ลู่หยางรู้สึกอึ้งไปเล็กน้อย เขามีภรรยาที่เป็นโจรอาศัยอยู่ในบ้าน ในฐานะทหารเขามีความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก
หลังจากเงียบไปสักครู่ ชายหนุ่มก็ถามขึ้นมาอีกครั้ง "แล้วคุณมียานเกราะใช้ได้อย่างไร"
"ก็ซื้อมาน่ะสิ...เราเป็นโจรสลัด แน่นอนว่าเราต้องมีกองกำลังทางทหารของเราเอง ไม่เช่นนั้นเราก็ต้องถูกทหารอวกาศจับได้" ไป๋ถังพูดขึ้นมาแล้วก็นึกฉุนเฉียว "แต่ยานเกราะที่ซื้อมาครั้งนี้ไม่ได้คุณภาพ ฉันเลยทะลุมิติย้อนเวลามานานเกินไปมากเลยทีเดียว!"
ลู่หยางคิดว่าเทคโนโลยีในภายภาคหน้าคงจะเจริญก้าวหน้ามาก เขาคิดว่าอีกฝ่ายมีเงินถึงขนาดซื้อยานเกราะได้ คงจะปล้นสมบัติของคนอื่นไปไม่น้อย "คุณออกไป... ปล้นบ่อยไหม "
ไป๋ถังเห็นสีหน้าของเขาก็รีบอธิบาย "คุณไม่ต้องกังวล ในอวกาศมีกลุ่มโจรสลัดอยู่หลายกลุ่ม กลุ่มของเราไม่ได้เน้นปล้นชิงสมบัติ"
"แล้วพวกคุณปล้นอะไร" คิ้วของลู่หยางขมวดแน่น
ไป๋ถังยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ มองไปที่ลู่หยางอย่างตั้งแต่หัวจรดเท้า ริมฝีปากสีแดงขยับพูดอย่างช้าๆ "ปล้น...ผู้...ชาย"
"..." ลู่หยางถอนหายใจทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อ "คุณพูดจริงเหรอ"
"จริงสิ…มันเป็นธุรกิจที่ทำกันอย่างจริงจังเลยล่ะ งานของฉันมันสร้างผลประโยชน์ให้กับมวลมนุษยชาติ ทำให้มนุษย์มีการขยายเผ่าพันธุ์ได้ต่อไป สาวงามหลายล้านคนก็จะได้มีคู่ด้วย” ไป๋ถังยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ แต่เมื่อเห็นใบหน้าของชายหนุ่มที่ซีดเซียวเธอก็ตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องคุย "แต่ว่า...ยุคสมัยของเราไม่เหมือนกัน คุณไม่ต้องคิดมากเรื่องนี้หรอกนะคะ"
ลู่หยางพยายามจะไม่คิดมาก คงจะจริงอย่างที่หญิงสาวพูด เพราะยุคสมัยของพวกเขาทั้งสองมันแตกต่างกัน จะเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้
"อาหารที่ยืมมาครั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นฤดูเก็บเกี่ยวผมจะเอาไปคืนเขาเอง" ลู่หยางพูดกับไป๋ถังอย่างจริงจัง
"ได้สิค่ะ ตอนที่ยืมมาฉันก็บอกกับเขาแบบนี้เหมือนกัน" หญิงสาวไม่ต้องการคุยกับลู่หยางมากเกินไป เพราะกลัวว่าจะทำให้เขาโกรธขึ้นมา เธอจึงรีบขอตัวออกไปหาเด็กๆ ทั้งสองที่หลังบ้าน "ถ้าอย่างนั้น...ฉันขอตัวไปหาเด็กๆ ก่อนนะ"
ต้าเป่าและเสี่ยวเป่า ยังคงนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิม หลังจากพวกเขาร้องไห้เสร็จด้วยกันอยู่สักพัก ต้าเป่าก็บอกน้องชายของเขาว่าอย่าให้พ่อกับแม่รู้ว่าพวกเขากำลังร้องไห้
เสี่ยวเป่าพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง แต่เมื่อเขาเห็นพ่อกับแม่กลับมาเด็กน้อยก็ยังคงมีความสุขแต่เขาก็อดกลัวไม่ได้
พ่อกับแม่จะเลี้ยงเขาไว้แล้วเอาไปขายจริงหรือ
ไป๋ถังไม่รู้ว่าลูกทั้งสองมีความหวาดกลัวอะไรอยู่ในใจ เธอเดินมาหาพวกเขาด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม "ต้าเป่า เสี่ยวเป่า พ่อหาปลามาได้ตั้งหลายตัววันนี้เราจะได้กินเนื้อสัตว์กันแล้ว"
เสี่ยวเปาได้ยินว่าพ่อหาปลามาได้ เขาก็ลืมที่จะกลัวทันที เด็กน้อยลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างมีความสุข พุ่งเข้าไปกอดต้นขาของแม่ เงยใบหน้าน้อยๆ ขึ้นมองแล้วพูดประจบ "เสี่ยวเป่าชอบพ่อกับแม่ที่สุดเลย”
ต้าเป่าเองก็จ้องมองอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ พลางคิดในใจว่าจะแอบขโมยบางอย่างมาซ่อนไว้ได้หรือไม่
“แม่ก็ชอบเสี่ยวเป่าเหมือนกัน” ไป๋ถังรู้สึกดีมากที่มีเสียงของเด็กน้อยคอยออดอ้อนอยู่ข้างหู เธออุ้มเสี่ยวเป่าขึ้นและหอมที่แก้มของเขาสองทีอย่างอดใจไม่อยู่
เด็กน้อยคนนี้น่ารักมาก!
เสี่ยวเปาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
แม่หอมแก้มเขา!
แม่หอมแก้มเขาจริงเหรอ!
ต้าเป่าก็ประหลาดใจมากเช่นกัน แม่หอมแก้มน้องชายของเขาได้อย่างไร แม่ไม่รังเกียจพวกเขาแล้วอย่างนั้นหรือ
แต่...แม่หอมแค่น้องชายของเขาเท่านั้น...
ต้าเป่าหันหน้าหนี ปากน้อยๆของเขาเม้มแน่น!
เมื่อเห็นท่าทางตกตะลึงของเสี่ยวเป่า ไป๋ถังก็หัวเราะเบา ๆ แล้วบีบใบหน้าของเขาเบาๆ "ทำไม...ลูกไม่ชอบให้แม่หอมแก้มลูกอย่างนั้นหรือ"
เสี่ยวเป่าส่ายหัวอย่างแรง เขายิ้มอย่างมีความสุข "หนูชอบ หนูชอบมาก"
ไป๋ถังรู้สึกขบขันกับท่าทางน่ารักของเด็กน้อย
เธอวางเสี่ยวเป่าลง แล้วพูดกับต้าเป่าที่อยู่อีกฟากหนึ่งว่า "ต้าเป่า แม่ขอหอมหน่อย"
หญิงสาวเอนตัวลงไปหอมแก้มต้าเป่าสองครั้งอีกเช่นกัน
แต่เห็นได้ชัดว่าบุคลิกของพวกเขานั้นแตกต่างกัน เสี่ยวเป่าเป็นเด็กร่าเริงและเปิดเผย เขาจึงแสดงความรู้สึกออกมาได้มากกว่าต้าเป่าที่เป็นเด็กนิ่งๆ เมื่อเห็นท่าทางของพวกเขาที่แตกต่างกันเช่นนี้เธอจึงแยกฝาแฝดทั้งสองได้ง่ายว่าใครเป็นใคร
ต้าเป่าคิดว่าแม่จะไม่ยอมหอมแก้มเขาเหมือนกับน้องชายู่ ดังนั้นเมื่อสักครู่เขาจึงมีความไม่พอใจอยู่เล็กน้อย แต่เมื่อแม่ก้มหน้ามาหอมแก้มเขาเช่นกัน เด็กน้อยก็ตกตะลึง
หัวใจดวงน้อยก็เต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง มุมปากของเขากระตุกอย่างช่วยไม่ได้
ต่อมาไป๋ถังก็อุ้มต้าเป่าและเสี่ยวเป่าเข้าเอวทั้งสองข้าง หญิงสาวพาพวกเขาไปนั่งที่เก้าอี้ตัวสูง "พวกลูกอยากขึ้นเครื่องบินไหม"
"เครื่องบินคืออะไร" เสี่ยวเป่าถามอย่างสงสัย ในหมู่บ้านแห่งนี้ไม่มีรถยนต์วิ่งผ่าน นับประสาอะไรกับการที่พวกเขาจะเห็นเครื่องบิน
ไป๋ถังจึงรีบอธิบาย "ขึ้นเครื่องบินก็แค่ … พวกลูกนั่งบนขาของแม่ จากนั้นแม่ก็จะพาพวกลูกบินขึ้นไป เกาะแน่นๆ นะ แม่จะเริ่มบินแล้ว"
หญิงสาวค่อยๆ ยกขาของตัวเองขึ้นช้าๆ ต้าเป่าและเสี่ยวเป่า รู้สึกกลัวอยู่บ้างในตอนแรก พวกเขากอดเธอแน่นมาก แต่เพียงไม่นานก็พบว่าการละเล่นแบบนี้มันสนุกมาก จากนั้นพวกเขาก็หัวเราะอย่างมีความสุข
"แม่ สนุกมากเลย" เสี่ยวเปามองดูแม่ของเขาอย่างมีความสุข เขารู้สึกว่าสิ่งเลวร้ายทั้งหมดที่แม่ของเขาเคยทำกับเขามาก่อนหน้านี้ถูกหักล้างไปหมดแล้ว ตอนนี้เขารู้สึกชอบแม่ที่เป็นแบบนี้มาก
ต้าเป่าเป็นเด็กคิดมาก เขารู้สึกว่าแม่ของตนเปลี่ยนไป ตอนนี้แม่อาจทำดีด้วยเพื่อทำให้เขาตายใจ แต่ถ้าแม่ทำดีกับเขาด้วยใจจริง เขาก็จะไม่เกลียดแม่อีกต่อไป