ภาคินัยกลับถึงคอนโดของตนเองได้ไม่นานก็มีเสียงข้อความไลน์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไลน์ ไลน์ ไลน์
ว่าที่เมียคนสวย : สติกเกอร์โบกมือทักทาย
ว่าที่เมียคนสวย : ถึงคอนโดหรือยังคะพี่ภาค
ว่าที่เมียคนสวย : อ่านแล้วทำไมไม่ตอบเดซี่เลยคะ
ว่าที่เมียคนสวย : เดซี่งอนละนะ
ว่าที่เมียคนสวย : สติกเกอร์หน้าบึ้ง
ว่าที่เมียคนสวย : สติกเกอร์หน้าโกรธ
ชายหนุ่มอ่านข้อความจากว่าที่เมียคนสวยก็เผลอหลุดยิ้มออกมาไม่ได้
คนอะไรช่างตื๊อช่างอ่อยไม่ปิดบังความรู้สึกตัวเองเลยสักนิด
ถ้าหญิงสาวแกล้งแอ๊บใส่เขาอีกหน่อยมันคงทำให้เขาหลงเสน่ห์ได้ไม่ยากแต่ความตรง ๆ แรง ๆ ที่บางครั้งก็ออกแนวร้าย ๆ นี่แหละที่เขาไม่ชอบ
ชายหนุ่มคิดพร้อมกับจ้องมองหน้างอน ๆ ที่หญิงสาวส่งมาให้ ไม่น่าเชื่อว่าหน้าตาสวย ๆ ใส ๆ แบบนี้จะร้ายใช่เล่น
ว่าแล้วภาคินัยก็พิมพ์ข้อความตอบกลับหญิงสาวอย่างอดไม่ได้
ว่าที่สามีคนหล่อ : เพิ่งถึง จะนอน ง่วง?
ว่าที่เมียคนสวย : อ๋อ นอนเถอะค่ะ เดซี่รู้ว่าเมื่อคืนพี่ภาคเหนื่อย
หญิงสาวตอบกลับชายหนุ่มเป็นเชิงล้อเลียน พร้อมกับสติกเกอร์เอามือปิดปาก
ว่าที่สามมีสุดหล่อ : ?
ว่าที่เมียคนสวย : ?
มือหนากดสติกเกอร์มองบนส่งกลับไปให้หญิงสาวที่ส่งสติกเกอร์จูบแก้มแดงกลับมาให้เขา
“แกจะรอดมั้ยเนี่ยไอ้ภาค เฮ้อ ไม่น่าหลงใหลไปกับอารมณ์ชั่ววูบเลยแก”
ภาคินัยได้แต่พูดกับตัวเอง หากตนยับยั้งชั่งใจสักนิด ทุกอย่างคงไม่เกินเลย ชายหนุ่มคิดแต่เรื่องชนิษาจนหลับ ไม่รู้รำคาญหรืออะไรแต่มันเอาออกจากหัวไม่ได้
บริษัท
บริษัทนำเข้ารถหรูของชายหนุ่มถูกก่อตั้งด้วยความชอบส่วนตัวล้วน ๆ เดิมทีเขาต้องดูแลกิจการต่อจากครอบครัวทว่าเมื่อพวกท่านจากโลกนี้ไป เขาก็หันมาสนใจทำธุรกิจที่ตนเองรักแทน
“คุณนุช งานอาทิตย์หน้าเรียบร้อยดีใช่มั้ย”
ผู้บริหารก้มอ่านเอกสารงานโชว์สินค้าที่จะจัดขึ้นที่บริษัทในอาทิตย์หน้าถามเลขาวัยกลางคนขึ้น
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีค่ะคุณภาค” นุชนาถเลขาวัยกลางคนตอบเจ้านายอย่างฉะฉาน หล่อนทำงานมานานตั้งแต่ชายหนุ่มตั้งบริษัทใหม่ ๆ
“ขอบคุณมาก คุณนุชไปทำงานเถอะ เดี๋ยวขอผมอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมอีกสักหน่อย”
เลขาก้มศีรษะเล็กน้อยแล้วเดินออกไปจากห้องทำงานของผู้เป็นเจ้านาย แต่ก็ต้องแปลกใจกับสาวสวยที่มายืนอยู่หน้าห้อง
“มีธุระอะไรรึเปล่าคะคุณ ที่นี่เป็นห้องผู้บริหารไม่อนุญาตให้คนนอกเข้ามานะคะ”
หญิงวัยกลางคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งติดจะเย็นชาเพราะเคยเจอผู้หญิงมาหาเจ้านายหนุ่มออกบ่อย หล่อนนี่แหละที่เป็นคนคอยไล่ตะเพิดกลับไปทุกราย ไม่ว่าจะดารา นางแบบ หรือนักธุรกิจสาว ๆ หลายคนที่ตามตื๊อเจ้านายหนุ่มถึงที่
“พอดีเดซี่มาพบพี่ภาคค่ะ เอ่อ คุณพอจะแจ้งให้หน่อยได้มั้ยคะ”
ยิ้มที่คิดว่าสวยหวานที่สุดถูกไปยังหญิงสาววัยกลางคนอย่างขอความเห็นใจ จนคนเป็นเลขาเริ่มจะใจอ่อนให้กิริยาของคนสวย ส่วนมากเจอแต่พวกวางอำนาจบาตรใหญ่ไม่เคยเจอแบบนี้สักหน แต่ถึงอย่างนั้นเลขาสาวก็ยังไม่คิดไว้ใจ พวกมารยาก็มีเยอะถมเถไป
“เดี๋ยวดิฉันแจ้งให้นะคะ คุณรอสักครู่ค่ะ”
นุชนาถบอกสาวสวยที่รอหน้าห้องก่อนจะกดโทรศัพท์ไปถึงเจ้านายหนุ่ม
“ขอบคุณมากนะคะ” หญิงสาวยิ้มขอบคุณ
“คุณภาคินัยคะ มีคนมาขอพบค่ะ” เลขารายงานเจ้านายหนุ่มโดยที่ไม่บอกว่าใครมาพบ
“ให้เข้ามาได้เลยครับ” ภาคินัยที่เอาแต่นั่งอ่านเอกสารรายงานบอกอนุญาตเลขาอย่างไม่ได้คิดอะไรมากเพราะอาจจะเป็นลูกค้าที่นัดเอาไว้มาพบจึงไม่ได้เอะใจอะไร
เสียงรองเท้าส้นสูงดังขึ้นตามจังหวะของคนเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของชายหนุ่มที่หล่อนเฝ้าคิดถึงมาตลอดทั้งคืน
“ขยันจัง หาเงินมาแต่งเดซี่เหรอคะพี่ภาค”
น้ำเสียงหยอกล้อดังขึ้นทำให้ภาคินัยถึงกับตกใจไม่คิดว่าคนที่เข้ามาหาเขาจะเป็นชนิษา
มาได้ยังไงวะเนี่ย หมดกันสมาธิในการทำงาน
ความรู้สึกรำคาญตามประสาคนรักอิสระร้องขึ้นในใจ
“คุณมาที่นี่ได้ยังไงเดซี่” ร่างใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจ้องหน้าสวยที่ยิ้มให้เขาอยากไม่รู้สึกสะทกสะท้านกับท่าทางไม่ต้อนรับจากเจ้าของห้อง
“ก็เดซี่คิดถึงพี่ภาคก็เลยขับรถมาหา ไม่เห็นจะยากเลยนี่คะ พี่ภาคอยากได้เครื่องดื่มอะไรไหมคะเดซี่ชงให้”
นิ้วชี้เรียวยาวแกว่งพวงกุญแจโชว์เจ้าของห้องทำงานอย่างกวน ๆ เขามองท่าทางนั้นอย่างไม่สบอารมณ์นัก
“ผมไม่ชอบให้ใครมายุ่งเวลาทำงาน คุณก็เป็นนักธุรกิจหวังว่าจะเข้าใจ”
ท่าทางไม่พอใจแสดงออกชัดเจนจนชนิษาเริ่มจะใจไม่ดีรีบเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาเกาะแขนชายหนุ่มเอาไว้
“อย่าเพิ่งโกรธสิคะ เดซี่แค่อยากไปทานข้าวกับพี่ภาคนี่คะ อย่าทำหน้าแบบนี้สิคะ น๊า นะ ไปทานข้าวด้วยกันนะคะ”
สายตาที่ภาคินัยไม่เคยปฏิเสธถูกหญิงสาวงัดออกมาใช้อีกครั้ง
“ผมไม่ว่าง ถ้าจะกินก็ต้องกินในห้องนี่แหละ เดี๋ยวคุณนุชจะสั่งขึ้นมาให้”
มือใหญ่แกะมือหญิงสาวออกจากแขนเบา ๆ แล้วเดินไปสั่งเลขาหน้าห้องให้ซื้อข้าวมาเพิ่มอีกหนึ่งชุด พร้อมกับมานั่งที่เก้าอี้แบบเซ็ง ๆ
“เดซี่กินที่ไหนก็ได้ค่ะ ขอแค่พี่ภาคอยู่ด้วยก็พอ”
ร่างสมส่วนนั่งลงบนตักกว้างอย่างที่ภาคินัยไม่ทันจะได้ตั้งตัวแต่แขนแกร่งก็โอบเอวบางเอาไว้
“นั่งดี ๆ เดี๋ยวหล่นก็หรอก ที่มันไม่มีแล้วใช่มั้ยคุณถึงได้มานั่งตรงนี้”
เขาเอ็ดหล่อนแต่มือก็ยังโอบเอวบางไม่ปล่อย
“ก็ที่อื่นไม่น่านั่งเท่าตรงนี้ไงคะ พี่ภาคขา ถ้าทำงานเสร็จเราไปเดินห้างกันนะคะ เดซี่อยากไปเดินเล่นกับพี่ภาค”
คนตัวเล็กบอกเสียงอ่อน
“ดูก่อนแล้วกันงานเยอะ ถ้ารอไม่ไหวก็กลับไปก่อนได้เลยผมไม่ว่า”
คนฟอร์มเยอะยกเอาข้ออ้างเรื่องงานขึ้นมาบังหน้าทว่าส่วนลึกก็ไม่ติดหากต้องพาคนตัวเล็กไปเดินเล่น
“เดซี่รอได้ค่ะ” หล่อนยิ้มประจบ
หญิงสาวยอมนั่งดูเขาทำงานเงียบ ๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“ได้แล้วค่ะ ขอโทษค่ะที่เข้ามาโดยไม่เคาะ”
เลขาสาวถือจานข้าวสองจานเข้ามาในห้องแต่ก็ต้องรีบก้มหน้าขอโทษเจ้านายเมื่อเห็นว่าทั้งคู่กำลังอยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสม กับคนอื่นอาจจะคิดว่าไม่แปลกที่ผู้หญิงจะนั่งตักผู้ชาย แต่มันไม่ใช่กับคุณภาคินัย
เจ้านายคนนี้ของนุชนาถไม่เคยยอมให้ใครมานั่งตักง่าย ๆ และยิ่งเป็นที่ทำงานยิ่งเป็นไปไม่ได้ ดูแล้วสาวสวยคนนี้คงสำคัญกับเจ้านายไม่น้อย
“อุ๊ย ขอโทษค่ะ มาค่ะเดี๋ยวเดซี่ช่วยถือ”
ร่างสวยรีบลุกจากตักกว้างด้วยความอาย แม้หล่อนจะดูร้าย ๆ แต่ก็ใช่ว่าจะลืมเรื่องมารยาทไปหมดจนไม่รู้กาลเทศะ หล่อนรีบไปช่วยเลขายกอาหารและน้ำมาวางที่โต๊ะ
“ขอบคุณนะคะคุณนุช”
“ไม่เป็นไรค่ะ ตามสบายนะคะ” เลขาสาวยิ้มตอบกลับคนสวยที่มีน้ำใจ นุชนาถเริ่มจะชอบผู้หญิงคนนี้ของเจ้านายขึ้นมาแม้จะดูร้าย ๆ แรง ๆ อาจจะเพราะการแต่งตัวที่ดูเปรี้ยวจี๊ดแต่ก็ดูจริงใจไม่เสแสร้งดีผิดจากที่กลัวคราแรกเจอ