ตอนที่ 6
ห้ามถอดออก
“อะไรกันหวานจะตาย ขี้หวง”
เขาพูดแล้วยิ้มร้ายให้คนที่นอนตาปรือหมดแรงอยู่เบาะข้างๆ อย่างใจเย็น
“มาต่อกันเถอะ”
เควินที่หวังรวบหัวรวบหางไอรินวันนี้ให้ได้รีบพูดขึ้นก่อน หลังจากที่มองดูเธอนั่งหอบกระเส่าอยู่เบาะข้างคนขับ รถหรูที่ติดฟิล์มมืดสนิท แน่นอนว่าจอดอยู่ตรงที่จอดรถซูเปอร์คาร์ของห้าง
แต่เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปที่รถสักพักแล้วไม่มีการออกรถจากตรงนั้น ด้วยความที่พี่ รปภ. หวังดี นึกว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาเลยมาเคาะกระจกรถเพื่อถามไถ่
“เอ่อ ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นมั้ยครับ”
พี่ รปภ. ท่าทางใจดีเอ่ยถามชายหนุ่มตัวโตที่ลดกระจกลงนิดเดียวแล้วมองหน้าพี่เอาแบบไม่สบอารมณ์นัก
“ไม่เป็นไรครับ จะออกรถเดี๋ยวนี้แหละ”
เควินเหลือบตามองคนตัวเล็กที่กำลังจัดแจงเสื้อผ้าตัวเองอย่างเร่งรีบ ได้สติแล้วแบบนี้ท่าจะยาก เอาไงดีว่ะ เขาได้แต่คิดแล้วมองเธอ
ไอรินช้อนสายตาขึ้นมองคนตัวโตกว่า สีหน้าของเธอคือไม่พอใจอย่างแรง ตาเธอถึงแม้จะสวยแต่เวลาดุนี่ก็แอบน่ากลัวแฮะ เขาคิดแล้วเงียบจากนั้นก็ขับรถออกมาจากลานจอดรถใต้ดินทันที
เสียงมือถือของไอรินดังขึ้นและก็ไม่ใช่ใคร คีย์นั่นเอง เพราะรูปคู่ที่พวกเขาถ่ายกันฉันเพื่อนลอยเด่นหราโชว์ที่หน้าปัดมือถือ
“ไอมึงอยู่ใน จะสองทุ่มแล้ว จะทันมาช่วยเฮียหมงมั้ย”
“ทันมึง ใจเย็นๆ กูกำลังไป”
ไอรินตอบปลายสายพลางส่งสายตาบอกให้เควินเหยียบคันเร่งให้เร็วกว่าเดิม เควินก็จัดให้ตามขอ กำลังอารมณ์เสียเพราะถูกขัดจังหวะแถมยังอารมณ์เสียที่เห็นรูปคู่ในมือถือของเธอขึ้นมาดื้อๆ หงุดหงิดชิบ เขาคิดในใจแล้วกดคันเร่งลงอีก
“แฟนโทรตามเชียวนะ หายไปแค่ไม่กี่ชั่วโมงเอง”
เควินเอ่ยหยั่งเชิง เอาจริงๆ เขารู้สึกหงุดหงิดแปลกๆ ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาเล่นเกมนี้โดยไม่สนว่าเหยื่อจะมีแฟนหรือไม่มี เพราะถ้าเป็นพวกเขาสี่คนเป็นเรื่องง่ายมากที่จะแย่งแฟนใครสักคนมา ไงล่ะเลวมั้ยครับนักอ่าน
แต่กับยัยนี่ชักรู้สึกหงุดหงิดที่เธอมีแฟนอยู่แล้ว แถมท่าทีของเธอที่ไม่ได้ยินดีที่เขามาให้ความสนใจคนแบบเธอ นั่นยิ่งทำให้อารมณ์เสียเพราะปกติสาวๆ จะปลื้มมากที่คนอย่างท่าเควินมาสุงสิงด้วย แต่ยัยนี่กลับเห็นเค้กไอศกรีมสำคัญกว่าเขาหน้าตาเฉย
ไอรินไม่ตอบในสิ่งที่เควินพูด อาจด้วยเพราะว่าใจอยู่ที่ร้านเฮียหมงนู้นแล้ว เธอเสียเวลาไปตั้งการกับการที่…
ทำอะไรลงไปในรถนะยัยไอ ยิ่งคิดยิ่งหน้าร้อนผ่าว เธอหลบสายตามองต่ำลงทันทีเพราะเผลอคิดเรื่องน่าอายนั่นขึ้นมา
ถึงแล้ว ไอรินกำลังจะเปิดประตูรถลงแต่เควินคว้ามือเธอไว้ก่อน อีกคนเลิกคิ้วใส่เขาเชิงถามว่ามีอะไร
ชายหนุ่มหยิบกล่องสี่เหลี่ยมกำมะยี่อันเล็กขึ้นมา ที่กล่องมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นของยี่ห้อแพง เขารีบเปิดกล่องและหยิบสิ่งของนั้นออกมา
สร้อยข้อมือทองคำขาวถูกดีไซน์ออกมาอย่างน่ารัก และแสนแพง ที่ไอรินไปเกาะกระจกดูเมื่อเย็นอย่างตื่นเต้น นี่เขาแอบซื้อเพราะเห็นอย่างนั้นหรอ แสดงว่ามองเธออยู่ตลอดงั้นสิ ได้แต่คิดและสงสัย
แต่คือมันแพงมากราคานี่เกือบสองแสนได้มั้งที่ไอรินเห็นในช็อป คนตัวโตไม่รอช้าเห็นเธอตกใจจนอึ้งเขาก็คว้าข้อมือเธอแล้วเอาสร้อยเส้นนั้นมาใส่ให้อย่างรวดเร็ว
"นะ นี่ มะ มะ มัน แพงมากเลยนะ เอามาใส่ให้ฉันทำไมก่อน"
คนตัวเล็กทักท้วง แล้วเงยหน้ามองเขาด้วยท่าทีสงสัย
"ใส่ไว้นะ ห้ามถอดออกเด็ดขาด"
เขาพูดเสียงดุ แล้วช้อนสายตาขึ้นมอง แต่แววตาแฝงไปด้วยอารมณ์ที่ยากจะคาดเดา
"นี่นาย"
พูดยังไม่ทันจบเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกรอบ น่าจะเป็นคีย์นั่นแหละ เธอรีบลนลานลงจากรถก่อนจะได้พูดต่อ ให้ตายเถอะ
ไอรินยกข้อมือของตัวเองขึ้นมาดูแล้วก็แปลกใจ แต่ทำไมถึงแอบรู้สึกดีใจนะ นี่เขามองเธอตลอดเลยสิ ตอนอยู่ที่ห้าง ถ้าไม่งั้นคงไม่รู้ว่าเธอแอบดูของแพงแบบนี้ผ่านกระจก
แต่เธอก็ไม่ได้อยากได้สักหน่อย ก็แค่ดูแล้วตื่นเต้นกับราคาเฉยๆ แล้วทำไมหมอนี่ถึงมาทำเรื่องหยุมหยิมแบบนี้นะ หรือว่าลูกคนรวยมันเหลือกินเหลือใช้จนไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไร
"ไอ ไปไหนมาอ่ะมึง"
ความคิดสะดุดห้วงเมื่อเพื่อนรักอย่างคีย์เรียกเธอและแสดงสีหน้าเป็นห่วงออกมาอย่างเห็นได้ชัด
"ถ่ายรูปเสร็จช้าอ่ะมึง"
ไอรินเลือกที่จะโกหกสีหน้าเป็นห่วงนั่นออกไป เพราะถ้าขืนบอกว่าไปกับเจ้าเควินนั่น คีย์ได้ซักไซ้อยู่ตรงนั้นแน่นอน
เลิกงานก็เกือบเที่ยงคืน พวกเขาก็กินอาหารที่เฮียหมงทำมาให้ปกติก่อนกลับบ้าน
"เฮียขอบคุณมากนะครับ กับข้าวอร่อยมากวันนี้"
คีย์เอ่ยขอบคุณ เพราะกินบะหมี่ทุกวันเฮียเลยเอ็นดูทำกับข้าวอย่างอื่นให้กินข้างและสองเพื่อนรักก็กินกันจนอิ่มแปล้
"นั่นสิเฮียคราวหลังก็ทำกับข้าวบ่อยๆสิ หน้าหนูจะกลายเป็นหมี่เกี๊ยวอยู่แล้ว"
ไอรินช่างจ้อและคุ้นเคยกับเฮียอย่างดีพูดขึ้น
"บร๊ะ ไอ้เจ้านี่ ได้คืบจะเอาศอกนะเอ็ง"
เฮียยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีที่เห็นเด็กๆ ชอบใจ
"ว่าแต่สร้อยข้อมือนั่นไปเอามาจากไหน มันแพงมากไม่ใช่หรอ"
เฮียหมงถามไอรินพลางเหลือบตามองสร้อยข้อมือที่เธอสวม
"ฮ่าๆ ไม่แพงเฮีย อันนี้ เอ่อ..."
"ไม่แพงได้ไง ลูกสาวเฮียมาขอเฮียให้ซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดอยู่ นี่เฮียก็ชั่งใจ เพราะราคาเกือบสองแสน"
พรูดดดด คีย์ที่กำลังกินน้ำอยู่ถึงกับสำลักแล้วหันกลับมามองไอรินอย่างคาดคั้น
"ร้านปิดยังครับ"
เสียงเรียกจากลูกค้าดึงเฮียหมงเจ้าของคำถามให้เดินออกไปทำบะหมี่ให้ลูกค้าหลังจากทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้
แล้วตอนนี้สายตาของเพื่อนสนิทอย่างคีย์มองมาอย่างคาดโทษจนไอรินหลุบตาลงต่ำ เกี่ยวกับที่เธอหายไปเมื่อเย็นแน่ๆ
เขาคิดแล้วเอ่ยขึ้น
"มีอะไรอยากบอกเพื่อนสนิทที่สุดในชีวิตอย่างกูมั้ย เห็นมึงชอบบอกว่ากู สำคัญ ที่สุด"
เจ้าหมอนี่ได้ทีหยิบยกคำพูดสมัยเด็กขึ้นมาเชียว
แฮะๆ ไอรินยิ้มเจื่อน ให้เพื่อนสนิท แล้วเริ่มอ้าปากพูด