เทียนกัลยามองเขาด้วยความประหลาดใจ เธอแค่แปลกใจกับท่าทีและคำพูดของมหาเศรษฐีหนุ่ม โธมัส สิงหรัฐ
“จริงๆแล้วฉันต้องถามคุณต่างหากว่าคุณอยากดื่มอะไรหน้าที่ของฉันมาที่นี่เพื่อที่จะทำให้คุณรื่นรมย์และมีความสุข”
เธอพูดเช่นนั้นเขาก็ก้าวเข้ามาและหยุดยืนตรงหน้าเธอในตอนนี้ทำให้เทียนกัลยามองเห็นเขาได้ชัด ๆ ว่ามหาเศรษฐีหนุ่มลูกครึ่งไทยรัสเซียที่อ้อยใจได้บอกข้อมูลกับเธอนั้นรูปร่างของเขาสูงใหญ่มากแค่ไหนความสูงของเขาน่าจะเกือบถึง 180 เซนติเมตรและเมื่อเขามาหยุดยืนตรงหน้าเธอความใหญ่โตของร่างกายนั้นก็คงไม่ให้เธอดูตัวเล็กลงถนัดตา เทียนกัลยารู้สึกประหม่าเพราะท่าทีของเขาไม่เหมือนมหาเศรษฐีหรือแขกที่เธอเคยรับงานเอ็นโดยทั่ว ๆ ไปเขาดูสุขุมท่าทีของเขาเรากลับไม่สนใจใยดีอะไรหากแต่ประกายตาคู่นั้นที่สะท้อนความคมเข้มเคร่งขรึงหากแต่ก็ดูลึกลับในทีเธอไม่เคยเจอใครที่มีสายตาแบบนี้ เขาไม่ได้มองเธอด้วยความชื่นชมหรือหื่นกระหาย มันดูราบเรียบเกินไปด้วยซ้ำ
เธอเองต่างหากที่ไม่กล้าสบนัยน์ตาเป็นประกายสีสนิมเหล็กเข้มของเขารู้สึกว่ามันมีพลังอำนาจและสะกดเธอให้อยู่นิ่งราวกับต้องมนต์ต่อหน้าเขายังไงยังงั้น
“ผมรู้ว่าคุณมีหน้าที่อะไรคุณแค่ไหนความสุขกับผมอย่างนั้นใช่ไหม”
“หน้าที่ของฉันคือทำให้แขกพอใจค่ะ”
พอเธอพูดจบคราวนี้เทียนกัลยาก็ได้เห็นว่าโธมัสมองเธอหัวจรดเท้า มันเป็นสายตาที่ไม่ได้แสดงความกระหายหิวก็จริงหากแต่เธอรู้สึกว่าเขากำลังมองเธอด้วยความเพ่งพินิจพิจารณา เธอไม่รู้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่แต่ที่แน่ ๆ มันเป็นสายตาที่ทำให้เธอเริ่มเกิดความไม่สบายใจ
“ทำให้แขกพอใจมากแค่ไหน”
“ก็ทำให้แขกมีความสุขแล้วก็คลายเครียด”
“แล้วหมายถึงเรื่องบนเตียงด้วยหรือเปล่า”
“ขอโทษค่ะคุณโทมัสโดยปกติแล้วถึงแม้ว่าดิฉันจะรับงานเป็นคนที่ช่วยเอ็นเตอร์เทนตัวทำให้เขามีความสุขก็จริงแต่ดิฉันก็มีลิมิตงานของตัวเองดิฉันจะไม่มีอะไรเกินเลยกับแขกอย่างเด็ดขาด”
เขาพยักหน้าราวกับว่ารับรู้ ทว่าสายตาคู่นั้นก็ยังจ้องมองเธอไม่ยอมเลื่อนไปไหนและยิ่งเขาจ้องมองเธอมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้เทียนกัลยารู้สึกหวั่นไหวมากขึ้นเท่านั้น ทำไมเขาจะต้องมองเธอแบบนี้ จ้องมองเธอเหมือนกับเธอเป็นอะไรสักอย่าง ไม่ใช่ขนมหวานแต่เป็นสิ่งที่เขากำลังให้ความสนใจเขาคิดอะไรอยู่กันแน่นะเธอได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเอง
โธมัสเลิกคิ้ว สีหน้าเหมือนกับว่ารับรู้หากแต่ว่าก็ไม่ปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้าคมเข้มความหล่อของเขาบาดจิตบาดใจจึงทำให้เทียนกัลยาจึงรู้สึกหวั่นไหวเวลาที่เขาจ้องมองเธอตรง ๆ แบบนี้ซึ่งเธอไม่เคยเกิดความรู้สึกแบบนี้กับผู้ชายคนไหนมาก่อน โทมัสเป็นคนแรกที่ทำให้เธอเริ่มกลัวใจตัวเอง ใช่...เขาหล่อจับจิตและมีเสน่ห์มากเกินไปมันยิ่งบั่นทอนหัวใจของเธอที่พยายามตั้งกฎเกณฑ์กับตัวเองขึ้นว่าจะไม่รู้สึกหวั่นไหวหรือคิดอะไรกับแขกอย่างเด็ดขาด
“ถ้าจะบอกว่าผมไม่ต้องการได้รับความร่วมมือจากคุณแค่ฝ่ายเดียวล่ะ”
“หมายความว่ายังไงคะคุณโทมัส”
เขาหยัดมุมปากขึ้นและนั่นดูเหมือนว่าจะเป็นรอยยิ้มแรกที่เทียนกัลยามองเห็นบนใบหน้าคมและหล่อเหลาของมหาเศรษฐีหนุ่มมันเป็นรอยยิ้มที่กำลังหลอมละลายความรู้สึกของเธอ
“ก็หมายความว่าเราต่างคนต่างก็จะให้ความสุขกับการและกันยังไงล่ะ”
“นี่คุณพูดฉันก็ยิ่งไม่เข้าใจค่ะบอกแล้วยังไงคะว่าฉันมีหน้าที่ทำให้คุณมีความสุขคุณต้องการให้ฉันทำอะไรก็บอกมาเถอะค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นผมอยากให้คุณนั่งลง”
“นี่เป็นคำสั่งเหรอคะ?”
“ใช่...ผมสั่งคุณ”
“ฉันคิดว่าบางทีคุณอาจจะเข้าใจอะไรผิดเกี่ยวกับงานที่ดิฉันรับมา ไม่ทราบว่าตอนที่คุณได้คุยกับคนที่ติดต่อคุณเขาได้บอกอะไรคุณบ้างหรือเปล่าคะอย่างน้อยที่สุดเขาก็ควรจะบอกคุณว่าดิฉันต้องทำอะไรบ้าง”
“เขาก็บอกผมเหมือนกันแต่ผมคิดว่าถ้าผมต้องการจะจ่ายเงินให้คุณมากกว่านั้นแล้วผมจะได้เกินกว่าข้อตกลงที่เราคุยกันหรือเปล่า”
“ฉันจะรับงานเท่าที่ตัวแทนของฉันได้รับเงินว่าจ้างจากคุณเท่านั้นค่ะ”
พูดจบเทียนกัลยาก็ทำท่าจะเดินออกไปหากแต่แล้วเธอก็ต้องผงะนิ่งเมื่อโธมัสจับไหล่ของเธอเอาไว้ มือแกร่งของเขาบีบไหล่ของเธอถึงมันจะไม่แน่นแต่ก็ทำให้เธอรู้สึกหวั่นกลัวขึ้นมาเขาจ้องหน้าเธอนิ่ง
“ผมคิดว่าคุณไม่ควรเสียมารยาทกับแขก โดยเฉพาะแขกระดับวีไอพีอย่างผม”
“ฉันไม่ได้เสียมารยาทเพียงแต่ต้องการยืนยันจุดยืนในการรับงานของตัวเองก็เท่านั้น”
“ผมอยากให้คุณนั่งลงก่อน ไม่ใช่จู่ ๆ ก็จะเดินออกไปอย่างนี้”
เขาจ้องหน้าเธอนิ่ง มีอะไรบางอย่างวูบไหวในแววตาคู่นั้น ถึงเธอจะกลัวแค่ไหนแต่ตอนนี้ เวลานี้ตรงหน้าของเธอคือมหาเศรษฐีหนุ่มรูปงามที่ความหล่อเหลาสะกดใจของเขาทำให้เธอยังคงแน่ใจว่าเขาจะไม่บุ่มบ่ามทำอะไรเกินเลย เธอนั่งลงแต่โดยดี โธมัสหยัดรอยยิ้มมุมปากก่อนที่เขาจะเดินกลับไปที่บาร์เครื่องดื่มและกลับมาอีกครั้งพร้อมด้วยขวดวอดก้าและแก้วสองใบ