บทที่ 3 : ชนวนเหตุ 2

1129 คำ
“รอนานไหมคนดี” อันเดรียเอ่ยถามหลังมอเตอไซน์คู่ใจจอดสนิทลงตรงจุดนัดหมายหน้าวันใหม่ที่มายืนรออยู่ก่อนแล้ว “ไม่นานค่ะ หนูก็เพิ่งออกมาจากตึกไม่ถึงสองนาที” “ขึ้นมาเลย พี่พร้อมจะพาไปทานอะไรอร่อยๆแล้ว” อันเดรียบอกพร้อมสวมหมวกกันน็อกให้วันใหม่ซึ่งเขาได้เตรียมมาให้เธอหนึ่งใบติดรถไว้เวลาได้ไปไหนมาไหนกับเธอ “ฉันว่าแกเลิกสนใจเขาเถอะ ดูเหมือนอันเดรียจะจีบๆน้องเขาอยู่นะ” แก้วใสเอ่ยเตือนเพื่อนสนิทด้วยความหวังดีขณะมองไปยังหนุ่มสาวคู่หนึ่งซึ่งกำลังเดินเคียงคู่เข้ามายังโรงอาหารของมหาวิทยาลัย ท่าทางหยอกล้อดูสนิทสนมกันเกินกว่าเพื่อนธรรมดา “จะให้ฉันเลิกสนใจได้ยังไง ที่ฉันเลิกกับพลเพราะอยากคบกับอันเดรียนะแก้ว” นารินตอบกลับอย่างหัวเสีย มองชายที่ตนแอบหมายปองซึ่งกำลังเดินจูงมือกับนักศึกษาสาวสวยหน้าหวานด้วยความรู้สึกหงุดหงิด “แต่ท่าทางอันเดรียไม่สนใจเธอเลยนะ” “ตอนนี้ไม่สน แต่วันหนึ่งฉันจะทำให้เขาสนใจฉันให้ได้” “แล้วแกจะทำยังไง” “ฉันยังไม่รู้ แต่ถ้าฉันไม่ได้ก็จะไม่มีใครหน้าไหนได้อันเดรียไปเหมือนกัน” นารินประกาศออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น ขณะเดียวกันก็เผลอทำแววตาน่ากลัวจนเพื่อนสาวต้องห่อไหล่รู้สึกหวาดหลัวแววตาคู่นั้นซึ่งเธอไม่เคยพบเห็นมาก่อน “แกรู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา ฉันเริ่มกลัวแกแล้วนะนา” เมื่อถูกเพื่อนทักก็ดูเหมือนนารินจะได้สติกลับคืนมา หญิงสาวรีบปรับสีหน้าและแววตาให้เป็นปกติ แต่ก่อนที่จะได้เอ่ยแก้ต่างให้กับตัวเอง เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าของเธอก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน ติ๊กๆๆๆๆ “ว่าไงนะ!” ทันทีที่รับสายนารินก็ต้องอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดเสียงจนเผลอทำโทรศัพท์ร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังตุบ! “แกเป็นอะไรยายนา” แก้วใสเอ่ยถามเพื่อนสาว รู้สึกใจคอไม่ค่อยดีเมื่อเห็นท่าทางช็อกของเพื่อน แต่เมื่อนารินตั้งสติได้ก็รีบบอกด้วยน้ำเสียงติดอ่าง “แก…พะ…พลกระโดดตึกฆ่าตัวตาย” “อะไรนะ!…ละ…แล้วตั้งแต่เมื่อไหร่?” แก้วใสอุทานออกมาราวกับคนสติหลุด เอามือทาบอกด้วยความตกใจ ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน “ตอนนี้…ตอนนี้ร่างเขายังอยู่หน้าตึกแพทย์” “ตายจริง… งั้นเรารีบไปเถอะ” ในขณะเดียวกัน อันเดรียก็ได้รับข้อความจากเพื่อนร่วมคณะเช่นกัน เมื่ออ่านข้อความจบชายหนุ่มก็รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่เพิ่งจะหย่อนก้นลงไม่ถึงนาทีเพื่อตรงกลับไปที่ตึกคณะแพทย์โดยมีคนรักสาวตามติดมาด้วย “ใจไม่แข็งพออย่ามอง” อันเดรียบอกกับสวยน้อยข้างกายพร้อมจับท้ายทอยเธอออกแรงดึงให้มาซบที่อกกว้างของตัวเองเพื่อให้พ้นจากภาพอันน่าสยดสยองตรงหน้าตึกซึ่งมีกลุ่มคนมุงกันอยู่ “รอพี่ที่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวพี่มา”อันเดรียผละออกจากสาวน้อย แล้วบอกกับเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ค่ะ” วันใหม่พยักหน้ารับคำอย่างว่าง่ายก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินเข้าไปหากลุ่มเพื่อนร่วมคณะที่ยืนปลอบนารินแฟนสาวของผู้เสียชีวิต ที่ตอนนี้เธอกำลังทำท่าเหมือนจะเป็นลม “ไม่จริง…ฉันไม่เกี่ยว ไม่จริง” คำพูดซ้ำๆและท่าทางฟูมฟายเหมือนคนเสียสติของนารินดูน่าเวทนาเกินกว่าที่เขาจะเข้าไปซ้ำเติมได้ เรื่องนี้มีเพียงเขาที่รู้ว่าต้นเหตุที่พลตัดสินใจกระโดดตึกครั้งนี้เป็นเพราะอะไร หากเมื่อเช้าเขาไม่เดินตามเธอไป และปล่อยให้พลอยู่คนเดียวเรื่องนี้ก็อาจจะไม่เกิดขึ้น คิดแล้วอันเดรียก็รู้สึกผิดอยู่ลึกๆ ได้แต่เก็บความผิดพลาดครั้งนี้ไว้เป็นบทเรียนเมื่อไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีก “กลัวไหมคนดี” เสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อเดินกลับมาหาสาวน้อย หลังเจ้าหน้าที่ได้นำร่างไร้วิญญาณของเพื่อนร่วมคณะออกไป “ไม่ค่ะ แค่มีพี่อันหนูก็ไม่กลัวแล้ว ว่าแต่พี่อันเถอะเห็นภาพแบบนี้แล้วไม่กลัวเหรอคะ”วันใหม่ส่ายหน้าปฏิเสธ พร้อมกับย้อนถามอีกฝ่าย “พี่ต้องเข้าแลปกับศพทุกวัน จะให้กลัวอะไรอีก” “หนูเสียใจด้วยนะคะกับเพื่อนพี่อัน” น้ำเสียงและแววตาใสซื่อที่แสดงออกมาด้วยความจริงใจทำให้ชายหนุ่มรู้สึกซาบซึ้งสุดหัวใจ “อืม…ไปเถอะเดี๋ยวพี่ไปส่ง” สำหรับวันแรกในรั้วมหาวิทยาลัยผ่านพ้นไปแบบไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะข่าวการเสียชีวิตของนักศึกษารุ่นพี่คณะแพทย์ถูกพูดถึงไปทั่วทุกที่ไม่เว้นแม่แต่ข่าวในทีวีที่ออกแทบจะทุกช่อง “ไปมหาวิทยาลัยวันแรกคุณหนูก็เจอเรื่องน่ากลัวเสียแล้ว และแบบนี้คุณหนูยังจะกล้าไปเรียนอยู่ไหมคะเนี่ย” พี่เลี้ยงสาวที่มีนามว่าส้มโอเอ่ยถามหลังดูข่าวภาคค่ำที่รายงานเรื่องนักศึกษากระโดดตึกฆ่าตัวตายจบ “ไม่หรอกค่ะพี่ส้ม ตึกคณะเราอยู่ห่างกันหลายกิโลเลยไม่น่ากลัวขนาดนั้นหรอกค่ะ” “แล้วคุณอันเดรียละคะ เรียนคณะเดียวกันแถมเป็นรุ่นเดียวกันด้วย แบบนี้คงกลัวแย่” ส้มโอถามถึงหนุ่มหล่อหน้าใสที่เป็นขวัญใจของทุกคนในบ้านนี้ยกเว้นคุณผู้ชายของบ้าน ด้วยความเป็นห่วง “พี่เขาก็รู้สึกเสียใจที่เสียเพื่อนร่วมรุ่นไป แต่ไม่กลัวหรอกค่ะ เพราะพี่อันต้องเข้าแลปกับอาจารย์ใหญ่ทุกวันจนชินเสียแล้ว” “เข้าแลปกับอาจารย์ใหญ่เกี่ยวอะไรกับกลัวไม่กลัวละคะคุณหนู”ส้มโอเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ “ก็อาจารย์ใหญ่ที่พี่เขาต้องอยู่ด้วยทุกวันเป็นศพยังไงละคะ” “ว๊าย! ตายจริง!” เมื่อได้ฟังคำขยายความของสาวน้อย ส้มโอก็ต้องร้องอุทานพลางเอามือทาบอกด้วยความตกใจ เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากสาวน้อยได้เป็นอย่างดี “ดูเหมือนการเรียนหมอนี่นอกจากจะต้องเก่งแล้ว ยังต้องมีจิตใจแข็งแกร่งด้วยนะคะเนี่ย ไม่ง่ายเลยจริงๆ” “ค่ะ ไม่ง่ายเลย” วันใหม่พูดขณะที่ใบหน้าสวยหวานระบายไปด้วยรอยยิ้ม รู้สึกภูมิใจในตัวคนรักหนุ่มอยู่ลึกๆ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม