บทที่ 6

939 คำ
พอเขารู้แน่ชัดแล้วว่าพ่ออยู่ที่ไหน ชายหนุ่มก็รีบเดินตรงมาที่รถ "เดี๋ยวเราได้รู้กัน" ที่เขาพูดแบบนี้หมายถึงว่า ต้องรู้ให้ได้ว่าพ่อของเขาเอาผู้หญิงที่ไหนไปกกอยู่บ้านตากอากาศกันแน่ พอขึ้นประจำตำแหน่งคนขับ เขาก็ขับมุ่งตรงไปในทิศทางที่คิดว่าพ่อจะอยู่ที่นั่น หลายชั่วโมงผ่านไป.. ภาคินทร์เป็นคนที่ชอบความเร็ว เวลาไปที่ไหนใกล้ไกลในประเทศชอบเลือกเดินทางด้วยรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ บิ๊กไบค์คันใหญ่ของตัวเอง รถสปอร์ตคันหรูได้ขับมาจอดที่หน้าบ้านหลังงามติดกับชายทะเล เท้าแกร่งก้าวลงรถแล้วเดินไปที่ประตูบ้านแบบช้าๆ ชายหนุ่มมองซ้ายมองขวา ถึงแม้เขาจะทำงานอยู่ไม่ไกลจากบ้านตากอากาศหลังนี้ แต่ก็ไม่ได้แวะมาที่นี่หลายปีแล้ว ที่นี่ยังดูเหมือนเดิม เขาจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่เคยมา.. มาพร้อมกับพ่อและแม่ ตอนนั้นเหมือนกับพวกท่านยังพูดคุยกันปกติแบบครอบครัว แต่ช่วงหลังมาตั้งแต่เขาได้ยินแม่พูดเรื่องเมียน้อยของพ่อ ก็ไม่เคยเห็นท่านทั้งสองจะพูดคุยกันปกติสักครั้ง "คินทร์!?" ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่โซฟาในห้องรับแขกถึงกับตกใจ เมื่อรู้ว่าคนที่เพิ่งจะเดินเข้ามาเป็นใคร "ถึงกับตกใจเลยเหรอครับพ่อ" "ใครบอกแกว่าพ่ออยู่ที่นี่" เพราะกวินทร์คงไม่บอกภาคินทร์แน่ว่าท่านอยู่ที่นี่ "ไม่จำเป็นต้องมีใครบอกหรอกครับ ผมไม่ได้โง่" ช่วงที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่นั้น ไลยากำลังอาบน้ำอยู่บนห้อง เพราะกว่าที่ภาคินทร์จะมาถึงก็ค่ำมากแล้ว "แล้วนี่คู่ขาของพ่อไปไหนซะล่ะ.. ทำไมถึงปล่อยให้ตาแก่นั่งเหม่อลอยอยู่คนเดียว" เขาพูดพร้อมกับกรอกสายตาไปทั่วบริเวณ "แกจะพ่นคำอะไรออกมาจากปากคิดดูให้ดีก่อน" "จำเป็นต้องได้คิดด้วยเหรอครับ พ่อบอกตัวเองดีกว่าไหมให้ทำนิสัยให้ดีกว่านี้ แก่จนจะลงโลงอยู่แล้ว ยังพาเด็กมากกมากอดถึงที่...." บ้านตากอากาศหลังนี้เขารู้ดีว่าพ่อรักมาก ถึงขั้นอยากมาตายอยู่ที่นี่ แต่ไม่คิดว่าพ่อจะพาผู้หญิงคนอื่นมาค้างบ้านหลังนี้แทนแม่ได้ "พอเถอะคินทร์ ลูกเข้าใจพ่อผิดใหญ่แล้ว" "พ่อก็พูดมาให้ผมเข้าใจถูกสักทีสิ" ที่ท่านยังไม่บอกภาคินทร์เพราะกลัวว่าลูกชายจะเอาเรื่องนี้ไปคุยกับแม่ แล้วเรื่องทุกอย่างที่คิดไว้มันก็จะพังลงหมด เพราะถ้าภรรยารู้ว่าท่านป่วย ถึงขั้นอยู่ได้อีกไม่นาน นางต้องคิดทำอะไรกับสมบัติของท่านแน่ ก่อนที่นางจะรู้ ต้องทำทุกอย่างให้สำเร็จก่อน และตอนนี้บ้านหลังนี้ก็มีแค่สุพจน์และไลยา ส่วนกวินทร์กลับไปตั้งแต่เที่ยงแล้ว เพราะต้องได้รีบไปดูงานก่อสร้างที่ภูเก็ต บริษัทของพวกเขาเป็นบริษัทเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ เรื่องบ้านจัดสรรคอนโดภาคินทร์และกวินทร์ได้ศึกษาเล่าเรียนเกี่ยวกับทางด้านนี้มาโดยตรง จะเรียกว่าทั้งสองคือวิศวกรคนหนึ่งก็ว่าได้ ตึก! ตึก! ระหว่างที่ทั้งสองคนคุยกันอยู่นั้นก็มีเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินลงบันไดมา หญิงสาวในชุดนอนลายหมีพูห์น่ารัก กำลังเดินตรงมาที่ห้องรับแขก "ทานยาก่อนนอนแล้วก็ขึ้นนอนกันเถอะค่ะ" เธอพูดออกมาโดยที่ยังไม่ได้มองว่าตอนนี้มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญอยู่ในนั้นด้วย เพล้ง!! แก้วน้ำและยาที่ถือลงมาด้วยตกลงแตกกระจาย และหญิงสาวเหมือนกับกำลังช็อค เมื่อเห็นผู้ชายที่คุ้นหน้ามากยืนอยู่ในห้องรับแขกนั้น "ขะ! คุณ!?" หญิงสาวจำได้ทันทีเลยว่าเขาเป็นใคร ผู้ชายคนที่เธอยืนจูบอยู่หน้าห้องน้ำในผับวันนั้น "หึ! ถึงกับตกใจเลยเหรอ" ชายหนุ่มแสยะขำออกมากับท่าทางที่ผู้หญิงของพ่อตกใจตอนที่เห็นเขา "หนูลัยมีอะไรทำก็ไปทำเถอะ เดี๋ยวสักพักฉันจะขึ้นไปเอง" สุพจน์ตัดปัญหาไม่อยากให้ทั้งสองเผชิญหน้ากันตอนนี้ "ค่ะ" "เดี๋ยวก่อนสิ.. กลัวผมจะทำอะไรผู้หญิงของพ่องั้นเหรอ" เขาก้าวแค่ไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวเธอ หญิงสาวกำลังจะออกจากห้องนั้นก็ได้ถูกมือหนาของผู้ชายคนนั้นกระชากกลับเข้ามาก่อน "โอ้ย!" "หยุดนะภาคินทร์" "ภาคินทร์?" เธอรีบมองสบตาเขาทันที เธอจำชื่อนี้ได้แล้วว่า แม่ของเคยพูดว่าจะให้แต่งงานกับลูกชายท่านที่ชื่อภาคินทร์ ทำไมโลกมันถึงกลมขนาดนี้ นึกว่าจะไม่เห็นหน้าผู้ชายคนนี้อีกแล้ว แต่เขากลับเป็นคนที่เธอจะต้องแต่งงานด้วย นี่เราเสียจูบแรกให้กับผู้ชายที่เราจะแต่งงานด้วยงั้นเหรอ? "สนุกมากไหม กับการที่ทำให้ครอบครัวของคนอื่นแตกแยกกัน" คำพูดที่เปล่งออกมาแต่ละคำมันไม่น่าฟังเลย พอชายหนุ่มได้สบตากับหญิงสาว เขาถึงกับหยุด ..ทำไมผู้หญิงคนนี้หน้าคุ้นจังเหมือนเราเคยเจอที่ไหนมาก่อน..
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม