"อื้อ" เสียงหวานครางงึมงำเมื่อเริ่มรู้สึกตัวหลังจากที่ร้องไห้จนหลับไป รู้จักอีกทีก็ตื่นมาในที่ที่ไม่รู้จัก
"ตื่นแล้วเหรอ?" น้ำเสียงราบเรียบของธารารมณ์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่ายัยตัวเล็กรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาแล้ว
"ที่นี่ที่ไหนคะ?" เธอเอ่ยถามเสียงงัวเงียดวงตาฉ่ำปรือจ้องมองรอบๆ อย่างสงสัยว่าเธออยู่ที่ไหนกันแน่
"นี่เพนเฮ้าส์เฮียเอง" เขาตอบแต่ใบหน้าไม่ได้มองเธอเลย
"อ๋อ..ค่ะ"
"คิดดีแล้วเหรอถึงไปเป็นบ้าอาละวาดตามราวีผู้ชายแบบนั้น ถึงไม่เห็นแก่ตัวเองก็เห็นแก่หน้าตาคุณอาได้ไหม ทำตัวให้สมฐานะหนอย" เขาร่ายยาวมองเธออย่างถอดใจเมื่อคนตัวเล็กเอาแต่วิ่งตามธีรภัทรไม่หยุดหย่อน
"ไม่ค่ะ พีชรักของพีช เฮียไม่เคยรักใครเฮียไม่เข้าใจหรอก" เธอตอบเสียงแผ่วหลบสายตาของเขาที่ส่งแววตาดุๆ ไม่ต่างจากพี่ชายของเธอ
"ทำไมเฮียจะไม่เข้าใจพีช เฮียเป็นคนเฮียมีหัวใจ เฮียก็รักเป็น" เขาตอบแล้วกระแทกเสียงใส่เธอเมื่อเธอพูดไม่รู้เรื่อง
"แต่พีชรักพี่ธีร์.." เธอเอ่ยเสียงแผ่วเมื่อต้องเป็นฝ่ายแอบรักฝ่ายเดียวอยู่แบบนี้
"รักได้ก็เลิกรักได้ ถามจริงเถอะพีชรักอะไรมันขนาดนั้น" ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างจริงจัง เพราะอะไรพีชถึงรักมันมากขนาดนั้น
"เฮียไม่ต้องรู้หรอก" เธอตอบเสียงอ้อมแอ้มเพราะเรื่องในวันนั้นที่บ้านเธอไม่มีใครรู้และอีกอย่างพวกนั้นก็หายสาปสูญไปแล้ว แต่ทว่าเธอก็เคยได้ยินข่าวคราวพวกนั้นว่าพบเจอพวกมันทำงานอย่างว่าที่ต่างประเทศนั้นแหละ
ครั้งนั้นสมัยที่เธอเรียนปีหนึ่ง รุ่นพี่ที่ไม่ชอบหน้าเธอล่อลวงให้เธอไปในที่ที่หนึ่งแล้วขังเธอไว้ก่อนจะมีผู้ชายที่เป็นรุ่นพี่เข้ามาหมายจะข่มขืนเธอแล้วพอเธอขัดขืน มันก็ทำร้ายเธอจนเธอสลบไปแต่พอเธอตื่นขึ้นมาก็พบว่าเธอตื่นขึ้นมาในอ้อมอกของธีรภัทร
เขาเป็นลูกชายเพื่อนสนิทของมารดาเธอ เรารู้จักกันตั้งแต่เด็กๆ ทว่าเธอไม่ได้รักเขามาตั้งแต่นั้นหรอก เห็นการณ์วันนั้นต่างหากมันทำให้เธอรักเขามากกว่าพี่น้องมาโดยตลอด
"งั้นพีชขอบคุณแล้วกันที่เฮียมาช่วยพีช ดึกแล้วพีชกลับบ้านดีกว่า" เธอลุกขึ้นจากเตียงเพื่อที่จะกลับบ้าน อีกอย่างพี่ชายและป๊าเธอคงจะเป็นห่วงแล้วแน่ๆ
"นอนนี่แหละ เฮียบอกไอ้ภูแล้วว่าพีชอยู่นี่ พีชนอนนี่แหละเดี๋ยวเฮียไปนอนอีกห้องเอง ตามสบายเลยนะ เสื้อผ้าเฮียให้ลูกน้องเตรียมไว้ให้พีชแล้ว" เขาผายมือไปที่ชั้นวางของหน้าห้องน้ำก็พบว่ามีเสื้อผ้าสองถุงวางไว้อยู่ตรงนั้นซึ่งเธอก็พยักหน้าขอบคุณ
"ขอบคุณค่ะ"
วันต่อมา
ร่างเล็กนั่งอ่านคลิปฉาวของตัวเองในแอปพลิเคชั่นรูปนกสีขาวด้วยใบหน้าหงุดหงิด
หึ หน้าไม่อาย วิ่งหาแฟนคนอื่นจนตัวเองเป็นฝ่ายอับอายแทน
สมีน้ำหน้า เขาปฏิเสธเท่าไหร่ก็ยังด้านอยู่
และมีอีกหลายๆ คอมเม้นท์ที่ต่อว่าเธอทั้งที่ในเรื่องจริงและไม่จริงเธอจึงออกมาประกาศอย่างเหลืออด
'เม้นท์ไม่รู้จริงก็รอหมายศาลไปแล้วกันนะคะ ผู้ชายคนนี้เป็นว่าที่คู่หมั้นฉัน อีกอย่างผู้หญิงคนนี้ก็เป็นแค่เลขา รู้ไม่จริงก็หยุดแสดงความโง่ออกมากันได้แล้ว'
"หงุดหงิดชะมัด!" เธอบ่นอุบก่อนจะปิดมือถือไปหานอนดูซีรีส์กินป๊อปคอร์นดีกว่า
ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!
Tham : นอนรึยัง?
Tham : ไปทานข้าวเป็นเพื่อนเฮียหน่อยสิ
ทว่าระหว่างที่เธอกำลังสนุกกับซีรีส์ที่เปิดดูตรงหน้า จู่ๆ ก็มีเสียงข้อความดังออกมาจากมือถือที่เธอชาร์จแบตไว้อีกเครื่องที่โต๊ะหัวเตียงซึ่งเธอก็ขมวดคิ้วแล้วหยิบมาเปิดดู
มือถือเครื่องนี้เป็นแอคเค้าท์บัญชีสมัยมหาวิทยาลัย ซึ่งตอนนี้เธอเปลี่ยนใหม่ไปหมดแล้ว นอกจากคนที่สนิทกันเท่านั้นเธอจึงจะเก็บไว้คุยที่เครื่องนี้
เฮียธาม...
Parrita : มีอะไรคะ?
Parrita : ทานข้าวที่ไหน?
Parrita : มีแค่เฮียคนเดียวเหรอคะ?
เธอถามกลับทว่าเขาอ่านแต่ไม่ได้ตอบกลับสักพักแล้วค่อยตอบกลับมาอีกครั้ง
Tham : อืม เดี๋ยวอีกสามสิบนาทีเฮียจะไปรับ
Tham : แต่งตัวสวยๆ นะ
Tham : วันนี้มีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกันด้วย
Parrita : ค่ะ
Parrita : ส่งสติกเกอร์
"มีเรื่องอะไรเกินขึ้นอีกหล่ะเนี่ย" เธอบ่นพึมพำก่อนจะรีบวิ่งไปแต่งตัวอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในเวลาอันน้อยนิด วันนี้แต่งหน้าอ่อนๆ ก็พอ ไม่มีเวลาแล้ว
วันนี้เธอแต่งตัวด้วยชุดเดรสรัดรูปสีแอปริคอทแบบน่ารักสไตล์คุณหนูและไม่โป๊จนเกินไปเพื่อภาพลักษณ์และรูปร่างที่ดี อีกอย่างเฮียธามก็บอกเธอเองว่าไม่มีใครนอกจากเขา เธอแค่ไปทานข้าวเป็นเพื่อนเขาเท่านั้นเองนี่
"สวยมั้ยคะ?" เธอยิ้มหวานเมื่อประตูรถลีมูซีนคันหรูเปิดออกก็พบว่ามีธารารมณ์นั่งอยู่ในนั้นด้วย
"อืม สวย" ชายหนุ่มพูดเสียงแผ่วมองดูการแต่งตัวของเธอราวกับหลุดเข้าไปในภวังค์เพียงครู่แล้วก็กลับมาเป็นปกติ
"แล้วนี่เราจะไปทานข้าวกันที่ไหนคะ?" เธอเอ่ยถาม
"ที่บ้านพักต่างอากาศบ้านเฮียเอง" เขาละสายตาจากไอแพดที่เทรดหุ้นอยู่ในมือแล้วเงยหน้าขึ้นมาตอบคำถามของเธอ
"คะ? ตอนแรกพีชนึกว่าร้านที่ร้านอาหารวิวดาดฟ้าซะอีก" เธอตอบเสียงอ้อมแอ้มก่อนจะนั่งเงียบๆ จนไปถึงบ้านพักต่างอากาศนอกเมืองของเขา
เมื่อมาถึงเธอถึงกับขมวดคิ้วเมื่อพบว่าเข้ามาในบ้านของเขาแล้วมีคนในครอบครัวของเธอนั่งอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันก่อนแล้ว ไหนบอกว่ามีแค่เขาคนเดียวไง นี่น่ะเหรอเรื่องสำคัญที่จะพูด เรื่องอะไรกันหล่ะ
"นั่งลงก่อนสิลูก ทานข้าวก่อนแล้วเราค่อยคุยกัน" มารดาของเธอเอ่ยยิ้มๆ ก่อนจะจับมือเธอมานั่งที่เก้าอี้ข้างๆ ท่านด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนจะหันไปพูดคุยกันกับแม่ของเฮียธามต่อ
สรุปว่ามาคุยเรื่องสำคัญอะไรกัน?