"เชิญครับ" เสียงชายร่างสูงที่มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอยู่หน้าห้องทำงานหรูเอ่ยบอกยังคนที่เข้ามาใหม่ด้วยท่าทีนอบน้อม เจย์เดนก็ไม่ได้สนใจอะไรก้าวเท้าเดินตรงเข้าไปภายในห้องด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยความหล่อเหลาร้ายกาจ
"ไง" ปากหนาขยับทักทายไปยังเพื่อนร่วมธุรกิจของเขาที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้โต๊ะทำงาน ก่อนที่ตัวเองจะเดินเข้าไปนั่งยังโซฟาราคาแพง เพทายที่เห็นแบบนั้นก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งเดินมานั่งลงยังโซฟาด้านข้างอีกคนเพื่อพูดคุย
"ทุกอย่าง ราบรื่นดีใช่ไหม" เสียงทุ้มถาม
"อืม ไม่ต้องห่วง ฉันเอาอยู่อยู่แล้ว" เจย์เดนยกยิ้มมุมปากพลางยกบุหรี่ขึ้นมาหมายจะจุดสูบ ทว่าก็ต้องชะงักไปเล็กน้อย
"สูบได้ใช่ไหม" เจ้าของใบหน้าหล่อหันถามคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า
"เชิญ" เพทายจึงตอบกลับ ทำให้มาเฟียหนุ่มยกยิ้มจัดการสูบบุหรี่ด้วยท่าทีสบาย ๆ
"เรื่องการลงทุนใหม่ ว่าไง" มาเฟียหนุ่มถามทั้งที่พ่นควันสีขาวออกมาจากปาก
"กำลังคิดอยู่"
"จะคิดอะไรให้เยอะแยะ ยังไงก็มีแต่ได้"
"ยิ่งได้ง่าย ยิ่งเสี่ยง" นักธุรกิจใหญ่ตอบกลับ เจย์เดนจึงยักไหล่ไปกับคำตอบที่ได้ยิน
"หึ จะรักษาไปทำไม ไอ้ภาพลักษณ์..." แต่แล้วยังไม่ทันที่มาเฟียหนุ่มจะพูดจบ
พรึบ
อยู่ ๆ เพทายก็ยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้เจย์เดนเงียบลงไปก่อน ก่อนที่ดวงตาคมของเขาจะเหลือบลงไปมองอะไรบางอย่างที่อยู่ไม่ไกลและส่งสัญญาณให้ร่างสูงอีกคนที่นั่งอยู่รู้ตัว
"..." เจย์เดนที่เห็นแบบนั้นก็รับรู้พลางค่อย ๆ แสยะยิ้มออกมากระซิบกดเสียงคุยกับเพื่อนร่วมธุรกิจ
"ไม่ปลอดภัยแม้กระทั่งในห้องทำงานเลยเหรอ" มาเฟียหนุ่มถามเสียงเย้ยหยันหลังจากที่สายตาคมเหลือบไปเห็นอุปกรณ์การดักฟังที่ถูกติดอยู่ภายในห้องทำงานของเพทาย โดยถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่เนียนมากพอสมควร เพราะหากไม่ได้สังเกตดี ๆ ก็จะไม่สามารถเห็นมันได้เลย
"เอาละ ไปดีกว่าว่ะ สูบบุหรี่เสร็จแล้ว" เจย์เดนยกยิ้มเอ่ยขึ้นอย่างรู้ดีว่าวันนี้คงจะไม่สามารถคุยธุระอะไรต่อไปได้ ร่างสูงลุกจากโซฟาราคาแพงด้วยใบหน้าที่ยังคงแสดงออกมาถึงความหล่อเหลามีความร้าย
"ไว้เจอกัน" สิ้นเสียงทุ้มบอก มาเฟียหนุ่มก็สาวเท้าเดินออกไปทันที โดยมีเพทายที่นั่งอยู่นิ่ง และคิดว่า...เขาคงจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ
ด้านทับทิม
"โอ๊ย! จะรู้เรื่องอยู่แล้ว รีบกลับทำบ้าอะไร!" เสียงทับทิมที่นั่งตั้งใจใส่หูฟังแอบฟังบทสนทนาของเพทายกับเจย์เดนอยู่สบถขึ้นด้วยความหัวเสีย ทำเอาอลินที่เพิ่งเดินออกจากห้องน้ำแสดงสีหน้างุนงงใส่คนเป็นรุ่นพี่ เพราะตอนนี้ทั้งสองกำลังอยู่ในห้องพักที่ต้องแชร์ร่วมกัน
"พี่ทับทิม...เป็นอะไรหรือเปล่าคะ" ดวงตากลมองหน้าถามร่างสวยที่นั่งอยู่ตาแป๋ว
"เปล่าหรอก...ไม่มีอะไร" ทับทิมที่เริ่มได้สติก็ตอบปัดกลับไป แต่แล้วอยู่ ๆ เจ้าของใบหน้าสวยเฉี่ยวก็นึกอะไรขึ้นมาได้
"อลิน"
"คะ" หญิงสาววัยสิบเก้าขานรับรุ่นพี่ร่วมห้องเสียงใส
"นอกจากป้าน้อยที่สามารถเข้าห้องทำงานคุณเพทายได้แล้ว ก็มีแค่คุณดวงจิตใช่ไหม"
"อ๋อ ใช่ค่ะ"
"แล้วเอกสารของครูพี่แอ๋มอะไรนั่น เราทำเสร็จหรือยัง ที่ยังเหลือ ๆ น่ะ"
"ยังมีอีกสองสามงานได้ค่ะ พี่ทับทิม...มีอะไรหรือเปล่าคะ"
"พี่เอาไปส่งแทนให้อีกได้ไหม"
"หื้อ?"
"ก็เมื่อวานไง ที่พี่เข้าไปพร้อมป้าน้อย"
"แต่ว่าวันพรุ่งนี้ คุณดวงจิตไม่ได้ออกไปไหนนะคะ อลินว่า..."
"พี่จะไม่ทำให้เราเดือดร้อนแน่นอน พี่สัญญา" เรียวปากสวยขยับปากน้ำเสียงจริงจังมีความอ้อนวอนอยู่ไม่น้อย ทำเอาอลินที่ได้ยินแบบนั้นชะงัก
"ทำไมพี่ทับทิมดูอยากไปห้องทำงานคุณเพทายจังเลยเหรอคะ" สิ้นเสียงรุ่นน้องตัวเล็กถามตาแป๋วแววตาเต็มไปด้วยความสงสัย ทับทิมก็นิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยบอก
"เพราะพี่อยากรู้อะไรบางอย่าง"
"หื้อ?"
"เรารู้หรือเปล่า ว่าคุณเพทายที่ดูดีภายนอกนั้น ทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไรบ้าง"
"..." อลินญาส่ายหน้า
"เขาน่ะ ไม่ต่างอะไรจากมาเฟียตัวพ่อเลยละ เพียงแค่อยู่ในคราบคนรวยจิตใจดี"
"จระ...จริงเหรอคะ"
"เรารู้จักเจ้าสัวสุรชัย พ่อของเขาไหม"
"ก็...เคยอ่านเจอบ้างค่ะ"
"ภายใต้อำนาจที่มี มันมีแต่ความเน่าเฟะ แล้วก็ลวงหลอก...เขาเคยฆ่าคนด้วยนะ" อันนี้ทับทิมไม่ได้โกหก สุรชัยเคยสั่งฆ่าคนมาแล้วหลายคนจากอำนาจที่เขามี ทว่าส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ทรยศหักหลังเขาทั้งนั้น
"ค คะ? จริงเหรอคะ" อลินขยับเรียวปากบางถามด้วยความตกใจสุดขีดเพราะร่างเล็กค่อนข้างที่จะใสซื่อและอ่อนไหวกับเรื่องพวกนี้ ซึ่งทับทิมที่เห็นแบบนั้นก็ไม่รอช้าที่จะเริ่มแต่งเติมเรื่องไปให้ดูมีน้ำหนักควรให้ความช่วยเหลือ
"อืม อาพี่เอง"
"..." อลินเบิกตากว้างไปกับสิ่งที่ได้ยิน
"อาที่เลี้ยงดูพี่ไม่ต่างจากพ่อแท้ ๆ แต่พอทำอะไรไม่ถูกใจ บ้านนี้ก็สั่งเก็บคนอย่างกับหมูกับหมา"
"พะ พี่ทับทิม..."
"ทีนี้เรารู้หรือยัง ว่าทำไมพี่ต้องเข้าไปในห้องทำงานที่ดูเป็นส่วนตัวนั่น...ก็เพราะว่าพี่เชื่อไง ว่ามันจะต้องมีหลักฐานอะไรสักอย่างอยู่ในห้อง" แม้ปากจะเล่าเรื่องโกหกออกไป ทว่าในใจทับทิมเองก็รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย เพราะปกติของการทำงาน เธอจะไม่หลอกให้ใครเข้ามาให้ความช่วยเหลือ แต่เพราะการเข้าถึงเพทายมันยากเกินไปทำให้หญิงสาวจำต้องเลือกใช้วิธีนี้
"เราช่วยพี่ได้ไหม แค่ช่วยเคลียร์ทางให้พี่เข้าไปในห้องทำงานนั้น" ริมฝีปากสวยถามพลางจ้องมองรุ่นน้องคนสนิทแววตามีความอ้อนวอนอยู่ในนั้น
"เอ่อ..."
"นะอลิน พี่สัญญาว่าแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว เดี๋ยวเพทายก็ต้องรู้ตัว ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสสุดท้ายของพี่"
"..." อลินก็นั่งนิ่งแสดงสีหน้าคิดไม่ตกออกมา
"ให้พี่ได้ทำอะไรเพื่ออาพี่บ้างเถอะนะ พี่ไม่อยากให้อาพี่ต้องตายฟรี"
"แล้วถ้าเรื่องทั้งหมด มันไม่ใช่แบบที่พี่คิดล่ะคะ" เสียงหวานถาม
"ก็นี่ไง ถ้าเข้าไปแล้ว พี่ไม่เจออะไรที่บ่งบอกได้ถึงความชั่วร้ายของบ้านนี้ พี่จะหยุด...พี่จะไม่อะไรกับพวกเขาอีก พี่สัญญานะ...แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว" แค่ครั้งเดียวแล้วงานนี้ของเธอจะจบลง
"ก็ได้ค่ะ แล้วอลินต้องทำยังไงบ้างคะ" สุดท้ายอลินก็เลือกที่จะตอบตกลงให้ความช่วยเหลือรุ่นพี่คนสนิท ทับทิมที่ได้ยินแบบนั้นก็ลอบยิ้มออกมาด้วยความพอใจ ก่อนจะเอ่ยถามคนตรงหน้า
"เมื่อกี้เราบอกว่า คุณดวงจิตอยู่ทั้งวันเลยใช่ไหม"
"ค่ะ"
"ป้าน้อยน่าจะไม่ได้แล้ว เพราะเมื่อวานเขาก็บ่นที่พี่ไปแทนเราโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อน"
"แต่คุณดวงจิตค่อนข้างเคร่ง..."
"ไม่ใช่เรื่องยาก แค่เรา...ถ่วงเวลาให้พี่ไว้ก็พอ"
"คะ?"
"พี่มีวิธีของพี่ แต่ว่า...เราต้องทำยังไงก็ได้ให้คุณดวงจิตอยู่คุยกับเราได้นานประมาณสิบนาที"
"..."
"พี่เชื่อว่าเราทำได้ ช่วยพี่หน่อยนะ แค่ครั้งนี้"
"ค่ะ"
วันต่อมา...
"เดี๋ยวเราเดินเข้าไปชวนคุณดวงจิตคุยเพื่อถ่วงเวลาไว้ พี่จะใช้จังหวะตอนที่เขาเผลอในการหยิบกุญแจห้องทำงาน"
"เอ่อ..."
"อย่ากังวลสิ อย่าแสดงท่าทีมีพิรุธ"
"อลินกลัว..."
"ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกน่า เราก็ชวนคุยไปตามปกติสิ เราจะคุยเรื่องน้องพลอยใสอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ"
"..." อลินก็พยักหน้าตอบ
"ก็คุยเรื่องน้องพลอยไป ส่วนเรื่องอื่น ๆ เดี๋ยวพี่จัดการเอง" ทับทิมเอ่ยบอก ซึ่งอลินก็ยังคงแสดงสีหน้าเป็นกังวลออกมา ทว่าหลังจากที่เริ่มควบคุมท่าทีของตัวเองได้
"โอเคค่ะ อลินพร้อมแล้ว"
"อืม" เจ้าของใบหน้าสวยที่ได้ยินแบบนั้นก็ยกยิ้มพอใจ ก่อนที่ทั้งสองจะพากันเดินตรงเข้าไปยังภายในห้องทำงานของดวงจิตที่นั่งอยู่
"สวัสดีค่ะคุณดวงจิต" อลินเดินเข้าไปยิ้มหวานทักทายหญิงวัยกลางคน
"มีอะไร" ดวงจิตเงยหน้าถามพลางมองสองสาวที่เดินเข้ามาภายในห้องทำงานของตัวเอง
"พอดีเราอยากคุยเกี่ยวกับอาการของน้องพลอยใสค่ะ" ทับทิมเอ่ยพร้อมกับส่งซิกเบา ๆ ให้อลินพูดต่อ ขณะที่สายตาของเธอก็สอดส่องมองหากุญแจดอกสำคัญ โดยใช้เวลาไม่นาน ความตาไวของทับทิมก็สามารถมองเห็นกุญแจที่ต้องการ ซึ่งถูกวางอยู่ในกล่องเป็นอย่างดี
"คือเหมือนน้องพลอยใสจะมีอาการอาเจียนร่วมด้วยค่ะ" อลินพูดขึ้น
"มันก็เป็นปกติของเด็กเวลาป่วย"
"ไม่ค่ะ..."
"..." ดวงจิตมองหน้าร่างเล็กวัยสิบเก้านิ่ง อลินที่เห็นก็ชะงักเล็กน้อยพยายามตั้งสติตอบกลับคนตรงหน้าไป เพื่อไม่ให้แสดงพิรุธใด ๆ ออกมา
"น้องอาเจียนออกมา สีไม่ปกติ บางทีมีสีดำเจือปนอยู่ด้วยค่ะ"
"แล้วเธอต้องการอะไร"
"อลินอยากดูประวัติการรักษาและฉีดวัคซีนของน้องค่ะ คุณดวงจิตพอจะมีไหมคะ เพราะถ้าไม่ดีขึ้น อลินคิดว่า..."
"จะเอาแค่นั้นใช่ไหม"
"ค่ะ"
"อืม งั้นรอก่อน" ว่าแล้ว ดวงจิตก็หันไปหาแฟ้มประวัติของเด็กน้อยให้แก่หญิงสาว อลินที่เห็นก็ได้แต่มองท่าทีของคนดูแลมูลนิธิด้วยสีหน้ารู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่ต้องโกหก ขณะที่ทับทิมก็จัดการหยิบกุญแจที่ต้องการมาปั๊มอย่างง่ายดายก่อนจะรีบวางลงตรงที่เดิม
"อะนี่ ประวัติการป่วยของพลอยใสกับวัคซีนที่เคยฉีดไป"
"ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณดวงจิต"
"อืม ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ก็ออกไปได้ ฉันจะทำงานต่อ" สิ้นเสียงหญิงวัยกลางคนเอ่ย สองสาวก็ต่างรับคำเดินออกจากห้องทำงานขนาดกลางไปในทันที โดยมีสีหน้าพึงพอใจเป็นอย่างมากของทับทิมที่เธอต้องการที่จะจบหน้าที่ตัวเองภายในวันนี้ ยังไงวันนี้เธอจะต้องได้ข้อมูลสำคัญอะไรของเพทายส่งไปให้ผู้ว่าจ้างงานเธอให้ได้
ติ้ด
เสียงประตูห้องทำงานเพทายถูกเปิดออกด้วยกุญแจที่ทับทิมทำขึ้นมาเองได้จากความสามารถของเธอที่มักจะใช้วิธีนี้ในการทำงานอยู่บ่อยครั้ง สองเท้าบางเดินตรงเข้าไปภายในห้องอย่างรวดเร็วตามด้วยเสียงสองเท้าเล็กของอลิน
"เราเข้ามาทำไม" ทับทิมหันถามรุ่นน้องคนสนิท
"เดี๋ยวอลินช่วยหาค่ะ"
"แต่..."
"สี่ตาดีกว่าสองนะคะ" เจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มบอกด้วยน้ำเสียงอยากช่วย ทับทิมที่เห็นแบบนั้นก็สองจิตสองใจ เพราะไม่อยากให้อลินต้องเข้ามาเสี่ยงด้วยกับงานของเธอในครั้งนี้ ทว่าพอเห็นดวงตากลมแป๋วที่มองมายังตัวเอง ทับทิมก็อดไม่ได้ที่จะตอบตกลงด้วยความจำใจ
"เฮ้อ...โอเค แต่สัญญากับพี่ก่อนนะ"
"คะ?"
"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม หรือง่าย ๆ ว่าถูกจับได้ ให้เอาตัวเองรอดไว้ก่อน ไม่ต้องสนใจพี่"
"..." อลินก็ยืนมองหน้าอีกคนตาใส
"เข้าใจที่พี่พูดไหม"
"คะ...ค่ะ เข้าใจค่ะ"
"อืม ถ้าเจอเอกสารหรือข้อมูลอะไร ก็เรียกพี่นะ"
"ค่ะ" หลังจากที่อลินรับรู้ ทั้งสองก็ต่างแยกย้ายกันไปเพื่อหาเอกสารหรืออะไรต่าง ๆ ภายในห้อง ทับทิมพยายามหาทุกอย่างอย่างมีสติ ทว่าหลังจากที่ค้นหาไปได้อยู่พักใหญ่ สปายสาวก็เริ่มที่จะแสดงท่าทีหัวเสียออกมาหลังจากที่ไม่เจอเอกสารสำคัญหรืออะไรเลย
"มันเอาไปไว้ไหน" เสียงหวานพึมพำอย่างหงุดหงิด ขณะที่อลินก็ตั้งใจหาเอกสารต่าง ๆ ให้รุ่นพี่คนสนิทต่อ กระทั่ง...
"อลิน หยุดก่อน" เรียวปากสวยเอ่ยพลางยกมือส่งสัญญาณให้รุ่นน้องตัวเล็กหยุด ร่างบางจึงหันมองหน้ารุ่นพี่สีหน้าสงสัย
"มีคนกำลังมา"
"ค คะ?"
"มีคนกำลังเดินมา..." ทับทิมเอ่ยหลังจากที่รับรู้ได้ถึงเสียงเท้าของคนที่กำลังเดินตรงมายังห้องทำงานนี้! พวกนั้นรู้ตัวแล้วเป็นแน่! ทับทิมได้แต่คิดในใจอย่างสามารถคาดเดาเหตุการณ์ทุกอย่างได้ว่า นี่เป็นกับดัก! ที่เธอรู้ก็เพราะว่าเพทายให้คนโทรมาบอกว่าวันนี้จะไม่เข้าแต่ดันมีเสียงเท้าเดินเข้ามา ไม่เพียงเท่านั้น...ทับทิมยังนึกทบทวนไปถึงเมื่อวานที่อยู่ ๆ สองคนก็เงียบเปลี่ยนเรื่องคุย
"...เวรเอ๊ย! พลาดได้ไง" หญิงสาวหุ่นดีพึมพำด้วยความหงุดหงิดกับตัวเองที่เผลอชะล่าใจ ไม่คิดว่าจะถูกอีกฝั่งจับได้เร็ว เพราะเพทายไม่ได้ให้คนทำลายหลักฐานหรืออะไรเกี่ยวกับเครื่องดักฟังของเธอ ส่วนเอกสารและอะไรที่เธอไม่พบเจอเลย รองประธานหนุ่มก็คงจัดการนำไปจัดเก็บไว้เป็นอย่างดีแล้ว
เธอพลาด...
และประมาทคนอย่างเขามากไป
"ไปซ่อนก่อน" หลังจากที่ได้สติ ทับทิมก็ไม่รอช้าที่จะดึงแขนพาอลินให้ไปหลบอยู่บริเวณด้านในตู้เก็บเอกสาร โชคดีที่หญิงสาวตัวค่อนข้างเล็กทำให้สามารถนั่งแอบอยู่ได้
"ละ...แล้วพี่ทับทิมล่ะคะ" เรียวปากเล็กถาม แม้จะตื่นกลัวแต่ก็พยายามตั้งสติ มองหน้ารุ่นพี่คนสวยที่ทำท่าจะเดินออกไป
"พี่เอาตัวรอดได้ เรานั่นแหละ..."
"...จำที่สัญญากับพี่ได้ไหม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าออกมา เอาตัวเองให้รอด"
"..."
"อลิน! เข้าใจที่พี่บอกหรือเปล่า"
"ขะ...เข้าใจค่ะ"
"อืม ไม่ว่ายังไง ไม่ต้องออกมา จนกว่าจะปลอดภัย" สิ้นเสียงทับทิมบอก มือเรียวก็จัดการปิดประตูตู้เก็บเอกสารทันทีโดยมีอลินที่นั่งเม้มปากแน่นรู้สึกตื่นกลัวไปหมด และได้แต่ภาวนาให้ไม่มีอะไรที่เลวร้ายเกิดขึ้นกับรุ่นพี่คนสนิทของตัวเอง
ด้านทับทิมก็ได้แต่ยืนนิ่งอยู่บริเวณประตู ซึ่งไม่ถึงสามวินาที ประตูห้องทำงานหรูก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงสามคนของเพทาย อนุชิต แล้วก็เจย์เดน
"ไง..." เสียงทักทายจากมาเฟียหนุ่มยกยิ้มทักทายหญิงสาวสวยที่อยู่ตรงหน้า ทับทิมก็นิ่งมองหน้าทุกคนกลับ แววตาของร่างบางเปลี่ยนไปจากเดิม ในตอนแรกที่ดูเป็นครูพี่เลี้ยงใจดีนอบน้อมก็แปรเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่งแข็งกร้าว
"...แววตาเอาเรื่องนี่" เจย์เดนที่เห็นแบบนั้นก็เอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกสนใจในท่าทีของคนตรงหน้าอยู่ไม่น้อย เพราะเขาไม่เคยเจอคนที่ถูกจับได้คาหนังคาเขาขนาดนี้แต่ยังคงแสดงท่าทางแบบนี้ออกมามาก่อน รวมถึงใบหน้าสวยเฉี่ยวกับรูปร่างที่ดูดีนั่นอีก...
"หึ น่าสนุก"