ผลการตรวจร่างกายอย่างละเอียดทำให้พีรมนโล่งใจที่ตนเองยังไม่ได้ตั้งครรภ์ แม้ว่าจะได้สามีรวยระดับมหาเศรษฐี แต่ธุรกิจของครอบครัวเธอก็อยากทำให้ประสบความสำเร็จด้วยความสามารถของตัวเอง เพราะไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น
หากวันหนึ่งเขาเบื่อหน่ายเธอแล้วทอดทิ้ง แล้วสร้างหลักฐานเท็จฟ้องหย่าไม่ยอมแบ่งสินสมรส เธอก็ไม่อยากเดินออกมาตัวเปล่า
ทว่ามันก็เป็นเพียงแค่การวางแผนความคิดเอาไว้ พีรมนเชื่อว่าอย่างไรธนัทก็ไม่มีวันเบื่อหน่ายเธอ ดูจากเสือที่กลายเป็นแมวออดอ้อนเธอแล้ว อย่างไรสามีคนนี้ก็คลั่งรักเธอไม่เกินจริง
“พลอย...” เสียงที่คุ้นหูดังมาจากด้านหลัง
เมื่อหันไปก็พบว่าญาดาเองก็มาที่แผนกสูตินรีเวช ในมือถือสมุดคู่มือคุณแม่ตั้งครรภ์ หากจำไม่ผิดงานแต่งงานของเธอถูกยกเลิกละถูกถอนหมั้นไปแล้ว
“พี่ญา” พีรมนเรียกชื่ออีกฝ่าย แล้วมองเห็นว่าเธอมาคนเดียวก็พอเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“พี่อยากขอโทษนะ สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น”
พีรมนพยักหน้ารับ แม้อยากจะโกรธแค้นแต่ว่าหัวอกผู้หญิงที่ตั้งครรภ์โดยไร้คนเหลียวแลมันทำให้เธอโกรธไม่ลง
“พลอยไม่คิดอะไรแล้วค่ะ ว่าแต่เด็กในท้อง...”
“ลูกของอาร์ต พี่โทรหาเขาแล้ว อาร์ตไม่ยอมรับเด็ก แต่คุณอาบุญชัยบอกว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ และถ้าเลี้ยงไม่ไหวจริง ๆ เขาจะรับหลานไปเลี้ยงเอง” ญาดาบอกด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้เศร้ามากนัก
“แล้วพี่ญายอมเหรอคะ”
“พี่ไม่ให้ลูกไปหรอก พี่ไม่อยากให้ลูกมีพ่อแบบนั้น พี่จะเลี้ยงเขาเอง หากไม่ลำบากจริง ๆ ก็คงไม่กล้าขอความช่วยเหลือจากบ้านนั้นหรอก” เธอบอกแล้วยิ้มออกมา พยายามทำตัวเข้มแข็งให้พีรมนเห็น
“งั้นก็ขอให้โชคดีนะคะ” เธอบอกได้เพียงแค่นั้นแล้วตัดสินใจเดินจากมา แค่รับรู้เท่านี้ก็ยังสะท้อนใจแทนแล้ว อติรุจไม่ควรเป็นพ่อของใคร ไม่เหมาะจะเป็นสามีและหัวหน้าครอบครัวด้วยซ้ำ
************************
ทางด้านของมาริสาที่ยังไม่วางมือเรื่องธนัท เธอได้รับการติดต่อจากอติรุจ และกำลังรอให้เขามาถึง
อติรุจที่พ่อขายหุ้นในส่วนของครอบครัวตนให้แก่ธนัทและถอนทุนคืน โดยที่ธนัทให้ราคาหุ้นที่สูงกว่าราคาที่เสนอเพื่อช่วยครอบครัวของเขาไม่ให้ขาดทุน แต่อติรุจไม่ได้สำนึกกลับมองว่านั่นคือการดูถูกตัวเขา ความแค้นนี้จึงต้องการเอาคืน
เมื่อไปถึงห้องของมาริสา เธอก็เปิดประตูต้อนรับเขา จากนั้นทั้งสองก็นั่งพูดคุยกันเพื่อที่จะวางแผนอย่างงรัดกุม
“คุณอยากได้ไอ้ตี๋นั่น แค่นั้นใช่ไหม”
“ใช่ ฉันอยากได้คุณธนัท แล้วคุณล่ะ อยากได้เด็กคนนั้นกลับไปเหรอ” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่หมั่นไส้พีรมนหน่อย ๆ
“ไม่ ผมต้องการทำให้ทั้งสองเลิกกัน ทำให้พลอยอับอาย และไอ้ตี๋นั่นไม่ได้สมหวังกับพลอย” เขาบอกจุดประสงค์ของตน ทั้งสองยังไม่รู้ว่าตอนนี้คนที่กำลังพูดถึงนั้นเป็นสามีภรรยากันแล้วในทางกฎหมาย
“มีแผนยังไง” มาริสาถาม หากว่าเขามาขอเจอเธอคงมีแผนในใจอยู่แล้ว แต่คงต้องการความร่วมมือจากเธอ
“ผมจะให้คนฉุดพลอย เอาพลอยเป็นตัวล่อให้เขามาช่วย จากนั้นก็วางยาเขาแล้วมอบให้คุณจัดการ”
“วางยาอีกแล้วเหรอ ให้ตายสิ” เธอรู้สึกไม่ดีกับแผนการนี้เท่าไร
“แล้วมีแผนอื่นไหมล่ะที่จะทำให้ไอ้ประธานหน้าตี๋นั่นมันหน้ามืดทำอะไรคุณได้นอกจากวิธีนี้... เอ่อ ผมหมายถึงเขาระวังตัวมาก” เมื่อเห็นสายตาของมาริสาที่มองอย่างไม่พอใจกับประโยคแรกก็รีบเปลี่ยนคำพูดของตน
“งั้นก็วางแผนให้รัดกุมหน่อยก็แล้วกัน ไม่ใช่ล่มไม่เป็นท่าอย่างในงานมอบรางวัลอีก ให้ตายสิ ใครจะไปรู้ว่าคุณไปนอกในเธอในงานแต่งงานของตัวเอง น่าจะบอกกันก่อนสักนิดก็ยังดี ได้วางแผนรับมือถูก” เธออดไม่ได้ที่จะโทษเขา
“ครั้งนี้รับรองว่าไม่พลาดแน่” อติรุจกล่าวอย่างมั่นใจ
************************
พีรมนที่กำลังจะเดินทางไปดูงานที่โรงงาน ระหว่างทางมีรถคันหนึ่งที่ขับตามเธอมาจนถึงซอยทางเข้าโรงงานที่ค่อนข้างเปลี่ยวและไม่มีรถสัญจรผ่านมากนัก
รถเก๋งสีบรอนซ์เทาขับแซงแล้วเบรกกะทันหันจนรถของพีรมนเบรกไม่ทันแล้วทนเข้าที่ท้ายรถ
เจ้าของรถเป็นผู้หญิงเดินลงมาเรียกให้เธอมาพูดคุยค่าเสียหาย พอพีรมนลงจากรถก็มีผู้ชายลงมาอีกสองคน เข้ามาปิดปากเธอจากด้านหลังแล้วช่วยกันอุ้มเธอขึ้นรถไปกับพวกเขา แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ย้ายมาขับรถของพีรมนตามรถของพรรคพวกตัวเองไป
“อยากได้เท่าไรก็บอกมา แต่ปล่อยฉันลงไปเดี๋ยวนี้นะ” เธอบอกพวกนั้น ไม่ได้ดิ้นรนเพราะมีมีดจี้ที่เอวอยู่เบาะหลัง ในขณะที่มือเลื่อนไปที่นาฬิกาข้อมือสมาร์ตวอตช์ แอบกดปุ่มโทรออกไปหาธนัทแล้วกดปิดเสียงไม่ให้ทั้งสองได้ยินเสียงจากปลายสาย
“ปล่อยให้โง่สิ”
“คนที่จ้างพวกคุณมาจ้างเท่าไร ฉันจ่ายเลยสองเท่า สามีฉันรวยมากและเป็นผู้มีอิทธิพลด้วย ถ้าไม่อยากเดือดร้อนก็รับข้อเสนอของฉันไปซะ” เธอบอกพวกเขา พยายามต่อรองด้วยตัวเองไปด้วย
“เชื่อก็บ้าแล้ว” พวกนั้นหัวเราะอย่างชอบใจ
“ถ้าสองเท่าไม่พอ สามเท่าก็ยังไหว” เธอต่อรองและหาเรื่องชวนคุยไปด้วย
“ไม่โว้ย พวกเรามีจรรยาบรรณพอ รับงานทีละอย่าง ไม่ต้องกลัวหรอกว่าพวกเราจะทำอะไร แค่จับตัวคุณเอาไว้อีกสองชั่วโมงก็จะปล่อยไปแล้ว” หนึ่งในสองคนที่ทำหน้าที่ขับรถพูดออกมาแล้วหัวเราะอย่างชอบใจ
รถสองคันมุ่งหน้าไปตามถนนเรื่อย ๆ สักพักก็ไปถึงรีสอร์ตที่อยู่ชานเมือง แล้วพาตัวเธอลงจากรถไปเพื่อขังไว้ในนั้น แต่ในจังหวะนั้นเองก็มีรถสีดำสามคันวิ่งตามเข้ามา ทั้งสามเข้าใจว่าเป็นแขกที่มาพักเลยไม่ได้ใส่ใจอะไร
ธนัทลงจากรถตามด้วยคนของตัวเองอีกนับสิบที่เดินตามมา ส่งคนไปจู่โจมคนร้ายที่ชะล่าใจโดยไม่ทันตั้งตัว พีรมนรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดสามี แล้วหันไปดูทั้งสามที่นั่งคุกเข่าตัวสั่นอยู่กับพื้น ไม่รู้มาก่อนมาพวกตนเล่นงานผิดคน ลักพาตัวคนของผู้มีอิทธิพลเข้า
“บอกแล้วว่าสามีฉันรวย ไม่อยากรับข้อเสนอเอง” เธอบอกแล้วกดวางสายโทรศัพท์ที่โทรจากนาฬิกาสมาร์ตวอตช์
“ใครส่งพวกแกมา” กพลถามแล้วใช้ปืนจริงจ่อเข้าที่หน้าผาก คนร้ายที่พกปืนปลอมอย่างพวกตนเจอของจริงก็สั่นเป็นเจ้าเข้า
“จะ เจ้าของบริษัทมาริสาทัวร์” หญิงสาวคนเดียวในกลุ่มโจรสารภาพเสียงสั่น
จากนั้นไม่นานรถตำรวจก็ตามมา กพลและคนของธนัทรีบเก็บอาวุธ แล้วยืนคุมตัวทั้งสามเตรียมส่งให้ตำรวจ
“คนร้ายสารภาพว่าผู้บงการคือคุณมาริสา ฉันขอฝากด้วยนะ” ธนัทพูดกับสารวัตรเมืองแมนเพื่อนสนิทของตน
“ได้ แกพาคนของแกไปพักก่อนเถอะ ทางนี้ฉันจัดการให้” เขาบอกแล้วหันไปสั่งให้ลูกน้องคุมตัวคนร้ายขึ้นรถ ธนัทพยักหน้า หันไปมองภรรยาที่ไม่ได้กังวลเลยสักนิด เธอยิ้มให้เขาแล้วกอดแขนเอาไว้ เดินไปขึ้นรถด้วยกัน
“ไม่กลัวเหรอ”
“ไม่ค่ะ ฉันรู้ว่าคุณไม่ปล่อยให้ฉันเป็นอะไรไปหรอก ขอบคุณนะคะ” เธอบอกเสียงหวาน วางใจในตัวธนัทว่าเขาต้องมาช่วยเธอได้ทัน
************************