“ฉันชื่อ รวิวาลย์ค่ะ ที่ฉันตัดสินใจมาที่นี่ ก็เพื่อจะตามหาญาติผู้ใหญ่ ที่หมู่บ้านแห่งนี้”
“เขาเป็นญาติหรือ”
แทนธัตรอุทาน เมื่อหล่อนตอบคำนี้
“ใช่ค่ะเขาเป็นญาติห่างๆกับคุณแม่ เอ้อคือเราเคยพักอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพนานแล้วโน่นสมัยตอนที่ฉันยังเด็ก และฉันรู้จักเขาดี เพราะว่าเขาเป็นคนที่เลี้ยงดูฉันมาเหมือนกัน แต่ทว่าตอนนี้ คุณแม่ของฉัน ท่านเสียชีวิต มาหลายปีแล้วค่ะ”
“งั้นผมก็ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับที่คุณบอกว่ามารดา เอ้อ แม่ของคุณ เสียไปแล้ว”
แทนธัตรกล่าวกับหล่อน อย่างมีใจสงสาร
หากแต่รวิวาลย์ก็เงยหน้าขึ้นเหลือบมองเขา
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะเพราะฉันถือว่ามันเป็นความจริง เอ้อและอีกอย่างคุณก็ช่วยเหลือฉันมากมายพอสมควรแล้วค่ะ ทั้งๆที่คุณไม่ได้ร้องขอ แต่คุณก็ช่วยเหลือ”
เขาอยากจะบอกหล่อนว่า นั่นคือ น้ำใจต่างหาก ที่คนชนบทมักจะแบ่งปันให้กับคนที่ลำบากเดือดร้อน
และเมื่อรวิวาลย์ได้ก้าวเข้าไปในบ้านหลังนั้นพร้อมการเชื้อเชิญและต้อนรับคือนายพงศ์น้าชายของรวิวาลย์ ที่เธอเพิ่งตามหาเขาและเป็นเจ้าของบ้าน แทบจะพลิกแผ่นดิน ในเวลานี้ ซึ่งพงศ์ก็ไม่นึกด้วยว่าจะได้มาพบหลานสาวอีกครั้ง หล่อนเป็นลูกสาวของวิวรณ์ซึ่งถือว่าเป็นพี่สาวของเขาแต่ว่า เสียชีวิตไปแล้ว แต่ก็นับว่า ทั้งสองเป็นญาติห่างๆกัน
พงศ์นั้นสนิทสนมกับวิวรณ์และดูแลหลานสาวอย่างรวิวาลย์มาด้วยช่วงที่เธอยังเด็ก และเขานับถือ วิวรณ์เป็นพี่สาวแม้ฐานะของทั้งคู่จะเป็นลูกพี่ลูกน้องกันก็ตาม
เพราะว่าวิวรณ์นั้นได้นำตัวเขาเข้ามาชุบเลี้ยงอยู่ในบ้าน รวมทั้งให้งานการทำและส่งเสียให้เรียนหนังสือจนเขาเรียนจบวิชาชีพช่างยนต์จากนั้นก็ได้ทำให้เขาได้พบรักกับภรรยาที่ร้านอาหารริมทางซึ่งเธอได้มาทำงานเป็นสาวโรงงานพักอยู่ละแวกนั้นพอดี จนกระทั่งคบหาและดูใจกัน จนต่อมาก็ได้แต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีก่อนที่จะย้ายกิจการจากกรุงเทพฯที่เคยอยู่ เปลี่ยนมาอยู่ที่บ้านของพ่อตาอย่างในทุกวันนี้
และในวันนี้อีกไม่กี่นาที นายพงศ์จะรีบไปที่อู่ซ่อมรถของเขาหากถ้ามาช้ากว่านี้สักหน่อยหลานสาวคงไม่ได้พบเจอตัวเขาซึ่งอู่ซ่อมรถของเขานั้นตั้งอยู่เลยห่างไปจากตลาดสด ของอำเภอ และห่างจากชุมชน ครึ่งกิโล ซึ่งบริเวณตรงนั้น มีรถแล่นสวนผ่านไปมาตลอดเวลาเพราะเป็นเส้นทางหลัก ที่จะต้องเชื่อมไปสู่จังหวัดอื่นใกล้เคียง และนายพงศ์ก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่หลานสาวได้มาหาเขาถึงที่นี่ ไม่นึกว่ารวิวาลย์ หลานสาวที่เขาเคยเลี้ยงดูมาก่อนจะตกระกำลำบากในการดั้นด้นเพื่อตามหาเขามากมายอย่างนี้ เนื่องจากต้องการประชดพ่อ
“เข้ามาคุยกันที่ข้างในนี้เถอะ ยายวิว อุตส่าห์เที่ยวตามหาน้า และน้าเองก็คิดถึงหลานเช่นกัน ”
หากแต่ น้าพงศ์ยังจำชื่อเล่นของเธอได้
เพราะคิดว่าไม่ได้พักค้างอยู่ที่นี่หลายวันแน่นอน แต่จะกี่วันเดี๋ยวค่อยตัดสินใจแต่เมื่อมาถึงถิ่นแล้วรวิวาลย์เธอจำเป็นต้องการที่พักที่มาที่นี่ก็เพื่อจะคุยเรื่องธุระพอเสร็จสรรพถึงได้กลับที่พักแม้จะได้รับการต้อนรับจาก เจ้าของบ้านที่ใจดีน้าพงศ์และน้าอุษาน้าสะใภ้ก็ตาม และน้าพงศ์ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงท่านยังเป็นน้าพงศ์คนเดิม
คอยห่วงหลานสาวอย่างเธอถามไถ่สารทุกข์และสุกดิบทำให้รวิวาลย์นั้นตอบญาติผู้ใหญ่ที่เหลืออยู่ฝ่ายของมารดาที่เธอสนิทสนมมาตั้งแต่ครั้งในอดีตเยาว์วัย
“นี่น้าพงศ์คิดว่าวิวจะสุขสบายนะหรือคกับชีวิตที่เหมือนกับนกอยู่ในกรงทองแบบนั้น ใครที่ไม่รู้ และทุกคนอาจจะคิดอย่างนั้น”
หล่อนตอบน้าชายและหล่อนก็คิดได้ว่านี่หล่อนลืมแนะนำให้รู้จักเขาบางทีทั้งคู่อาจจะรู้จักกันมาก่อนแล้วเพราะเขาคนนี้เป็นชายหนุ่มผู้มีอัธยาศัยไมตรีที่ดี งาม เพราะเขาเป็นคนที่ช่วยหล่อนให้ตามหาบ้านญาติผู้นี้จนกระทั่งได้พบเจอสมใจ
“เอ้อ น้าพงศ์คะ คุณคนนี้ เขาเป็นคนที่ได้ช่วยเหลือ วิวในการเที่ยวสืบเสาะตามหาบ้านของน้าพงศ์จนเจอค่ะ”
ครั้นเมื่อตอบแล้ว รวิวาลย์ก็ได้หันใบหน้ามาทางชายหนุ่มหน้าตาคมคาย ซึ่งเขาพยักหน้ารับ
ทำให้พงศ์ที่มองเห็นแล้วเขาก็อุทานออกมาเช่นกัน
“แทน เองหรอกหรือนี่ รู้จักกันมานานแล้ว หลานวิว โชคดีจริงที่เจอคนกันเอง เขาเป็นคนบ้านเราดีนะ หากถ้าเป็นที่อื่นน้าก็กลัวว่าหนูวิวจะถูกหลอกให้หลงทางเสียแล้ว มันอันตรายไม่น้อยนะ สำหรับคนต่างถิ่น”
พงศ์ยังพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง แนะนำหลานสาว
และเป็นการต้อนรับหลานสาวที่มาไกลอย่างมากมายทีเดียว จากในเมืองกรุง ซึ่งเขากำลังจะกะเกณฑ์ ให้ลูกหลาน และบรรดาญาติทางเมีย เพื่อปัดกวาดเช็ดถูห้องใหม่เพราะเขาตั้งใจจะให้หลานสาวนั้นมาอยู่พักที่นี่สักคืน
ซึ่งรวิวาลย์ก็เอ่ยบอกในทันที
“ เอ้อ ไม่หรอกค่ะ หนูไม่ได้รบกวนน้าพงศ์ ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ และอีกอย่าง ก่อนที่วิวจะมา ก็ได้ให้พวกลูกน้องเตรียมหาที่พักไว้ให้แล้ว”
รวิวาลย์ตอบญาติซึ่งเป็นหนุ่มใหญ่ใจดี
“งั้น แล้วหนู จะไปพักที่ไหนล่ะ”
พงศ์ขมวดคิ้ว และเอ่ยถามหลานสาว
“คงเป็นโรงแรมในตัวจังหวัดค่ะ”
“อ้าว มันก็ไกล ไม่ใช่ย่อยนะ”
พงศ์เอ่ยบอกหลานสาวด้วยความเป็นห่วงอีกครั้ง เพราะว่ารวิวาลย์ ได้ตัดสินใจลงไปแล้ว
“เถอะค่ะ ไกลไม่เป็นไร วิวขับรถได้พรุ่งนี้วิว ก็จะมาเยี่ยมที่นี่ ใหม่ค่ะ คิดว่าจะมาแต่เช้าเลย”
และรวิวาลย์เหมือนให้คำสัญญากับญาติหนุ่มใหญ่ที่เหลือเพียงคนเดียวและเธอเพิ่งตามพบเจอบ้านของเขาในเวลานี้
ซึ่งในเวลาต่อมาอีกหนึ่งชั่วโมงรวิวาลย์ได้กลับไปยังโรงแรมที่พักที่ตั้งอยู่ในตัวจังหวัดเนื่องจากบรรดาลูกน้องของหล่อนได้เดินทางล่วงหน้าเพื่อจัดการในเรื่องนี้ให้แก่หล่อนจากนั้นพวกลูกน้องก้แยกย้ายกันหาที่พักตามโรงแรมราคาถูกหากเพราะรวิวาลย์ไม่ต้องการให้ใครเข้ามายุ่มย่ามเป็นการส่วนตัวของหล่อน
และในรุ่งเช้าตรู่ของวันต่อมาในโรงแรมที่พักในตัวจังหวัดรวิวาลย์นั้นได้รีบลุกตื่นขึ้นตั้งแต่เช้าเลยก็ว่าได้อย่างรู้ภารกิจที่จะต้องปฏิบัติในวันนี้หลังจากอาบน้ำ แต่งกายเสร็จ จากนั้นหญิงสาว ก็เดินลงไปทานอาหารที่บริเวณชั้นล่าง