“หนูพริ้งกลับมาจากมหา’ ลัยก็เลยมาทักทายครับ” คุณเตเอ่ยพลางอุ้มเหลียนฮวาลุกขึ้นยืน น้ำเสียงที่คุณเตพูดกับเธอคนนั้นละมุนมาก
“สวัสดีค่ะหนูพริ้ง” เธอคนนั้นเดินมาหยุดยืนข้างคุณเต
“สวัสดีค่ะ” ฉันพยายามกลั้นเสียงไม่ให้สั่น เวลานี้ฉันรู้สึกว่าฉันสั่นไปทั้งตัว คล้ายว่าควบคุมตัวเองไม่ได้
“นี่คุณบัวครับหนูพริ้ง อากับคุณบัวคุย ๆ กันอยู่ หนูพริ้งทำความรู้จักคุณบัวไว้นะ” คุณเตเอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“สวัสดีอีกครั้งค่ะคุณบัว” ฉันพยายามยิ้ม ทว่าร่างกายมันบังคับยากเหลือเกิน อยากจะยิ้มกว้าง ๆ แต่ก็ทำไม่ได้
“ดีค่ะ เตบอกว่าหนูพริ้งเป็นคนดูแลเหลียนฮวาระหว่างที่พี่ไม่อยู่ ขอบคุณหนูพริ้งมาก ๆ นะคะ”
“...ค่ะ” รู้สึกเหมือนโดนลูกตุ้มทุ่มใส่หัว เหลียนฮวาแปลว่าดอกบัว ผู้หญิงคนนี้ชื่อบัว นี่สินะเจ้าของตัวจริงของเหลียนฮวา “ถ้าอย่างนั้นพริ้งไม่กวนแล้ว ขอตัวกลับห้องก่อนนะคะ”
“ไปทานข้าวด้วยกันไหมคะหนูพริ้ง พี่กับเตจะออกไปทานข้างนอก”
“ขอบคุณที่ชวนค่ะ พริ้งทานกับเพื่อนมาเรียบร้อยแล้ว ขอตัวนะคะ” ก่อนที่จะก้าวขาออกจากห้องไม่ได้ ก่อนที่จะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ฉันต้องรีบออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด
ออกมาจากห้องทำงานของคุณเตฉันเดินก้มหน้ากลับมาที่ห้องนอนของตัวเองอย่างเร็ว น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลเป็นทาง ความคิดถึงก่อนหน้านี้แปรเปลี่ยนเป็นความเสียใจ ฉันไม่รู้ว่าควรจะอธิบายความรู้สึกพวกนี้ออกมายังไง ฉันรู้แค่ว่าตอนนี้ฉันเสียใจ เสียใจมาก ๆ
ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าคุณเตไม่ได้คิดกับฉันแบบที่ฉันแอบคิดกับเขา ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าไม่มีหวัง แต่ทุกครั้งก็เสียใจมากจริง ๆ ที่เห็นเขามีผู้หญิงคนอื่น และวันนี้ฉันรู้สึกเสียใจมาก ๆ ที่ได้รู้ว่าสิ่งที่คุณเตบอกว่าเป็นของขวัญ สิ่งที่คุณเตให้มานั้นเคยเป็นของรักของคนอื่นมาก่อน คุณเตหลอกให้ฉันดูแลของคนอื่น ฉันหลงรักเหลียนฮวาจนหมดใจ
ทว่าตอนนี้รักของฉันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อเจ้าของตัวจริงกลับมา