเดียวพันอยู่กำลังนั่งคร่อมเหนือร่างเปลือยเปล่างดงามของหญิงสาวผมยาวสลวยที่นอนคว่ำเหยียดตัวตรง เม้มริมฝีปากแดงกลั้นความเจ็บให้ชายหนุ่มที่คร่อมร่างเธออยู่ได้ประกอบกิจโดยสะดวก
“อุ๊ย! เจ็บค่ะ!” หญิงสาวร้องขึ้นมา
“เจ็บก็ทน จะเสร็จแล้ว” เสียงขรึมเข้มดังขึ้น เหงื่อกาฬของชายหนุ่มผุดขึ้นบนขมับจนเขาต้องยกมือขึ้นเช็ดก่อนจะทำการขยับมือยกไม้แท่งยาวเล็กขึ้นแล้วจรดหัวเข็มที่ติดอยู่ส่วนปลายของไม้ลงบนแผ่นหลังของหญิงสาวติดต่อกันอีกหลายครั้ง
“อื้อออ... เจ็บ ไม่ไหวแล้วค่ะ” สาวสวยร้องบอกเขาแล้วทำท่าจะขยับตัวแต่หมอก้านใช้มือแข็งแรงข้างหนึ่งกดหลังเธอเอาไว้ แล้วใช้มือข้างที่ถือไม้ต่อเข็มกดปลายเข้าไปในเนื้อหนังนุ่มนิ่มของเธออีกหลายครั้งพร้อมข่มขู่เธอเสียงขึงขัง
“ถ้ามึงยังขยับอีกกูจะทำให้เจ็บกว่าเดิม ดังนั้นนอนกลับลงไป ตอนจะทำอ้อนวอนน้ำตาแทบไหลให้กูทำให้ แต่พอเอาเข้าจริงทนไม่ไหว ระวังเถอะของจะกลับเข้าตัว”
ทันทีที่หมอก้านพูดจบข้าวของในห้องทั้งโต๊ะหมู่บูชาชุดใหญ่ ทั้งผ้ายันต์แบบต่าง ๆ ที่ใส่กรอบแขวนบนฝาบ้าน ทั้งชั้นวางเครื่องรางของขลังก็สั่นไหวจนสาวสวยร่างเปลือยเปล่ารู้สึกได้ เธอจึงเกิดความกลัวขึ้นในใจ กัดฟันทนเจ็บให้เขาจรดปลายเข็มลงหมึกสักลงไปบนแผ่นหลังด้านบนของเธอจนเสร็จสิ้น
“ยันตัง สันตัง วิกรึงคะเร...” หมอก้านเร่งมือที่สักให้เร็วขึ้นพร้อมสวดคาถาไปด้วย สิ่งของต่าง ๆ ในห้องที่สั่นไหวก็พลันสงบลงอย่างน่าเหลือเชื่อทำให้สาวสวยที่นอนคว่ำอยู่ถอนหายใจ แม้จะยังเจ็บแต่อย่างน้อยความกลัวของเธอก็ลดลงไปมากโข
“...เสร็จแล้ว” หมอก้านบอกเสียงเรียบหลังจากลงเข็มสักเข็มสุดท้ายบนแผ่นหลังเนียนงามของหญิงสาว เขาผละออกจากร่างอวบอัดเปลี่ยนมาเป็นนั่งขัดสมาธิข้างกายเธอแทน
“เจ็บ หมอก้านใจร้ายจัง ไม่เบามือเลยนะคะ” หญิงสาวต่อว่าเขาอย่างแง่งอนแล้วพลิกร่างทรงเสน่ห์กลับมาด้านหน้าพร้อมกับยันตัวขึ้นนั่ง ไม่มีเขินอายต่อร่างกายที่เปลือยเปล่าต่อหน้าหนุ่มวัยฉกรรจ์เลยสักนิด
“นี่เบาแล้ว” หมอสักยันต์ตอบสั้น ๆ แล้ววางเข็มสักยันต์ลงบนพานเงิน เขาเหลือบมองเจ้าของร่างที่พยายามขยับยั่วอยู่ตรงหน้า ไม่บอกก็รู้ว่าต้องการสิ่งอื่นจากเขาต่อนอกจากรอยสักบนแผ่นหลัง
แหม! ก็หมอสักยันต์น่ากินเสียขนาดนี้ จะให้กลับไปมือเปล่าได้ยังไงล่ะ?!
สาวสวยมองหมอสักยันต์หุ่นบึกบึนที่นั่งอยู่ตรงหน้า คิดในใจพร้อมกับส่งสายตาและสัญญาณความต้องการออกไปอย่างชัดเจน
ถึงแม้ใบหน้าหล่อคมสันของเขาจะดูเคร่งขรึมไม่ยิ้มแย้มแต่รสิกาก็อยากเข้าใกล้เขา รอบริมฝีปากหนาเหยียดตรงของเขามีหนวดเคราขึ้นครึ้ม แค่คิดว่าริมฝีปากนั้นจะระดมจูบไปทั่วร่างของเธอรสิกาก็อ่อนระทวยแล้ว
แล้วยังมือที่สักยันต์ได้เก่งกาจนั่นอีกล่ะ หากได้มาลูบไล้เนื้อตัวฉัน มันคงฟินน่าดู
รสิกาคิดแล้วขยับตัวเข้าไปใกล้หมอสักยันต์รูปหล่ออีกนิด ใช้สองแขนบีบอัดเนื้อเนินอกให้แนบชิด เหมือนเสนอขายสินค้าให้เขาเห็นเต็มตา
“แต่งตัวแล้วกลับไปได้แล้ว บอกแล้วว่าสักแค่หลัง ดึงแค่ท่อนบนลง ไม่ต้องแก้ผ้าทั้งตัวก็ได้ เสียเวลาแต่งตัวอีก” หมอก้านยื่นมือไปคว้าเดรสแดงพร้อมกางเกงชั้นในที่รสิกายืนยันว่าต้องการถอดออกส่งให้เธอพร้อมกับโบกมือไล่สาวสวยอย่างไม่แยแสต่อเนื้อโนมนวลเนียนที่ยั่วยวนเขาอยู่ตรงหน้า
“ยันต์ที่หมอก้านสักให้ริก้าขลังจริงหรือเปล่าคะเนี่ย? ยั่วขนาดนี้แล้วยังไม่ยอมอ่อนข้อให้เลยนะคะ” รสิกาหัวเราะร่าแล้วยื่นมือไปรับชุดเดรสสีแดงสดที่หมอก้านส่งให้แต่แทนที่จะสวมมันกลับลงไป เธอกลับขยับตัวเข้าไปชิดหนุ่มหล่อเข้มอย่างจงใจ สาวสวยพูดพลางไล้นิ้วเรียวงามบนต้นแขนล่ำสันของหมอก้านที่มีรอยสักหนุมานออกศึกปรากฏอยู่เต็มท่อนแขน
“ขลัง แต่ขลังกับบางคน และที่สำคัญ ‘บางคน’ นั้น ไม่ใช่กู ยันต์นะโว้ย ไม่ใช่น้ำมันพรายสายดำ ดีดปุ๊บติดสัดปั๊บ ยันต์ที่กูสักให้มึงคือจิ้งจกมหาเสน่ห์ ดึงดูดเพศตรงข้ามได้ก็จริง แต่กูไม่ได้ใส่พลังให้มึงเต็มสิบ ดูสันดานมึงเสียก่อน เจอหมอสักยันต์แค่ไม่กี่ครั้ง จะเอาเป็นผัวเสียแล้ว ขืนกูสักยันต์ลงพลังให้มึงเต็มที่ มึงคงรี่ไปแย่งผัวชาวบ้านเขาแน่ แล้วอีกอย่าง ถ้ายันต์กูไม่ขลัง สามเดือนให้หลังมาเอาเงินคืนได้เลย” หมอก้านดุเธอเสียงเหี้ยมก่อนจะสะบัดแขนที่สาวสวยเกาะอยู่
“แหม... ก็หมอหล่อนี่คะ ตอนแรกที่เขาร่ำลือกันว่าหมอสักยันต์มีฝีมือดี ริก้าก็คิดว่าจะดีแค่ฝีมือ... ไม่คิดว่าจะหล่อล่ำ ลำใหญ่ขนาดนี้” รสิกาพูดแล้วทำตาลุกวาวเมื่อเหลือบมองผ่านผ้าขาวม้าผืนใหญ่ที่หมอก้านพันรัดรอบเอวสอบเอาไว้
“แต่งตัวแล้วกลับไปได้ ส่วนค่าสักโอนมาตามที่ราคาที่ตกลงกันไว้” หมอก้านกล่าวเสียงแข็ง
“เราลองกันสักยกดีไหมคะหมอ? ถ้าหมอยอม ริก้าจะจ่ายเพิ่มให้อีกแสนก็ยังไหวนะคะ” รสิกาเสนอต่ออย่างไม่ย่อท้อ พร้อมตวัดขาขึ้นนั่งคร่อมหน้าตักกว้าง หันหน้าเข้าหาหมอสักยันต์รูปหล่อด้วยใจอยากลองว่ายันต์จิ้งจกมหาเสน่ห์ที่เพิ่งสักมาจะศักดิ์สิทธิ์แค่ไหน
“มึงออกไป” หมอก้านพูดเสียงเรียบ ไม่ได้เกรี้ยวกราดหรือแสดงความสะทกสะท้านต่อร่างขาวงามที่คร่อมอยู่บนตักเลย
“ไม่ค่ะ” รสิกายิ้มแล้วตอบเขาพร้อมกับประกบริมฝีปากบางนิ่มนวลเข้ากับริมฝีปากหนาของหนุ่มหล่อทันที
ความร้อนของกลีบปากนุ่มส่งผ่านไปยังริมฝีปากของหมอก้าน เขานิ่วหน้าแล้วเตรียมผลักร่างเล็กออกจากตัวเขาก่อนที่จู่ ๆ ประตูไม้สักบานใหญ่จะถูกเคาะเบา ๆ แล้วเปิดออกอย่างช้า ๆ
แอ๊ด...
เสียงประตูที่เปิดออกมาทำให้รสิกาผู้หันหลังให้ประตูต้องถอนจูบออกแล้วหันหน้าไปมอง ขณะที่หมอก้านเผชิญหน้าอยู่กับผู้ที่มาเยือน
คนเปิดประตูเป็นหญิงสาวร่างเล็กในชุดเสื้อยืดกางเกงยีน ผมหยักเป็นลอนใหญ่ ยาวถึงกลางหลัง ดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนมีแววอิดโรย หน้าตาจิ้มลิ้มคล้ายลูกผสมฝั่งตะวันตก ผิวขาวละเอียดราวไม่เคยถูกแดดมาก่อน เธอเห็นคนสองคนแนบชิดอย่างเต็มตา และดูเหมือนเธอจะเขินอายเสียเอง ใบหน้ามนเล็กขึ้นสีแดงก่ำ เธอทำท่าลังเลเหมือนจะถอยออกจากห้องแต่ก็ดูเหมือนจะต้องการถามอะไรบางอย่างด้วยและสุดท้ายดูเหมือนเธอจะตัดสินใจถามคำถามมากกว่าที่จะเดินหนีออกจากห้องที่สองหนุ่มสาวแปลกหน้ากำลังกระทำภารกิจที่สมควรกระทำแค่สองคน
“อ๊ะ! เออ... ขอโทษค่ะ ที่นี่บ้านของคุณกันภัยหรือเปล่าคะ? คุณกันภัย ยาตราศาสตร์น่ะค่ะ หมอกันภัย... คนที่เป็นหมอสักยันต์น่ะค่ะ”