“คิดถึงใครอยู่เหรอ ผมเรียกตั้งหลายครั้งแน่ะ”
“เปล่าคิดถึงใครสักหน่อย แค่คิดว่าคืนนี้จะไปเที่ยวไหนดีน่ะ พันก็รู้นี่นาว่าพี่ชอบเที่ยว”
“แต่พี่มาคนเดียวนะครับ ไม่ได้มีคุณนุ่มมาด้วย”
“รู้แล้วน่า แต่มาเชียงใหม่ทั้งทีจะให้อยู่แต่ในโรงแรมก็ไม่ได้ปะ”
“งั้นผมไปเป็นเพื่อน เดี๋ยวพี่ดื่มเยอะแบบวันนั้นแล้วไปหาลวนลามใครที่ไม่ใช่ผมอีก ไม่ต้องห้ามเลยนะครับ ผมไม่ยอมจริงๆ ด้วย อย่างน้อยผมอยู่ด้วยพี่ก็ปลอดภัย ดูอย่างคืนนั้นผมยังไม่ฉวยโอกาสกับพี่เลย มีแต่พี่...”
“ไม่ต้องพูดแล้วพัน พี่ก็ไม่ได้จะห้ามสักหน่อย จริงๆ กะว่ากินข้าวเสร็จแล้วจะชวนแหละ แต่พันเล่นชวนตัวเองแบบนี้พี่คงไม่ต้องพูดอะไรแล้วมั้ง” อัญชิตาหัวเราะออกมาเบาๆ ภาพพันเดชทำหน้ามุ่ยอย่างไม่พอใจทำให้เธอขำจนกลั้นไม่อยู่ เขาน่ารักมาก มากขึ้นทุกครั้งที่เห็น ไม่ได้นั่งนิ่งทำหน้ามึนตึงเหมือนวันแรกที่เจอกันแล้ว
“ตอนเจอกันใหม่ๆ พันเหมือนหุ่นยนต์เลยนะ ตั้งโปรแกรมสนทนา ถามคำตอบคำ พี่ล่ะต้องแกล้งแซวตั้งนานกว่าพันจะยอมพูดด้วย”
“ก็เพราะพี่แซวมากนั่นแหละ ผมถึงได้เงียบ”
“เอ๊ะ! เด็กคนนี้ ยอกย้อนได้อยู่เรื่อยเลย”
“ผมไม่เด็กแล้วนะครับ อีกสองเดือนก็จะสามสิบแล้ว ขึ้นเลขสามแบบพี่แอนละ อีกอย่างพี่หน้าเด็กจะตาย เดินกับผมไม่มีใครรู้หรอกว่าเราอายุห่างกันนิดหน่อย”
“เกือบห้าปีเลยนะพัน ไม่หน่อยแล้ว”
“ผมไม่สนใจเรื่องอายุหรอกนะครับ” พันเดชตักแกงเห็ดให้กับคนตรงหน้า ย้ำด้วยว่าอร่อยมาก ควรกินตอนที่ยังร้อนอยู่รสชาติจะได้ไม่เปลี่ยนนัก
ทั้งคู่คุยกันเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อย จึงพากันออกจากร้าน แน่นอนว่าพันเดชเป็นคนขอจัดการเรื่องค่าอาหารด้วยตนเอง
“ไม่ใช่เดตครับ แค่มื้อเย็น”
อัญชิตาได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างสบายใจ ไม่ใช่ว่าไม่เคยออกเดต แต่กับพันเดชที่เอาใจใส่ทุกรายละเอียดแบบนี้ เธอกลัวทุกอย่างจะเลยเถิด ตัดสัมพันธ์ไม่ได้ง่ายๆ เช่นผู้ชายทุกคนที่ผ่านมา กลัวว่าจะสูญเสียหากอนุญาตให้น้องขยับสถานะที่มากกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน
เธอชอบเขามาก แต่ให้สถานะอะไรไม่ได้จริงๆ
พันเดชรอจนกระทั่งเธอกลับเข้าห้อง เขายืนรักษาระยะห่าง คงกลัวว่าเธอจะไม่สบายใจ แต่อัญชิตาอยากบอกเหลือเกินว่าต่อให้อยู่ในห้องเดียวกัน เธอก็ยังรู้สึกปลอดภัยเพราะคำพูดที่เขาหลุดปากออกมาเมื่อช่วงเย็น
‘อย่างน้อยผมอยู่ด้วยพี่ก็ปลอดภัย ดูอย่างคืนนั้นผมยังไม่ฉวยโอกาสกับพี่เลย’
แต่คนที่จะทำให้ไม่ปลอดภัยก็คือตัวเธอนี่แหละ หัวใจมันร่ำร้องอยากได้อ้อมกอดจากมัดกล้ามแน่นๆ แต่หากมากกว่านั้นก็คงจะกลัวจนตัวแข็ง เพราะความทรงจำในอดีตยังตามหลอกหลอนไม่เลิก ยิ่งมาเชียงใหม่ด้วยแล้ว แผลที่คิดว่าหายดีกลับเริ่มปวดระบมขึ้นมาอีกครั้ง
กลัวว่าจะเจอเขาอีก...
“ไม่หรอกน่า คิดมากไปได้” อัญชิตาปลอบใจตัวเอง
หลังกลับมาจากข้างนอกและอาหารย่อยแล้ว เธอก็พักผ่อนเอาแรงไว้ปาร์ตี้ในยามค่ำคืน ในเมื่อหลุดปากกับพันเดชไปว่าอยากเที่ยวจนเขาชวนตัวเองเรียบร้อย เธอก็คงต้องไหลตามน้ำไป
เมื่อนาฬิกาบอกเวลาสี่ทุ่ม อัญชิตาก็พร้อมที่จะออกไปท่องเที่ยวในยามราตรี เธอสวมเดรสเกาะอกสีแดงเข้ม โชว์ความอวบอึ๋มที่ไม่ต้องเสียเวลาดัน มือเรียวกดโทร. ออกหาคนที่นัดไว้ แต่เสียงเคาะประตูทำให้เธอต้องกดวางสายไปเสียก่อน
“พี่แอนครับ”
เสียงเรียกทำให้อัญชิตาไม่ลังเลที่จะเปิดประตู พอเปิดออกไปก็พบพันเดชที่สวมเสื้อเชิ้ตสีดำและกางเกงยีนสีเดียวกัน บนใบหน้าหล่อเหลาไม่มีแว่นสายตาแล้ว ส่วนทรงผมก็เซตเรียบร้อย แต่ไม่ใช่ทรงที่เธอเห็นเป็นประจำ
“โห หล่อขนาดนี้พี่ต้องยืมควงแล้วนะ!”
“เนี่ย ชอบหยอดผมให้ใจแตก”
“ล้อเล่นนิดเดียวน่า พันมีอะไรหรือเปล่า หรือว่าไม่อยากไปแล้ว”
“เปล่าครับ ผมแค่จะถามพี่ว่าไปเที่ยวที่ไหน ต้องแต่งตัวจริงจังหรือเปล่า แต่เห็นพี่สวยเป๊ะออกมาแบบนี้ก็ได้คำตอบที่ต้องการแล้วละครับ”
“คลับธรรมดาแหละ อยู่ข้างโรงแรมนี่เอง พันใส่กางเกงขาสั้นเสื้อยืดเข้าไปยังได้เลย แต่พี่เองที่ชอบเล่นใหญ่ กลัวจะไม่มีใครมองน่ะ”
“พี่สวยขนาดนี้ ยังไงก็มีคนมอง” พันเดชขอตัวลงไปรอที่ล็อบบี้ พร้อมบอกด้วยว่าหากเธอต้องการเวลาเพิ่มเติมก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
ทว่าอัญชิตาปฏิเสธเพราะเธอแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ฉีดน้ำหอมอีกนิดหน่อยก็ควงแขนหนุ่มรุ่นน้องไปยังคลับที่อยู่ข้างโรงแรมพร้อมๆ กัน
“พี่แอนยืนรอที่บาร์แป๊บนึงนะครับ เดี๋ยวผมไปถามพนักงานเรื่องโต๊ะให้” พันเดชไม่รอช้า รีบตรงเข้าไปพูดคุยกับพนักงานของร้านที่ยืนห่างออกไปไม่มากนัก คืนวันศุกร์หาโต๊ะยากอยู่แล้ว แต่ถ้าจ่ายค่าขนมนิดหน่อย เรื่องยากก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาทันที
อัญชิตายิ้มอย่างมีความสุข มองตามชายหนุ่มที่ยอมรับกับตัวเองแล้วว่าชอบ นึกไม่ถึงว่าเพียงเสี้ยววินาทีที่พันเดชลับสายตา เธอจะได้พบกับ ‘คนที่ไม่อยากจะคุ้นเคย’
ผู้ชายคนนั้นฉีกยิ้มไม่น่ามอง ค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ และอัญชิตาก็ทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากยืนนิ่งตัวแข็งพลางเอ่ยปลอบตัวเองอยู่ในใจ
‘อย่าร้องไห้นะ อัญชิตา’
[1] อาหารท้องถิ่น