"ผมไม่ได้อยากอยู่ที่นี่นักหรอกไม่ต้องไล่!..แค่ทนเห็นหน้าคนที่ฆ่าเมียฆ่าลูกไม่กี่นาทีก็จะสำรอกตายอยู่แล้ว แต่ที่มาในวันนี้เพราะจะบอกให้ทุกคนรู้เอาไว้เลยว่าผมไม่ยอมแน่ ภาวนาจะต้องชดใช้อย่างสาสม!"
พูดจบร่างใหญ่ก็ย่างถอยหลังทั้งที่สายตายังจ้องร่างเล็กสั่นสะท้านบนเตียงที่ถูกเขาอาละวาดจนยับเยิน
ประภาร้องไห้ตัวโยนกับเหตุการณ์ทุกอย่างทีเกิดขึ้น ความสงบ ความสุขที่มีมาแสนนานมันกำลังจะเลือนหายไปแล้ว ต่อจากนี้ครอบครัวของนางคงปราศจากรอยยิ้มและเสียงหัวเราะไปตลอดกาล...
"..." ทัพไทมองเห็นน้ำตาของมารดาแล้วหัวใจก็วูบไหวเล็กน้อย ก่อนจะตัดใจเดินออกไปจากห้องด้วยสีหน้าถมึงทึงโดยไม่พูดอะไรไปมากกว่านั้น
"เอย! เอยเป็นอย่างไรบ้างลูก" ณราชรีบหันกลับไปดูบุตรสาวที่นอนฟุบหน้าหายใจรวยรินแต่ร่างสั้นไหวสะท้าน เขาจับหล่อนพลิกตัวสุดจะสงสารกับสภาพของบุตรสาวที่ถูกทำร้ายซ้ำ แต่ก็ไม่รู้จะโกรธแค้นทัพไทได้อย่างไรในเมื่อทางนั้นก็สูญเสียยิ่งกว่า
คงได้แต่สลดหดหู่ใจยอมรับในบาปเวรที่คงเคยร่วมก่อร่วมสร้างกันมา ถึงเวลามันจึงเวียนว่ายคืนสนองกันอยู่อย่างนี้ไม่สิ้นสุด
"หมอมาแล้วณราช แกออกมาก่อนเถอะ..." นพราชบอกกับบุตรชายเมื่อทีมแพทย์กรูกันเข้ามาเพราะท่านกดออดแจ้งเตือนไปก่อนหน้านี้
ฝ่ายบุตรชายมองหน้าบิดาและแม่เลี้ยงก่อนจะยอมละมือจากร่างของบุตรสาวคนเดียวปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแพทย์เป็นผู้ดูแลรักษา
"เกิดอะไรขึ้นครับเนี่ย...ญาติออกไปรอข้างนอกก่อนนะครับเดี๋ยวหมอจัดการทางนี้ก่อน คุณต้องการให้ติดต่อตำรวจหรือเปล่า" คุณหมอเอ่ยถามในขณะที่หยิบถุงมือขึ้นมาสวม และเจ้าหน้าที่พยาบาลคนอื่นๆ กำลังง่วนอยู่กับการทำแผลให้ภาวนา
"ช่วยลูกผมให้ปลอดภัยด้วยนะครับคุณหมอ ส่วนเรื่องอื่นๆ...ทางครอบครัวผมจะจัดการเอง”
"ครับ..." คุณหมอรับปากแล้วก็ไม่รีรอที่จะเข้าไปดูอาการคนป่วยซึ่งนอนโรยแรงอยู่บนเตียงเปื้อนเลือด ทั้งณราช นพราชและประภาจึงเดินออกไปจากห้องเพื่ออำนวยความสะดวกในการรักษาแม้ใจจะยังแสนเป็นห่วงอยู่มากก็ตามที
"เราจะทำยังไงกับไทม์ดีคะคุณ...ฉันกลุ้มใจเหลือเกิน ดูท่าทางจะไม่ยอมลงง่ายๆ แน่" ประภาเอ่ยขึ้นเชิงปรึกษากับสามี โดยที่ณราชนั้นเดินก้มหน้าอยู่ข้างหลังคอยรับฟังเงียบๆ
"ให้เขาใจเย็นลงอีกหน่อย...แล้วค่อยหาทางคุยกัน ปกติไทม์เป็นคนมีเหตุผล แต่ตอนนี้เขาคงยังทำใจไม่ได้"
"ไทม์แค้นเอยมาก...ถึงขนาดไม่ยอมเผาศพเปรี้ยวรอเวลาเอาคืน ฉันกลัวจริงๆ เลยค่ะ"
"ผมคงไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรลูกสาวผมเหมือนกัน เอยผิดก็จริง...แต่เอยก็เป็นลูกของผม ในความเป็นพ่อผมก็จำเป็นต้องปกป้องเขา" ณราชกล่าวแทรกขึ้นมานั่นทำให้สองสามีภรรยายิ่งหนักใจ
"ย้ายโรงพยาบาลก่อนก็แล้วกันเพื่อความปลอดภัยของเอย...ส่วนไทม์ช่วงนี้คงยุ่งอยู่กับการดูแลงานศพเปรี้ยว กว่าจะทำใจได้คงอีกสักพัก เขาอาจจะอยากอยู่คนเดียว"
"ไทม์เขาเป็นลูกฉันค่ะ...จะให้นิ่งเฉยในสถานการณ์เช่นนี้ฉันก็ทำไม่ได้เหมือนกัน ฉันเป็นห่วงเขาจะคิดสั้นเหลือเกินค่ะคุณ" ประภากล่าวเสียงสั่นทั้งน้ำตาในขณะที่นพราชประคองนางให้นั่งบนที่นั่งสำรองด้านนอก "เขาโตแล้ว...จะคิดจะตัดสินใจอย่างไรเราคงไปก้าวก่ายได้ยาก ตอนนี้ก็คงต้องประคับประคองกันไปก่อน ผมอยากให้เขากลับมาอยู่ที่บ้าน ยังไงก็พอได้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้เขาผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ "ไทม์คงไม่ยอม..." ฝ่ายภรรยาพ้อด้วยความอ่อนใจ
"ผมไปแจ้งเรื่องขอย้ายโรงพยาบาลก่อนนะครับ บอกตรงๆ ผมไม่ไว้ในไทม์ ต่อให้เอยผิดยังไง ผมเชื่อว่าเขาก็ไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันร้ายแรงขนาดนี้ ไม่มีใครอยากเป็นฆาตกรฆ่าคนหรอก..."
สีหน้าของณราชยังเจือความหม่นเศร้าไม่คลาย หากย้อนนึกกลับไปจริงๆ ต้นเหตุของปัญหาคงเป็นเขาไม่อาจทำหน้าที่ของพ่อได้อย่างสมบูรณ์แบบ จนภาวนากลายเป็นเด็กมีปมด้อยอยู่เงียบๆ
ร่างใหญ่เดินห่างออกไปทันทีเมื่อพูดจบ สองตายายก็ได้แต่นั่งคิดไม่ตก...ทำไมเรื่องร้ายๆ จะต้องประเดประดังเข้ามาในช่วงที่พวกท่านควรจะได้อยู่กับลูกหลานอย่างเป็นสุข
ทั้งๆ ที่ตลอดเวลาหลายปีตั้งแต่ครองคู่กันมาทุกอย่างก็สงบร่มเย็นมาตลอด จึงไม่มีใครตั้งรับกับความสูญเสียและความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ได้ทัน
โดยเฉพาะ...ทัพไท...