สามเดือนผ่านไป...
เสียงบ่นและเสียงด่าทอจากโต๊ะด้านหลังทำให้สี่หนุ่มที่นั่งสนทนากันอยู่ต้องหยุดชะงักลง เพราะบุคคลที่ตกเป็นหัวข้อสนทนาของอีกโต๊ะ นั่งอยู่ในโต๊ะของพวกเขานั้นเอง
“โต๊ะข้างหลังกำลังนินทาแกรู้วะไอ้หนึ่ง”
“ฉันได้ยินแล้ว แกไม่ต้องมาย้ำหรอกไอ้เดช”
ธราทิปนั่งหน้าตึงเปรี๊ยะ โกรธจนควันออกหู เมื่อได้ยินน้ำเสียงเชิงประชดประชันแดกดันเขาจากโต๊ะด้านหลัง เสียงของผู้หญิงที่เขาไม่คุ้นหู กำลังกล่าวหาเขาอย่างแรง จากน้ำเสียงบอกได้เลยว่าผู้หญิงคนนี้คงเกลียดเขามาก
“แกไปทำอะไรให้สาวๆ โต๊ะนั่นเกลียดวะไอ้หนึ่ง ฟังจากน้ำเสียงแล้ว ฉันบอกได้เลยว่าพวกเธอเกลียดแกมาก ถึงมากที่สุด” ลิขิตถามเมื่อเห็นเพื่อนยังนั่งเงียบ สำหรับเขาถือว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั่นแปลกและน่าสงสัยที่สุด ปกติผู้หญิงมักจะรักและเทิดทูนธราธิปจนไม่ลืมหูลืมตา เพราะผู้หญิงเหล่านั้นต่างก็อยากเป็นสะใภ้ใหญ่ตระกูลพิทักษ์เทวาทั้งสิ้น
“แกไปทำร้ายเพื่อนของสาวๆ โต๊ะนั่นหรือเปล่า”
“ไม่รู้เว้ย แกถามฉัน แล้วฉันจะไปถามใคร”
“แกก็ลุกไปถามสาวๆ โต๊ะนั่นสิ ฉันอยากรู้ใจจะขาดว่าแกไปทำร้ายผู้หญิงคนไหน ถึงทำให้สาวๆ โต๊ะนี้เกลียดแกขนาดนี้ มันไม่ปล่อยหรอกนะเว้ยที่จะมีผู้หญิงเกลียดแก”
“แต่ฉันไม่อยากรู้ว่ะ ฉันชวนพวกแกมากินข้าวกันเว้ย ไม่ได้ชวนพวกแกมานั่งฟังพวกหญิงโต๊ะนั่นนินทาฉัน”
ธราทิปเอ่ยออกมาเสียงแข็งกว่าเดิม เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาไปทำให้ผู้หญิงที่ไหนเกลียดได้ แล้วธราทิปก็ต้องอึ้งและรู้สึกตกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อของใครบางคนที่เขาแสนคุ้นเคย
“พวกแกเจอไอ้เปรมกันบ้างหรือเปล่า?”
“ไม่เจอเลย สามเดือนแล้วนะที่ไอ้เปรมหายไป ติดต่อก็ไม่ได้แถมยังลาออกจากงานอีก โทรศัพท์ก็ปิดเครื่อง”
“แล้วแกโทร. ไปที่บ้านที่เชียงใหม่ของไอ้เปรมหรือยัง”
“ฉันไม่กล้าโทร.ไปหรอก”
“ทำไม”
“ใครจะกล้าโทร. ไอ้เปรมเหมือนคนอื่นที่ไหน พวกแกก็รู้ๆ กันอยู่ว่าไอ้เปรมเป็นพวกโลกส่วนตัวสูง ไม่ชอบเข้าสังคม ขนาดมันมีแฟนยังไม่พามาแนะนำให้เพื่อนรู้จักเลย”
“ตกลงพวกแกไม่รู้เหรอว่าผู้ชายที่บอกเลิกไอ้เปรมเป็นใคร? ฉันรู้แต่ว่าแฟนไอ้เปรมชื่อหนึ่ง ชื่อจริง...เอ่อ...เดี๋ยวนะ...นึกก่อน....อ้อ...รู้สึกว่าแฟนไอ้เปรมจะชื่อ...ธราทิป”
บุศยามาศบอกตามที่เปรมมิกาเคยเรียกชื่อแฟนหนุ่มให้ฟัง เธอเองก็ไม่รู้ว่าแฟนของเปรมมิกาหน้าตาเป็นยังไง เท่าที่รู้ก็มีเพียงแค่ชื่อจริงแล้วก็ชื่อเล่นเท่านั้น อาจเพราะไม่ได้อยู่ใกล้กัน เธอเลยไม่เคยเจอแฟนของเปรมมิกาเลยสักครั้ง พอเธอถามก็บอกแค่ว่าพร้อมเมื่อไร จะพามาแนะนำให้รู้จัก แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ไม่เคยเห็นเปรมมิกาพามาให้รู้จักสักที
“ไม่รู้เว้ย! ถ้าฉันรู้ล่ะก็ ฉันจะเอาปืนไปส่องกระบานมันเลย” ภานุกรโพล่งออกมาอย่างหัวเสีย เมื่อนึกถึงผู้ชายที่ทำให้เพื่อนรักต้องอกหัก เสียดายที่เขาไม่รู้ว่ามันเป็นใคร ไม่อย่างนั้นล่ะก็ มันต้องตายด้วยน้ำมือของเขาอย่างแน่นอน
“แมร่ง! กล้าดียังไงถึงทำให้เพื่อนที่น่ารักของฉันเสียใจ” ขนาดเขาที่เป็นเพื่อนรักเพื่อนตาย ก็ยังรู้แค่ชื่อจริงแล้วก็ชื่อเล่นเท่านั้น พอถามเปรมมิกาก็บ่ายเบี่ยง ไม่ยอมพามาให้รู้จักสักที สุดท้ายเขาก็ไม่เคยเห็นแฟนของเปรมมิกาเลย
“ติดคุกนะเว้ยไอ้นุ”
เจนจิราตำหนิเพื่อนสนิท คิดมาแต่ละอย่าง ชั่วร้ายทั้งนั้น! ถ้าเปรมมิกามาได้ยิน รับรองได้เลยว่าภานุกรต้องถูกด่าหรือไม่ก็ถูกเตะออกไปนอกโต๊ะแล้ว
“ติดคุกก็ช่างมันสิ ฉันไม่สนใจหรอก”
ภานุกรสบถออกมาอย่างหัวเสียสุดๆ กับสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นทำกับเพื่อนรัก เขากับเปรมมิกาก็ไม่เคยก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของกันและกันเลย สุดท้ายมันก็ก่อปัญหาขึ้นมาจนได้ นับจากนี้เป็นต้นไป...เขาจะก้าวไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของเปรมมิกาทุกเรื่อง จะได้ไม่เกิดปัญหาเหมือนครั้งนี้อีก เปรมมิกาคบกับผู้ชายคนไหน เขาจะต้องเข้าไปทำความรู้จักเป็นคนแรก จะไม่ให้พลาดเหมือนครั้งนี้อีกแล้ว
“แล้ว...พวกแกโทร.ไปที่บ้านใหญ่มาหรือยัง”
“บ้านใหญ่ที่ไหนอีก ไอ้เปรมมีบ้านแค่สองแห่งเท่านั้นนะไอ้นุ”
“ก็บ้านคุณย่ามหาภัยของไอ้เปรมไง”
ภานุกรตอบพลางหยักไหล่ ขณะวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ ถ้าไม่สามารถติดต่อกับเปรมมิกาได้ สถานที่เดียวที่เหลืออยู่ที่อาจจะติดต่อเปรมมิกาได้ ก็คือคฤหาสน์มเหศวร
“คุณย่ามหาภัย!” สามสาวร้องออกมาพร้อมกัน เพราะเท่าที่รู้มาเปรมมิกาไม่มีญาติในกรุงเทพ บิดามารดาก็เสียชีวิตกันไปหมด คนที่เลี้ยงดูเปรมมิกาและเปรมวดีก็คือคุณป้าพินทุอรคนเดียวเท่านั้น
“คุณย่ามหาภัยนี่ใครเหรอไอ้นุ”
“โทษที มันเป็นความลับนะ ฉันบอกพวกแกไม่ได้ ถ้าอยากรู้ก็ต้องรอถามไอ้เปรมกันเอาเอง” ภานุกรตอบแล้วหุบปากเงียบ ลืมไปเสียสนิทว่าเรื่องคุณย่ามหาภัยเป็นเรื่องต้องห้ามของเปรมมิกา เขาก็ดันปากพล่อยพูดออกไปเสียได้
“ความลับอีกแล้วเหรอไอ้นุ”
เจนจิราเริ่มบ่นออกมาอย่างน้อยใจ เปรมมิกามีความลับอะไรนักหนา ถึงบอกเพื่อนสนิทอย่างเธอไม่ได้ หลายปีที่คบกันมา เธอคิดว่าเธอรู้ทุกเรื่องของเปรมมิกา แต่ว่ามันกลับไม่ใช่อย่างที่คิดเลยสักนิด เปรมมิกามีความลับอะไรที่บอกเพื่อนสนิทอย่างเธอไม่ได้
“พวกแกรอถามไอ้เปรมมันดีกว่า เรื่องบางเรื่องฉันก็พูดออกไปไม่ได้เหมือนกัน ฉันไม่อยากถูกไอ้เปรมเกลียด”
“ตกลงพวกเราจะไปตามหาไอ้เปรมที่ไหน”
“ถ้าไอ้เปรมไม่ได้อยู่ในเมืองไทย ก็สรุปได้อย่างเดียวว่าตอนนี้ไอ้เปรมคงอยู่ที่อังกฤษ”
นอกจากบ้านที่เมืองไทยแล้ว เปรมมิกายังมีบ้านที่อังกฤษอีกหลังหนึ่ง เพราะตอนที่เขาบินไปเรียนที่อังกฤษ เขาก็พักอยู่ที่บ้านของเปรมมิกา
*********