“อะ เอ่อ ขอโทษที่เข้ามาหยิบของในบ้านของคุณพลการ”
“พี่…ไม่ใช่คุณ” คำว่าคุณฟังแล้วขัดหูชะมัด เรียกอารักษ์ว่าพี่ได้เต็มปากแต่จะเรียกเขาว่าคุณ หึ!
“ค่ะๆ ขอโทษที่มาหยิบของพี่อิงทัชโดยพลการนะคะ”
“พี่แค่จะถามว่าทำไมไม่เปิดไฟก็แค่นั้น เดี๋ยวก็ได้ล้มไปหรอก” ชายหนุ่มบอกออกไปน้ำเสียงราบเรียบติดจะเป็นการบ่นคนด้วยเล็กซะด้วยซ้ำ หญิงสาวหน้างอพยายามสลัดตัวให้หลุดจากอ้อมกอดของเขาจนสำเร็จ นี่เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่เขาพูดกับเธอเป็นประโยคยาวๆ
“ของขวัญเกรงใจนี่คะ ปกติก็ไม่เคยมาหยิบเอง”
“ลูกคุณหนูก็แบบนี้ งั้นเอาสาวใช้ส่วนตัวสักคนไหมล่ะ” ชายหนุ่มบอกออกไปน้ำเสียงติดประชดประชัน
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ถ้าทำอย่างนั้นของขวัญจะมาเป็นภาระซะมากกว่า ของขวัญจะพยายามช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุดค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” ร่างนุ่มนิ่มวิ่งหายไปในความมืดแล้วแต่กลิ่นหอมจางๆจากกายสาวยังติดอยู่ที่จมูกของคนตัวโต เธอมีกลิ่นหอมเหมือนเด็ก ยอมรับเลยว่ากลิ่นกายและความนุ่มนิ่มของเธอทำให้เขาเกือบคลั่ง มันไม่เคยเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลย
“เฮ้อ หัวใจจะวายอยู่แล้วนะเนี่ย ต้องโทรไปเล่าให้ยัยยาหยีฟังแล้ว” หญิงสาวไม่รอช้าต่อสายหาเพื่อนสนิททันที ยาหยีได้ฟังสิ่งที่เพื่อนสาวเล่าก็หัวเราะออกมาเบาๆ หล่อนบอกได้คำเดียวเลยว่าเพื่อนของหล่อนกำลังแอบมีใจให้กับอิงทัชโดยที่เจ้าตัวก็ยังไม่รู้ตัว
“บะ บ้าแกก็พูดไปเรื่อย”
“ฉันพูดจริงๆนะขวัญ แกน่ะแค่ยังไม่รู้ใจตัวเองแค่นั้น”
“อย่าลืมสิว่าฉันเพิ่งจะเจอเขาแค่ไม่กี่ชั่วโมงเองนะ”
“ไม่เคยได้ยินคำว่ารักแรกพบหรอ แกพูดเองเต็มปากว่าเขาเป็นสเปคของแก”
“นะ นั่นก็จริงแต่ว่า...”
“อย่าเพิ่งคิดอะไรมากเลยจ้ะเพื่อนรัก รอดูไปเรื่อยๆนะ แล้วขวัญจะเข้าใจทุกอย่างด้วยตัวขวัญเอง ฉันเชื่อว่าถ้าเราได้มีโอกาสได้เจอคนที่เราจากจะมอบใจแล้วก็พร้อมจะมอบใจให้เขาทันที”
“พูดอย่างนี้มันแปลกๆน้า หรือว่ายาหยีจะมีใครในใจแล้วไม่บอกกัน”
“ยังไม่มีหรอกจ้ะ เอาไว้ถ้ามีแล้วยาหยีจะบอกนะ”
“โอเค สัญญาเลยนะ”
“สัญญาจ้ะ” หลังจากวางสายเพื่อนรักไปยาหยีก็คิดทบทวนถึงเรื่องของตัวเองอีกครั้ง หลังจากวันนั้นเธอก็ไม่ได้ติดต่อกับอารักษ์อีกเลย เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นใครบ้านอยู่ที่ไหน ที่สำคัญเขาก็ไม่คิดจะติดต่อกลับหาเอเช่นกัน คิดแล้วมันน่าน้อยใจจริงๆที่ยอมปล่อยตัวปล่อยใจเพราะคิดว่าเขาจะจริงจังด้วย
“ฉันกลายเป็นของเล่นอีกชิ้นของเขาสินะ”
เช้าวันต่อมาของขวัญตื่นแต่เช้ามาดูแลควบคุมเรื่องอาหารให้ดาราวรรณเป็นอันดับแรก แน่นอนว่าถ้าเริ่มต้นจากการทานอาหารที่เหมาะสมก็จะทำให้สุขภาพที่เคยย่ำแย่ดีขึ้นตามลำดับควบคู่กับการตรวจสุขภาพและออกกำลังกาย อนุชิตเองก็ตื่นแต่เช้าเพื่อมาเดินชมสวนของภรรยาอันเป็นที่รักอย่างเช่นทุกวัน ยิ่งช่วงเช้าจะมีน้ำค้างลงเป็นจำนวนมากทำให้อากาศเย็นสบาย
“อรุณสวัสดิ์ตอนเช้าค่ะคุณปู่”
“ตื่นเช้าจังเลยลูก”
“ขวัญลงมาทำอาหารเพื่อสุขภาพให้คุณป้าน่ะค่ะ”
“ไม่ต้องทำด้วยตัวเองก็ได้นะลูก แค่บอกสาวใช้เอาไว้ก็ได้ว่าต้องการเมนูแบบไหน”
“ขวัญยินดีจะทำด้วยตัวเองค่ะคุรปู่ ดอกไม้สวยจังเลยนะคะ”
“นี่สงสัยจะยังไม่มีใครมาตัดเข้าไปในเรือน”
“ตัดได้หรอคะ” หญิงสาวถามออกไปน้ำเสียงตื่นเต้น
“ตัดได้สิลูก เอาไปประดับแจกันก้สวยไปอีกแบบ”
“งั้นของขวัญตัดให้นะคะ”
“ฮ่าๆ ได้เลย หนูจะทำอะไรก้ได้ปู่ตามใจ”
“คุณปู่ใจดีที่สุดในโลกเลยค่ะ” คนที่เตรียมจะลงมาว่ายน้ำตอนเช้าอย่างอิงทัชแอบมองผู้เป็นปู่พูดคุยใบหน้ายิ้มแย้มผ่านทางหน้าต่างบานใหญ่ ไม่บ่อยนักที่ท่านจะยิ้มกว้างแบบนั้น ท่านคงจะพึงพอใจในตัวของของขวัญอยู่มาก
“สวยจังเลย”
“วันนี้ของขวัญเอามาประดับให้คุณป้าค่ะ คุณป้าจะได้รู้สึกสดชื่น”
“ขอบใจมากนะลูก หนูตื่นเช้ามาก”
“หนูตื่นเช้าเป็นปกติอยู่แล้วค่ะ ลงไปทานข้าวเช้ากันเถอะนะคะวันนี้มีเมนูพิเศษสำหรับคุณป้าด้วย” หญิงสาวบอกกับคนข้างกายเสียงหวาน งานดูแลคนอื่นเธอถนัดอยู่แล้ว
“จริงหรอจ๊ะ งั้นก็รีบลงไปกันเถอะ”
“ค่ะ” เวลานี้ทุกคนมารวมตัวกันที่ห้องอาหารเว้นแต่อิงทัชที่ไม่รู้ว่าหายตัวไปไหน อารักษ์บอกให้สาวใช้ตักข้าวโดยที่ไม่รอใครอีกคน อนุชิตเมื่อเห็นว่าหลานชายคนเล็กอยากจะทานแล้วก็ให้ทุกคนเลยลงมือทานได้
“พี่อิงทัชเขาคงกำลังว่ายน้ำกว่าจะมาทานก็คงสายๆ พวกเราทานกันเถอะลูก”
“ค่ะ” หลังทานอาหารเสร็จเรียบร้อยเธอก็พามารดาของชายหนุ่มขึ้นไปพักบนห้อง วิวจากหน้าต่างห้องของท่านทำให้เธอมองเห็นร่างของผู้ชายที่สมบูรณ์แบบกำลังแวกว่ายอย่างเอาจริงเอาจังในสระว่ายน้ำ บอกเลยว่าก่อนหน้าที่คิดว่าเขาดูดีแล้ววินาทีนี้เขาดูดีกว่ามาก ชายหนุ่มขึ้นมาจากน้ำช้าๆ หน้าท้องแกร่งของเขาบ่งบอกได้ถึงคนที่ออกกำลังกายดูแลรูปร่างของตนได้เป็นอย่างดี