นานหลายนาทีที่ติณณภพยืนมองอยู่อย่างนั้น จากหนึ่งกลายเป็นสอง จากสองกลายเป็นสาม เวลาเช้าตรู่เช่นนี้คนไข้เริ่มทยอยมากดบัตรคิว ซึ่งน้ำชาก็ไม่ปฏิเสธที่จะช่วย
เธอแข็งแกร่งแต่ก็มีมุมอ่อนไหว ขณะเดียวกันหญิงสาวคนที่เขามองอยู่เธอก็มีความอ่อนโยนกว่าที่เขาคิด จนในที่สุดน้ำชาก็กดบัตรคิวให้ทุกคนเสร็จ
ผู้หญิงคนนี้น่าค้นหาอย่างน่าประหลาด หญิงสาวดึงฮู้ดขึ้นสวมก่อนที่เธอจะล้วงมือเข้าไปในเสื้อกันหนาวตัวโคร่งนี้ ซึ่งการเดินจากไปทำให้ฝ่าเท้าหนาไม่ลังเลที่จะเดินตาม
ติณณภพเดินตามเธอไปยังพื้นที่สูบบุหรี่ ชายหนุ่มล้วงมือเข้ากระเป๋าเสื้อกาวน์ยาว เขามองเธออยู่อย่างนั้น ติณณภพรู้ดีว่าทำไมคนส่วนใหญ่ถึงสูบบุหรี่กัน นอกจากความคึกคะนองก็คงเป็นความเครียดกระมัง เธอกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ เขาอยากจะเดินไปถาม แต่ก็เกรงว่าเธอจะไม่พอใจ
ปลายนิ้วเล็กเคาะเบา ๆ ที่มวนบุหรี่นั้น หญิงสาวเขี่ยให้ผงบุหรี่หลุดออกไป น้ำชานึกขันให้กับเหตุการณ์วันนี้ ชีวิตของเธอมีเพื่อนไม่กี่คน เติบโตมากับผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ พี่ชายของเธอก็แต่งงานมีลูกไปกันหมดแล้ว ความรู้สึกโดดเดี่ยวนี้ทำให้เธอรู้สึกกลัวการสูญเสีย ตอนนี้ก็ถึงวัยที่จะต้องแยกย้ายกันจริง ๆ เพื่อน ๆ ของเธอก็คงกำลังจะมีครอบครัวกันหมด
ความรู้สึกโดดเดี่ยวกำลังเกิดขึ้นกับเธอเช่นเดียวกับในอดีต ในวันที่รุ่นพี่ที่เธอรู้จักทยอยแต่งงาน ความสำคัญของเธอก็ถูกลดทอนลง เหมือนกับตอนนี้
ไม่ว่าจะเป็นห่วงเพื่อนมากแค่ไหน อีกไม่นานเธอก็คงถูกลดความสำคัญลง น้ำชาส่ายหน้าให้กับความคิดของตัวเอง และขณะนั้นเอง
ครืดด ครืดด~
เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น หญิงสาวล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋ามาเปิดดู ก่อนจะกดรับทันทีที่เห็นรายชื่อของต้นสาย
ติ๊ด!
“ว่า...”
[วันนี้ไปไหนไหม]
“ทำไม...”
[ฝากลูกหน่อย...ลูกกูด้วย ๆ] เสียงจากปลายสายทำให้น้ำชาพ่นลมหายใจออกมา เธอไม่ได้รำคาญหรอก ยินดีเสียอีกที่จะได้ดูแลหลาน ๆ ของพี่ชายเธอ
“อืม...ลูกใครอีก”
[ไม่น่าจะมีละ...ไม่รู้ว่าพิ้งค์พลอยจะไปเล่นด้วยไหม]
“โอเค ไว้ฉันโทรไปถาม” หญิงสาวกดตัดสาย ก่อนที่เธอจะเขี่ยบุหรี่ทิ้ง พร้อมกับหยิบบุหรี่มวนใหม่ขึ้นมา ทว่า
หมับ!
มวนบุหรี่กลับถูกแย่งไป
“นาย...”
“ขอมวนนึง” ติณณภพว่าพร้อมกับคว้าเอาไฟแช็กจากมือของเธอขึ้นมาจุดไฟ โดยไม่สนใจสีหน้าตกใจของเธอ ทว่าตกใจได้ไม่นานหญิงสาวก็เคาะเอาบุหรี่มวนใหม่ออกมา ซึ่งชายหนุ่มก็ทิ้งมวนเดิมที่เพิ่งแย่งมาก่อนจะคว้ามวนใหม่ในมือของเธอขึ้นมาคาบที่ปาก ทำเอาน้ำชาโมโหในทันที
“อะไรของนาย!!” ติณณภพไม่ตอบ เขาคาบบุหรี่ไว้ที่ริมฝีปากแต่ไม่ทันที่จะได้จุดไฟน้ำชาก็เดินจากไปด้วยความโมโห ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่รีรอที่จะเดินตาม เขาทิ้งบุหรี่ก่อนจะเดินตามเธอไป
“เดี๋ยวก่อนสิคุณ!”
หมับ!
ข้อมือเล็กถูกคว้าไว้ แรงเหวี่ยงทำให้คนตัวเล็กกว่าชนเข้ากับแผ่นอกแกร่งของเขาอย่างแรง ซึ่งน้ำชาก็ไม่ทิ้งจังหวะอะไรทั้งนั้น เธอบิดข้อมือออกพร้อมกับก้าวขาถอยหลัง
“ทำบ้าอะไรของนาย!”
“ขอโทษครับ”
“_”
“พอดีเป็นห่วงไม่อยากให้สูบบุหรี่ทีละหลายมวน เวลาเดียวไม่ควรอัดเยอะนะครับ” เขาตอบออกมาตามตรง ในตอนแรกก็ยืนมองเธออยู่นั่นแหละ ทว่าพอเห็นเธอเคาะมวนบุหรี่มวนใหม่ออกมา เขาก็ก้าวขาเดินไปหาเธอโดยอัตโนมัติ
“มันเรื่องของฉัน” ติณณภพชะงักไป เขาข่มเปลือกตาปิดลง จริงอย่างที่เธอว่า...มันเป็นเรื่องของเธอ ทว่า
“ถ้าจะบอกว่าผมขอล่ะ คุณบอกว่าจะทำทุกอย่างนี่...”
“ห้ะ ให้ตายเถอะ นายเป็นหมอแล้วยังหัวหมออีกนะ” น้ำชายกแขนขึ้นกอดอก เธอข่มเปลือกตาปิดลง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าถ้าไม่ได้เขา เพื่อนของเธออาจจะไม่รอด แถมการที่เขามาช่วยเธอ ก็ทำให้เขาซวยอีกด้วย
“หึ...ขอบคุณครับ” เขายอมรับโดยไม่ปฏิเสธ ติณณภพยกยิ้มให้กับเธอ “ดื่มกาแฟไหมครับ”
“ไม่...”
“ชาล่ะ”
“_”
“น้ำชา...”
“ไม่ ไม่ต้องถามแล้ว ฉันไม่กินอะไรทั้งนั้น” ติณณภพยกยิ้ม เขาไม่อยากตื๊อให้เธอรำคาญ แต่จะทำอย่างไรได้ก็เขายังอยากเจอเธอนี่
“แล้วถ้าผมบอกว่า...ที่คุณพูดว่าจะ...”
“โอ๊ย!...กินก็กิน เมื่อไรนายจะเลิกพูดเรื่องนี้สักที” ชายหนุ่มไม่ตอบ เขายกแขนขึ้นมองนาฬิกาบนข้อมือ
“ผมยังพอมีเวลา ร้านชาใกล้ ๆ ก็แล้วกัน”
“ชา? ฉันอยากดื่มกาแฟ”
“อ้อ ร้านชาก็มีกาแฟครับ” ชายหนุ่มตอบพร้อมกับออกตัวเดินไปยังร้านชาที่เขาว่า ซึ่งเป็นร้านชาที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมงในโรงพยาบาล
“มองอะไรนักหนา...น่ารำคาญ” หญิงสาวว่าพร้อมกับชักสีหน้าใส่ผู้คนที่เดินผ่านไปมา พวกเขามองหน้าผู้ชายตัวสูงข้าง ๆ เธอ ก่อนจะพยายามมองเธอที่ปิดหน้าปิดตาอยู่
น้ำชาเบื่อสายตาคนมองที่สุด เพราะอย่างนี้เสื้อฮู้ดตัวนี้ถึงถูกหยิบมาใส่บ่อยกว่าตัวอื่น ๆ และยิ่งมาเดินกับหนุ่มหล่อข้างกายอีก คนมองตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางเลยทีเดียว
“ถึงแล้วครับ...” เขาเดินไปเลื่อนเก้าอี้ให้เธอ พอเห็นอย่างนั้นน้ำชาก็เดินไปนั่งที่อื่นในทันที ทำเอาชายหนุ่มนิ่งค้าง
ครืดด~
น้ำชาใช้เท้าเขี่ยขาเก้าอี้ออกก่อนที่เธอจะนั่งลง หญิงสาวมองออกไปนอกหน้าต่าง เวลาในตอนเช้าวันเสาร์อย่างนี้...เธอควรนอนขี้เกียจอยู่ห้อง
“วันนี้เหมือนเดิมไหมคะหมอติณณ์” ทันทีที่ติณณภพมานั่งตรงกันข้ามหญิงสาว พนักงานก็เข้ามารับออเดอร์ในทันที
“ไม่ครับเอาเป็นชาก็แล้วกัน”
“ชาเหรอคะ เปลี่ยนเมนูแล้วเหรอคะ”
“ครับ อยู่ดี ๆ ก็อยากดื่มน้ำชา” น้ำเสียงทุ้มลึกที่เอ่ยขึ้นทำให้หญิงสาวที่มีชื่อเหมือนกับน้ำชาหันมามอง เธอสบตากับเขาด้วยความไม่เข้าใจ เขาหมายถึงอะไรกันแน่...หมายถึงเธออย่างนั้นหรือ
“หึ...” ติณณภพอมยิ้ม เขากระแอมเสียงเล็กน้อย ก่อนที่พนักงานจะหันไปถามหญิงสาวตรงหน้าเขา
“รับอะไรดีคะ”
“เอสเปสโซ่...” หญิงสาวว่าพร้อมกับจ้องมองชายตรงข้าม เธอย่นจมูกใส่เขา ก่อนจะหันกลับมาเห็นว่าพนักงานกำลังให้ความสนใจกับเลือดที่แห้งเขรอะในเสื้อของเธอ พนักงานสาวไม่ได้เอ่ยถามอะไร เธอจากไปพร้อมกับการสร้างความน่ารำคาญให้กับน้ำชา
“บ้าชะมัด” น้ำชาเพิ่งรู้ตัว เธอมองคนตรงหน้าที่เอาแต่มองเธอด้วยสายตาไม่พอใจ “ทำไมไม่บอกว่าเสื้อฉันเปื้อน”
“ก็...ผมนึกว่าคุณรู้” เขายิ้มให้กับเธอ ก่อนจะรินน้ำเปล่าที่วางอยู่บนโต๊ะให้กับเจ้าหล่อน “แต่ยังไงคุณก็ยังดูดีเหมือนเดิม”
“หึ ตลก” น้ำชาตอบกลับเขาทันควัน นี่แหละ...สันดานผู้ชายเจ้าชู้ เธอรู้เสียยิ่งกว่ารู้ว่าผู้ชายแบบเขาเป็นคนแบบไหน ขณะเดียวกันทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น เจ้าของคำพูดเอ่ยชมเมื่อครู่ก็หุบปากแทบไม่ทัน
น้ำชาส่ายหน้าเบา ๆ เธอถอดเสื้อฮู้ดตัวโคร่งของตัวเองออก โดยไม่ได้สนใจว่าตนจะอยู่ในชุดอะไร กลิ่นคาวเลือดส่งผลให้เธอเบ้หน้า แต่คนตรงข้ามกับเธอกลับกำลังสนใจอะไรบางอย่างอยู่
เนินเนื้ออวบโผล่พ้นขอบเสื้อกล้าม น้ำชาเลื่อนสายตาขึ้นสบตากับเขา ก่อนที่เธอจะเลื่อนสายตามองตัวเองตามสายตาของเขา
“มองอะไร!” หญิงสาวแว้ดเสียงออกมา ทำเอาเจ้าของสายตาหื่น ๆ นี้สะดุ้ง เขารีบลุกขึ้นยืนก่อนจะถอดเสื้อกาวน์ยาวที่สวมใส่อยู่นี้ให้กับเจ้าหล่อน โดยไม่ลืมล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาวางไว้บนโต๊ะ ซึ่งการกระทำของเขาทำเอาเธอตกใจ
“ไม่ ไม่เอา” น้ำชาดันมือของเขาที่มีเสื้อกาวน์ออก ทว่าเจ้าตัวก็ใช้สายตามองออกไปรอบ ๆ ก่อนที่หญิงสาวจะมองตาม น้ำชาดวงตาเบิกกว้างให้กับสายตาของใครหลายคนที่หันมามองเธอ
“ผมหวงครับ”
“ห้ะ”
“เอ่อ...หมายถึงเป็นห่วงน่ะครับ แต่งตัวแบบนี้คนจะมองเยอะ ไม่ปลอดภัยด้วย” ติณณภพแก้ตัวน้ำขุ่น แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ได้ผล หญิงสาวยื่นมือไปรับเสื้อกาวน์ยาวของเขามาสวมใส่
“ถ้าฉันจะไม่ปลอดภัย มันคงเป็นนาย” น้ำชาว่า เขามองเธออย่างกับจะกระโจนเข้าใส่ ผู้ชายคนนี้ ไม่ใช่น้อย ๆ เลย
“หึ...ผมก็ว่างั้น” ซึ่งเขาก็ไม่ปฏิเสธ ติณณภพยกมือขึ้นเสยผมที่ปรกลงใบหน้า น้ำเหล้าที่เธอสาดใส่เขาก่อนหน้านี้ทำให้ผมของเขาเสียทรง แต่ถึงกระนั้นมันก็ไม่ได้ลดความดูดีของเขาได้
ผมสีดำสนิทแสกกลางเพิ่มความหล่อเหลาให้กับโครงหน้าสมบูรณ์แบบ ริมฝีปากหนาสีชมพูระเรื่อนั้นทำให้น้ำชาเผลอมองอย่างลืมตัว มันรับกับจมูกโด่งเป็นสันของเขาได้เป็นอย่างดี
“ผมอยากไปส่งคุณนะ แต่ติดที่ต้องทำงาน”
“_”
“ผมมีผ่าตัดน่ะครับ”
“ฉันไม่ได้ถาม” ติณณภพกลืนน้ำลายลงคอเมื่อได้คำตอบกลับจากเธอ ก่อนที่เขาจะทำใจดีสู้เสือชวนเธอคุยต่อ
“แล้วคุณไม่ได้ทำงานเหรอครับ...”
“วันนี้วันเสาร์” น้ำชาตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่แบบนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดี เธอเริ่มคุยกับเขาแล้ว ทว่าตอนนี้กลับมีความคิดบางอย่างแล่นเข้ามาในหัว วันนี้เป็นวันเสาร์...ติณณภพนึกขึ้นได้ว่าบุตรชายจะไปหาคุณย่าที่บ้านของเขา แต่ไม่ทันที่เขาจะพูดอะไร
ติ๊ง!
[คุณติณณ์คะ]
ติ๊ง!
[เรื่องที่เราตกลงกันฉันคงทำให้ไม่ได้...]
กริ๊ก!
“ขอโทษครับ” ติณณภพกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์โดยไม่ลืมที่จะปิดเสียงด้วย แต่ก็ไม่ทันเสียเมื่อหญิงสาวเห็นข้อความจากแอปพลิเคชันไลน์ของเขา
‘ผู้หญิงคืน21/01/XX’
และนี่คือชื่อที่เขาตั้งให้กับเจ้าของเสียงไลน์เมื่อครู่
ครืดด...
“ฉันจะกลับ”
“อะไรนะครับ? แต่กาแฟ....” ไม่ทันที่คนตัวโตจะถามจบประโยค น้ำชาก็เดินจากไป ทำเอาชายหนุ่มนึกโมโหตัวเองที่ไม่ได้ปิดเสียงโทรศัพท์ เขาคิดว่าเธอคงรำคาญ แต่มันก็ไม่ใช่ความจริงเสียทีเดียว
น้ำชารู้สึกไม่ชอบเอาเสียเลย ผู้ชายอย่างเขาเธอรู้ว่าเป็นอย่างไร แถมรายชื่อเมื่อครู่ยังบอกได้ว่าเขามีรายชื่อแบบนี้อีกเป็นร้อยคน ผู้หญิงคนนี้คือคนที่อยู่ในคืนที่เธอเจอเขาวันแรก ทว่าดูจากการตั้งชื่อด้วยวันที่เช่นนี้...แสดงว่าต้องมีหลายวัน และอีกหลายคน
ขณะเดียวกันข้อความไลน์ที่ได้อ่านทำให้ติณณภพพ่นลมหายใจออกมา ชายหนุ่มคิดจะใช้ผู้หญิงขายบริการจัดการกับอดีตภรรยา แต่เธอกลับบอกว่าทำให้ไม่ได้ตามที่ตกลงกัน เพราะถูกชนิตาตามเล่นงานถึงคอนโด
[ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องค*****น] ติณณภพพิมพ์ข้อความตอบกลับ นึกสงสารที่เธอถูกอดีตภรรยาของเขามาขู่ถึงห้อง แต่เธอคนนี้ก็ยอมตกลงกับเขาตั้งแต่แรก และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่เกิดเรื่องแบบนี้
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับใคร ยุ่งกับใคร ไปหาใคร ราวกับมีเงาตามตัว ชนิตาให้คนตามติดชีวิตของเขา เพราะอย่างนี้ชายหนุ่มถึงชอบออกไปหาผู้หญิง เพื่อให้เธอเบื่อและเลิกตามราวีเขาสักที ซึ่งความเป็นจริงนั้น ลึก ๆ แล้วในวันหยุดที่ไม่มีอะไรทำ เขาอยากนอนขี้เกียจอยู่ห้องเสียมากกว่า...
เวลาต่อมา...
เพราะคนที่บ้านบอกกับเขาในวันนั้นว่าเตชินท์จะไปหาคุณหญิงย่า ชายหนุ่มเลยจะไปรับคนเป็นลูก เขาส่งข้อความบอกเด็กชายแล้ว
ติณณภพออกจากห้องผ่าตัดก็ตรงดิ่งไปเอารถที่คลับฟรายเดย์ การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี ไม่ใช่เคสที่ยากอะไร และไม่ใช่เรื่องที่เขาจะมาอธิบายให้กับญาติคนไข้ในเวลาตีหนึ่งเช่นนั้น
ใช้เวลาไม่นานรถยนต์คันหรูก็แล่นมาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ เขารอเพียงครู่บุตรชายก็เดินออกมาจากบ้าน ก่อนที่เขาจะเห็นว่าไม่ได้มีแค่เตชินท์ที่เดินออกมา
แกร็ก!
“สวัสดีครับ”
“เต...ขึ้นมาครับ” เตชินท์หันไปมองคนเป็นแม่ที่เตรียมจะขึ้นรถคนป็นพ่อเช่นกัน ก่อนที่เด็กชายจะก้าวขาขึ้นรถคันหรู ทว่า
กริ๊ก!
ติณณภพกดล็อกประตูทันทีที่ชนิตาเดินมาหมายจะเปิดประตูรถของเขา ซึ่งก็ไม่ทัน ชายหนุ่มล็อกประตูเสียก่อน เขาไม่มีอะไรจะพูดกับเธอ
“เต...บอกแม่เหรอว่าพ่อจะมารับ” เตชินท์ก้มหน้าลง เขากำโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูในมือไว้แน่น เด็กชายไม่รู้ว่าจะตอบคนเป็นพ่ออย่างไร
“พ่อไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ...พ่อแค่สงสัย แม่ไม่ได้ยุ่งกับโทรศัพท์ลูกใช่ไหม”
“แม่...ฮึก พ่อครับ ผมสงสารแม่” เด็กชายวัยสิบสองขวบหันมาหาคนเป็นพ่อพร้อมกับน้ำตาที่เจิ่งนองเต็มดวงตาทั้งสองข้าง “ฮึก แม่บอกว่าพ่อไม่เคยรักแม่ ฮืออ~ จริงเหรอ”
“_” ติณณภพนิ่งค้างไปพักใหญ่ ไม่เคยรักอย่างนั้นหรือ เธอพูดให้ลูกฟังไปเพื่ออะไร มันนานมากสำหรับเรื่องนี้
“แต่พ่อรักเตนะ...” ติณณภพไม่ตอบคำถามของคนเป็นลูก เขาเปลี่ยนเป็นบอกรักเตชินท์แทน ขณะเดียวกันเสียงร้องไห้ของคนเป็นลูกก็ค่อย ๆ สงบลง หลังจากการลูบศีรษะเบา ๆ ของเขา
ชายหนุ่มไม่อยากให้ลูกชายต้องเจ็บปวดกับปัญหาของเขา จริงอยู่ที่เตชินท์เกิดมาพร้อมกับคำว่าพลั้งพลาดของเขาในตอนที่เรียนอยู่ เขารับผิดชอบอนาคตของชนิตาหลังจากที่เธอต้องออกจากมหา’ลัยเพราะตั้งครรภ์ ชายหนุ่มไม่เคยรักชนิตานั้นเป็นเรื่องจริง ขณะเดียวกันการที่มีเตชินท์เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขา...มันก็เป็นเรื่องน่ายินดี