บทที่ 6
แม้จะเจ็บจนแทบจะขาดใจกับกรงเล็บของชายหนุ่ม แต่ขวัญชีวาก็ยังอดปากดีโต้เถียงกลับไปอีกไม่ได้ หล่อนไม่ใช่คนปากจัด หล่อนไม่ใช่คนชอบโต้เถียงกับใคร แต่กับผู้ชายคนนี้ ทำไมหล่อนถึงได้โต้เถียงไม่ลดละแบบนี้นะ
“แต่คุณคือศัตรูของฉัน”
แทนที่คนฟังจะรู้สึกสะทกสะท้านกับน้ำเสียงแข็งกระด้างของหล่อนบ้าง แต่ตรงกันข้ามเพราะพ่อเจ้าประคุณกลับหัวเราะสะใจออกมาแทนซะนี่
“และก็ว่าที่ผัวด้วย”
หน้าที่เคยแทบไหม้มาแล้วเพราะสายตาเล้าโลมหยาบคายของเขาลุกเป็นไฟขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวกัดฟันแน่น มองคนตัวโตด้วยสายตาขุ่นเคือง
“ฝันไปเถอะ!”
“อย่าท้าทายผมดีกว่า ขวัญชีวา ซีร์ยานอฟ”
“ฉันไม่ได้ท้าทาย แต่ฉันขยะแขยงคุณต่างหาก เอามือสกปรกของคุณออกไปจากเนื้อตัวของฉันได้แล้ว เอาออกไปสิ”
การดิ้นรนอย่างเอาเป็นเอาตายของหล่อนไม่ได้มีผลต่อการพันธนาการของวินซ์เลยแม้แต่น้อย เพราะไม่ว่าหล่อนจะเรียกเรี่ยวแรงมาหมดทั้งตัวแค่ไหน ก็ไม่สามารถทำให้กรงเล็บของคนตัวโตคลายออกได้เลย แถมยิ่งดิ้น น้ำหนักจากนิ้วมือของเขาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น เพิ่มซะจนหล่อนต้องเบ้หน้าด้วยความเจ็บระบม
“บอกให้ปล่อยฉันไง”
“แล้วคุณจะต้องชดใช้ทุกคำพูดร้ายกาจของตัวเองอย่างสาสมขวัญชีวา” เขาว่าพลางก็ลากหล่อนเข้ามาหา ปากของเขาอยู่ห่างจากกลีบปากของหล่อนเพียงแค่เส้นด้ายเท่านั้น
ขวัญชีวามองคนตัวโตที่หล่อไปซะทุกอณูเนื้ออย่างวินซ์ เอเมอร์ตันด้วยหัวใจที่เต้นระรัวไม่ผิดจากกลองที่ถูกกระหน่ำตี เพราะยิ่งมองใกล้ๆ ยิ่งได้กลิ่นคนตัวโตใกล้ๆ แบบนี้ ร่างกายของหล่อน หัวใจของหล่อนก็พากันศิโรราบเขาอย่างน่าละอายเสียแล้ว หล่อนไม่สามารถต้านทานผู้ชายคนนี้ได้เลย ไม่ว่าเขาจะร้ายกาจแค่ไหนก็ตาม และต่อให้ทำเป็นเกลียดยังไง แต่ลึกๆ แล้วหล่อนก็ตกหลุมรักเขาจนโงหัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว ทั้งรัก ทั้งปรารถนาที่จะได้ครอบครอง แม้จะรู้ดีว่าไม่มีสิทธิ์ ไม่มีหวังเลยก็ตาม
“ผมจะขยี้คุณให้ละเอียดคามือ”
แม้น้ำเสียงที่ถูกเค้นออกมาจากริมฝีปากหยักลึกสุดเซ็กซี่ของวินซ์ เอเมอร์ตันจะแผ่วเบาปานเสียงสายลมแค่ไหน แต่มันกลับระเบิดอยู่ในหูของหล่อนดังลั่น ความคั่งแค้น ความเดือดดาลจากเรือนกายของผู้ชายคนนี้ไม่ผิดจากพายุคลั่งเลยแม้แต่น้อย
“จะฆ่ากัน...ก็เชิญ...”
รอยยิ้มจากปากหยักสวยของวินซ์ปรากฏขึ้น พร้อมๆ กับที่เขาคลายมือจากหัวไหล่มนของหล่อน แล้วใช้นิ้วมือไล้กลีบปากของหล่อนเบาๆ แทน โดยที่ตลอดเวลานั้นดวงตาคมกริบของเขาไม่ละไปจากใบหน้าของหล่อนเลยแม้แต่วินาทีเดียว
“ฆ่าบนเตียง...จะฆ่าทั้งคืน...”
“นี่คุณหมายถึง...”
วินซ์แค่นยิ้มหยัน ก่อนจะผลักร่างอรชรออกจากตัวด้วยท่าทางขยะแขยง จากนั้นก็ขยับกายออกห่าง แต่สายตายังตรึงขวัญชีวาเอาไว้เช่นเดิม
“ผมเป็นนักธุรกิจ คำว่าขาดทุนไม่เคยอยู่ในสมองของผม ดังนั้นผมจะต้องตักตวงจากคุณให้คุ้มกับเงินจำนวนมหาศาลที่พ่อของคุณเอาจากผมไป!”
ดวงตาของคนตัวโตไม่ผิดจากคมมีดที่กรีดลงบนกลางหัวใจของหล่อนจนเลือดสาด
“คุณมันคนใจดำ...” น้ำตาแห่งความอดสูทะลักทลายออกมาเต็มใบหน้า ตอนนี้สมองร้องบอกว่าหล่อนตกลงไปในหลุมแห่งความพ่ายแพ้เสียแล้ว หล่อนไม่มีทางเอาชนะผู้ชายใจทมิฬอย่างวินซ์ เอเมอร์ตันได้เลย แม้ว่าจะพยายามเข้มแข็งสักแค่ไหนก็ตาม
“ผมจะใจดำเฉพาะกับศัตรู หรือไม่ก็...”
เขาหยุดพูดลงชั่วขณะราวกับต้องการจะให้หล่อนซึมซับกับความหมายที่ตัวเองต้องการจะสื่อให้ชัดเจนเสียก่อน จากนั้นจึงพูดขึ้นมาใหม่ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสะใจ
“อีตัว”
“อีตัว?”
“อย่าทำสุ้มเสียงแบบนั้นสิขวัญชีวา ในสายตาของผม คุณไม่ต่างไปจากผู้หญิงที่ผมเคยลากขึ้นเตียงเลยสักนิด จะมีต่างก็แค่ราคาแพงกว่าเท่านั้น ผมจะใช้คุณให้คุ้มค่า จะใช้จนคุณสึกหรอไม่มีชิ้นดี แล้วนั่นแหละถึงจะส่งคืนให้ซีร์ยานอฟ”
“ฉัน...ฉันจะไม่มีวันยอม...”
“แล้วคุณจะไม่พูดแบบนี้ เวลาที่ผม...” เขาแสยะยิ้ม และเลือกที่จะตวัดร่างของหล่อนเข้ามาหาอีกครั้ง อ้อมแขนของเขารัดแน่นมากขึ้น มากจนหน้าอกอิ่มเต็มตึงของหล่อนแทบจะแหลกคาอ้อมอกกว้างแน่นหนั่นของเขาเสียให้ได้
“ชิมคุณ...”
“คนเลว!”
“คนเลวหรือ?”
คนตัวโตหรี่ตามองสาวน้อยตรงหน้าเขม็ง ความเดือดดาลผุดพรายขึ้นเต็มดวงตาคมกริบ วินซ์จ้องหล่อนอยู่นาน ก่อนจะฉกวูบลงมาบนกลีบปากอิ่มที่กำลังจะเผยอโต้ตอบออกไปของหล่อนโดยไม่ส่งสัญญาณใดๆ เตือนล่วงหน้า เขาบุกรุกคุกคามหล่อนด้วยริมฝีปากสุดกระด้าง คลึงเคล้าจนกลีบปากนุ่มของหล่อนเจ็บระบม จากนั้นก็สอดแทรกลิ้นใหญ่แสนช่ำชองเข้าไปหาความหวานฉ่ำในอุ้งปากของหล่อน ดูดกลืนทุกความหอมละมุนอย่างเผด็จการ เขาไม่สนใจว่าหล่อนจะทักท้วง จะผลักไสยังไง เพราะคนตัวโตแสนเอาแต่ใจยังคงเดินหน้ามอบจุมพิตบ้าคลั่งที่ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความปรานีใส่ไม่มีหยุดหย่อน ทุกสัมผัสของเขารุนแรง ป่าเถื่อน และประกาศศักดาว่าเขาคือคนกุมชะตาชีวิตของหล่อน ไม่ว่าเขาจะต้องการให้หล่อนเป็นหรือตาย หล่อนก็จะต้องเป็นไปตามนั้น ไม่มีทางหลีกหนีได้
“จำไว้ อย่าด่าผมอีก”
เมื่อสะใจ หนำใจเขาแล้ว คนตัวโตก็ยุติจุมพิตบ้าคลั่งนั้นลง พร้อมๆ กับการผลักร่างอรชรที่อ่อนระทดระทวยของหล่อนให้ล้มลงบนเตียงอย่างไม่ปรานี จากนั้นจึงผละออกห่าง มองหล่อนด้วยสายตาเลือดเย็น
“และถ้าไม่เชื่อฟัง จะโดนมากกว่านี้”
ขวัญชีวาค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่ง มองคนตัวโตที่ใจดำยิ่งกว่าอีกาอย่างตัดพ้อ ทำไมเขาถึงได้ร้ายกาจแบบนี้ ทำไมเขาถึงได้ทำให้หล่อนไร้ค่าถึงเพียงนี้
“แต่งตัวให้สวยๆ ผมจะพาไปทานข้าวนอกบ้าน”
“ฉัน...ไม่ไป...”
คนที่กำลังจะก้าวออกไปจากห้องหยุดเดินและหันกลับมาอีกครั้ง ดวงตาของเขาไม่มีวี่แววผ่อนปรนเลยสักนิด เห็นแล้วขวัญชีวาก็อดหวาดกลัวไม่ได้
“ถ้าไม่ไป ก็นอนรออยู่บนเตียงได้เลย”
น้ำเสียงกระด้างทำให้คนฟังอย่างหล่อนขนลุกซู่ ความหมายในกระแสเสียงของเขาทำให้หล่อนทั้งร้อนทั้งกลัวได้ในคราวเดียวกัน
“เพราะถ้าไม่กินข้าว ผมก็จะกินคุณแทน ว่าไง...จะไปหรือว่าจะแก้ผ้าล่ะ”
ขวัญชีวาไม่เคยรู้สึกราวกับถูกตบหน้าแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต ศักดิ์ศรีความเป็นคนของหล่อนกำลังจะถูกผู้ชายหล่อระเบิดตรงหน้าคนนี้ลิดรอนไป เขากำลังจะทำให้หล่อนต่ำต้อย เขากำลังจะมอบตำแหน่งอีตัวชั่วคราวให้กับหล่อน อีตัวที่เขาจะใช้งานจนเบื่อแล้วก็เขี่ยทิ้ง คิดแล้วน้ำตาที่ยังไหลพรากอาบแก้มอยู่ก็เพิ่มปริมาณมากขึ้นอีก
“ฉัน...” หญิงสาวพูดได้แค่นั้นก็ต้องขยับร่างหนีเมื่อคนตัวโตก้าวเดินเข้ามาหาอีกครั้ง
“แต่ผมว่าคุณอยากให้ผมกินคุณมากกว่าใช่ไหมขวัญชีวา”
“ไม่นะ ไม่ใช่ ฉัน...ฉันหิวข้าว” ทั้งถดถอยหนีทั้งรีบปฏิเสธสิ่งที่เขาเข้าใจผิดเป็นพัลวัน วินซ์ระบายยิ้มพึงพอใจออกมา
“งั้นก็แต่งตัวซะ ผมให้เวลาแค่สิบห้านาที”
เขาเดินไปหยุดตรงบานประตูที่เชื่อมต่อระหว่างห้องนอนของหล่อนกับห้องของเขาด้วยท่าทางสง่างาม มือใหญ่กุมลูกบิดทองเหลืองเอาไว้ ขณะหันกลับมามองหล่อนอีกครั้ง สายตาคมกริบของเขาแทบทำให้หล่อนละลายเลยทีเดียว
“และอย่าพยศอีกล่ะ เพราะไม่อย่างนั้นผมจะลากคุณขึ้นไปบนเตียง และเชื่อเถอะว่าตอนนั้นคุณจะไม่มีแม้แต่เวลาเข้าห้องน้ำ ขวัญชีวา”
ว่าแล้วพ่อคนตัวโตที่เขย่าทุกโสตประสาทของหล่อนให้เต้นระริกก็หายวับไปกับบานประตูที่ถูกปิดลง ขวัญชีวาสะอื้นไห้ออกมาด้วยความอดสู น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลทะลักไม่ยอมหยุด ทำไมวินซ์ถึงใจร้ายแบบนี้นะ ทำไมเขาถึงได้ทำกับหล่อนแบบนี้ มือบางยกขึ้นป้ายน้ำตาทิ้ง ก่อนจะพาตัวเองก้าวลงจากเตียง และมุ่งหน้าตรงไปยังห้องน้ำตามความต้องการของมัจจุราชหล่อร้ายกาจอย่างวินซ์ เอเมอร์ตันอย่างไม่มีทางเลือก