ตอนที่2 [เข้าพบเจ้าของไร่]

1092 Words
เล่ห์…กลของใจ ตอนที่ 2 [เข้าพบเจ้าของไร่] "ลุงป้าค่ะ พิมพ์ไปสมัครงานก่อนน่ะค่ะ" "หนูพิมพ์ต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะลูก" ลุงเอ่ยขึ้นขณะรู้สึกใจหาย ที่หลานสาวจะห่างไกลกัน "เดี๋ยวพิมพ์จะโทรมาหาบ่อย ๆ ค่ะ" ก่อนออกจากบ้านหญิงสาวรู้สึกใจหาย ตั้งแต่เล็กจนโตก็ไม่เคยไปไหนไกลบ้านสักครั้ง นี่เป็นครั้งแรก เรียกรถแท็กซี่จากหน้าบ้านให้ไปส่งขนส่งที่จะไปชลบุรี หญิงสาวยกเป้ใบใหญ่ขึ้นสะพายหลังขณะก้าวขึ้นรถทัวร์ เที่ยวนี้มีผู้คนจำนวนมากนั่งเต็มไปหมด ยังดีที่ยังเหลือที่นั่งว่างให้หญิงสาวได้นั่ง นั่งอยู่ในรถไม่นานก็มาถึงในเมืองใหญ่ หญิงสาวก้าวลงจากรถทัวร์มาขึ้นรถเมล์ประจำทางไปลงในเขตอำเภอที่มีไร่เทวัญ "คุณลุงค่ะรู้จักไร่เทวัญมั้ยค่ะ" หญิงสาวเดินไปถามรถสองแถวประจำทาง "หนูคันนี้เลยครับ ผ่านไร่เทวัญพอดี" คุณลุงใจดีบอกกล่าวแก่หญิงสาว ทำให้เธอใจชื้นขึ้นมา หลังจากสอบถามเรียบร้อย พิมพ์ชนกก็ก้าวขึ้นเข้าไปนั่งเบาะในติดกระจกใสด้านหน้า ก่อนยกเป้ขึ้นวางบนตักขณะที่มีคนยังทยอยขึ้นมาเรื่อย ๆ จนเต็ม ลุงใจดีก็ขับเคลื่อนออกไป สองแถวประจำทางแล่นไปเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันผู้โดยสารก็ลงเรื่อย ๆ ไปตลอดเส้นทางเช่นกัน จนกระทั้งบนรถเหลือพิมพ์ชนกนั่งอยู่เบาะหลังคนเดียว ขณะนั่งอยู่บนรถหญิงสาวก็อดที่จะคิดถึงลุงกับป้าไม่ได้ทำให้น้ำตาคลอหน่วย แต่เมื่อคิดถึงงาน ถ้ามีงานแล้วตัวเองจะมีเงินเรียนต่อ จึงยกมือเรียวขึ้นปาดน้ำตาทิ้งเสีย เราต้องทำให้ได้สิ นี่เป็นการให้กำลังใจตัวเอง หญิงสาวคิดเรื่อยเปื่อยนั่งเหมอมองสองข้างทาง ที่เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ช่วยให้เพลิดเพลินขึ้นจนม่อยหลับไป "หนู ๆ ตื่นได้แล้ว" เสียงคุณลุงใจดีปลุกหญิงสาวให้ตื่นจากการหลับไหล "อื้อ…!มีอะไรรึค่ะลุง" ถามออกไปด้วยน้ำเสียงงัวเงีย "ถึงไร่เทวัญแล้วครับ" "ไร่เทวัญ…?ถึงแล้วเหรอค่ะลุง" "ก็ถึงแล้วน่ะสิ โน้นไงป้ายเบ้อเร่ม" ลุงใจดีพูดพร้อมชี้ให้ดูป้ายใหญ่ด้านหน้า "ไร่เทวัญจริง ๆ ด้วย" พูดพร้อมส่งยิ้มเขินให้ลุงอีกครั้ง ก่อนล้วงกระเป๋าหยิบเงินค่าโดยสารส่งให้ พิมพ์ชนกก้าวลงจากรถสองแถวข้างทาง แหงนมองดูป้ายใหญ่ตรงข้าม หญิงสาวยกเป้ใบใหญ่ขึ้นสะพานหลังก่อนก้าวข้ามถนนไปอีกฝั่ง มองตามทางเข้าไร่แลเห็นบ้านตึกสองชั้นหลังใหญ่ตั้งอยู่ไกลลิบ ๆ จึงตัดสินใจก้าวเดินไปตามทาง ดีหน่อยที่สองข้างทางเข้าไร่เทวัญ มีต้นไม้น้อยใหญ่ให้ความร่มรื่นไปตลอดทาง หญิงสาวเงยหน้าปาดเหงื่อที่ไหลซึมข้างแก้ม ขณะด้านหลังได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ตามหลังมาติด ๆ หญิงสาวจึงหยุดเดินหันไปมองตามเสียง "คุณเข้ามาในไร่ มาหาใครเหรอครับ" เสียงวัยรุ่นหนุ่มหน้าตาดีกล่าวทัก "ฉันจะเข้าไปหาเจ้าของไร่ เพื่อมาสมัครงานน่ะ" "อ้อ! มาหาพ่อเลี้ยง อีกไกลน่ะคุณ กว่าจะถึง ซ้อนท้ายไปด้วยกันมั้ยล่ะ" ว่าจบเห็นกิริยาของหญิงสาวเหมือนหวาดกลัวจึงเอ่ยต่อ "ผมเป็นคนงานในไร่เทวัญครับ" "คุณชื่ออะไรล่ะ" หญิงสาวเอ่ยถามชายแปลกหน้า "ผมชื่อเอกภพครับ เรียกเอกก็ได้ เราน่าจะรุ่นเดียวกันแล้วคุณล่ะ" "ฉันชื่อพิมพ์ชนก เรียกพิมพ์ก็ได้" "เราเป็นเพื่อนกันแล้วน่ะขึ้นซ้อนท้ายเลย ถ้าเดินอีกไกลกว่าจะถึง" "คุณไม่หลอกใช่มั้ย" "ไม่หรอกขึ้นมาเถอะถ้าเดินอีกนานกว่าจะถึง" หญิงสาวตัดสินใจขึ้นนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์กลางเก่ากลางใหม่ ด้วยความเหนื่อยล้า ถ้ายังจะฝืนเดินต่อไปกลัวเป็นลมกลางทางเอาเสียก่อน ไม่นานเอกภพก็พามาถึงบ้านตึกหลังใหญ่ "ถึงแล้วครับ บ้านพ่อเลี้ยงเจ้าของไร่" "เงียบจังไม่มีใครอยู่เหรอ" ส่วนป้าอุ่นได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ก็จำได้ แต่แปลกใจที่มีเสียงผู้หญิงด้วยจึงเดินออกมาดู "อ้าว…!เอกพาใครมานะ" "อ๋อ…พิมพ์มาสมัครงานครับป้า เจอเดินอยู่ริมทางเลยรับมาด้วย" "เออ…ป้าได้ยินพ่อเลี้ยงพูดอยู่เหมือนกันว่าวันนี้จะมีคนมาสมัครงาน" "พิมพ์นี่ป้าอุ่น ป้าของเอกเอง" "สวัสดีค่ะป้าอุ่น หนูมาสมัครงานคะ" หญิงสาวยกมือไหว้หญิงสูงวัย "ตอนนี้พ่อเลี้ยงอยู่ในไร่เข้ามารอด้านในก่อนสิ เที่ยง ๆ พ่อเลี้ยงจะเข้ามา" "เออ..พิมพ์อยู่กับป้าอุ่นนะ เดี๋ยวเอกเอาของไปส่งพ่อเลี้ยงก่อน" "เอกรีบไปเถอะ ไม่ต้องห่วงหนูพิมพ์หรอก เดี๋ยวป้าดูแลเอง" หญิงสาวเดินตามป้าอุ่นเข้าไปนั่งโซฟารับรองแขกเพื่อรอเจ้าของบ้าน เข้ามานั่งสักพักให้สังเกตภายในบ้าน ไม่มีใครอยู่นอกจากป้าอุ่น ยังไม่เห็นลูกหรือภรรยาของเจ้าของบ้านเลย จึงได้แต่เก็บความสงสัยไม่กล้าเอ่ยถาม ไม่นานนักได้ยินเสียงรถกระบะแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน "พ่อเลี้ยงกลับมากินข้าวเที่ยง เดี๋ยวหนูพิมพ์ค่อยคุยกับพ่อเลี้ยงนะ" เสียงเครื่องยนต์เงียบลงเจ้าของร่างสูงใหญ่ก็ก้าวเดินเข้ามา พร้อมยกมือถอดหมวกปีกคาวบอยไปวางไว้บนโต๊ะ เผยให้เห็นดวงหน้าคมสันอยู่ภายใต้หนวดเครารำไร "หนูพิมพ์…นี่พ่อเลี้ยงธนดล เจ้าของไร่เทวัญ" ป้าอุ่นบอกกล่าว "สวัสดีค่ะพ่อเลี้ยง หนูมาสมัครงานคะ" "รอก่อน…ฉันหิวข้าวป้าอุ่นมีอะไรกินบ้างครับ" พ่อเลี้ยงไม่ได้สนใจหญิงสาวที่มองมาสักนิดเดียว เขาเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหาร "อ้าว…!นี่เธอนั่งอยู่ทำไมล่ะ มากินข้าวด้วยกันสิ ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงมาไม่ใช่เหรอ" พ่อเลี้ยงหันมามองแว๊บหนึ่งก่อนจะก้มหน้าจัดการอาหารกลางวันด้วยความหิว หญิงสาวนั่งตรงข้ามชายเจ้าของไร่ขณะตักข้าวใส่ปากด้วยความประหม่า สายตาก็เหลือบมองยามเขาเผลอ จึงเห็นว่าชายตรงหน้าอายุยังไม่แก่เฒ่าอย่างที่เธอคิดไว้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD