Chapter 1: สาวน้อยที่หน้าประตู
“ว่าไงไอ้พุฒ? มึงจะเอายังไงกับยัยเด็กที่ชื่อแอนนั่น?” เสียงขรึมของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ถามขึ้นมา
เจ้าของเสียงเปลือยกายท่อนบ่น อวดร่างกายแน่นกล้าม เผยให้เห็นรอยสักใบหน้าเสือตรงไหล่ขวาที่ดูน่าเกรงขามและดึงดูดสายตา แต่สิ่งที่น่าดึงดูดสายตามากกว่าลายพยัคฆ์นั้นคือใบหน้าหล่อเหลาที่ต้องแสงอาทิตย์ยามเช้าของเจ้าของเสียง ชายหนุ่มรูปงามอายุอานามย่างเข้า 30 จมูกสูงโด่ง คิ้วคมเข้ม ดวงตามีประกายกร้าวกล้า ริมฝีปากหนาที่ดูเหมือนจะไม่เคยแย้มยิ้มทำให้ใบหน้าของเขาดูมีเสน่ห์อย่างลึกลับ
“แอนไหนล่ะวะไอ้พาฬ? แอนนา? แอนนี่? หรือคนที่ชื่อแอนเฉย ๆ?” เสียงที่ตอบกลับมาไม่เคร่งขรึมเหมือนชายคนแรก มุมปากของคนตอบก็ประดับรอยยิ้มทำให้ใบหน้าอ่อนโยนนุ่มนวลของเขาหล่อละมุนขึ้นอีกหลายเท่า อายุของเขาน้อยกว่าชายหนุ่มคนแรกหนึ่งปี แต่ไม่มีทีท่าว่าจะใช้วาจาสุภาพหรือให้เกียรติคนเป็นพี่เลยสักนิด
“เชี่ย! นี่มึงกับกูเย่อคนชื่อแอนเยอะจนมึงจำไม่หมดหรือไงวะ? ก็มีแอนเดียวที่เกาะไม่ยอมปล่อยเนี่ย ยัยเด็กแอน อรัญ เพื่อนสมัยมัธยมของพีชไง แม่ง... กูเคยบอกแล้วว่าอย่าล่อเพื่อนพีช วันก่อนกูไม่ยอมรับโทรศัพท์ก็ส่งข้อความมาขู่ว่าจะไปฟ้องพีช ผู้หญิงเหี้ยอะไรวะ เกาะเป็นตุ๊กแกเลย มึงไม่โดนบ้างเหรอวะ? หรือว่ามึงเด็ดไม่ถึงใจเด็กมัน?” พาฬบ่นอย่างหัวเสียก่อนจะเดินเข้าตู้เสื้อผ้าวอล์กอินที่กว้างขวางราวกับห้องเล็ก ๆ อีกห้องเพื่อจะเลือกเสื้อเชิ้ตสีดำแขนยาวมาใส่พร้อมเลือกนาฬิกา Bremont Savanna ที่ทำมาจากไทเทเนียมราคาหลายแสนมาสวมที่ข้อมือ
“ฮ่า ๆ ๆ ก็มึงดันโง่ไปอ่านข้อความเด็กมันเอง กูเสร็จกิจกูก็บล็อกสิวะ โทรมาก็ไม่รับรู้ ส่งข้อความมากูก็ไม่เห็น แค่นั้น ง่าย ๆ” พุฒหัวเราะเหมือนเห็นเป็นเรื่องขบขันแล้วตอบพี่ชายของเขาพลางยักไหล่อย่างไม่แยแส
“ไม่ใช่เรื่องตลกนะมึง หัวเราะทำเหี้ยอะไรวะ? เกิดพีชรู้แม่งโวยวายอีก เชี่ย... ไม่น่าเชื่อคำพูดมึงแล้วเอายัยแอนมาขึ้นเตียงเลย แล้วมึงนั่งอยู่ทำไมวะ? ลุกขึ้นมาแต่งตัวได้แล้ว เดี๋ยวพีชรอ” พาฬดุน้องชายแล้วคว้าสูทสีดำมาสวมคลุมทับเสื้อเชิ้ตอีกที
หนุ่มหล่อหน้าตาคมคายคล้ายพวกพระเอกหนังหันซ้ายหันขวามองตัวเองในกระจกจนพอใจก่อนจะหวีผมฉีดสเปรย์เซตเป็นทรงเจินเทิลแมน ดูสุขุมกว่าเดิมอีกหลายเท่าจากนั้นจึงเดินออกมาจากตู้เสื้อผ้าวอล์กอิน
“มึงไปงานรับปริญญาน้องสาวแต่ทำไมเสือกแต่งชุดดำทั้งตัวแบบนี้วะ? เหมือนไปงานศพ” หนุ่มหล่อหน้าละมุนคล้ายดาราเกาหลีที่ชื่อพุฒพูดขึ้น เขายังอยู่ในชุดคลุมเพราะเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เนื้อตัวหอมกลิ่นโคโลญจน์โจมาโลน Myrrh & Tonka จนตลบไปทั่วห้องนอนใหญ่ของพาฬ
“ก็กูชอบแบบนี้ มึงก็รู้ แต่งแบบนี้ทำให้พวกลูกน้องมันกลัวด้วย ขืนแต่งตัวตลกแบบมึงลูกน้องกูไม่เคารพเจ้านายพอดี” พาฬตอบเสียงเรียบ
“มึงเป็นเจ้าของคลับนะโว้ย ไม่ใช่พระสงฆ์ จะถามหาความเคารพกราบไหว้บูชาห่าอะไรจากลูกน้องวะ?” พุฒพูดแล้วเดินเข้าตู้เสื้อผ้าวอล์กอินของพี่ชายจากนั้นจึงเลือกเสื้อผ้าของพี่ออกมาสวม ได้เสื้อเชิ้ตเนื้อดีสีขาวและกางเกงสีน้ำเงินเข้มน่าเบื่อพร้อมเสื้อสูทสีเดียวกันออกมาใส่
อย่างน้อยก็ดีกว่าสีดำทั้งตัวอย่างไอ้พาฬแหละวะ
หนุ่มหล่อผิวขาวผ่องคิดในใจ
พุฒและพาฬเป็นสองพี่น้องที่รักกันมากแม้จะต่างกันคนละขั้ว คนหนึ่งเหมือนน้ำแข็งที่เย็นเฉียบ เย็นจนกัดผิวให้ไหม้ได้เลยทีเดียว อีกคนเหมือนไฟที่มีเปลวเพลิงเต้นสวยงามแต่หากแตะโดนก็ร้อนรนแทบคลั่ง
พวกเขาสองคนแบ่งปันทรัพย์ส่วนตัวให้กันและกันโดยไม่มีหวงแหน กลับดีใจที่ได้ให้อีกฝ่ายได้ใช้ของที่ตนคิดว่าดีด้วยอีกต่างหาก
และนี่คือเหตุผลที่ทำให้พวกเขาต้องหนักใจในวันนี้... หรือจะเรียกว่าเป็นพาฬเพียงคนเดียวที่หนักใจน่าจะถูกกว่า เนื่องมาจากว่าการที่พวกเขาชอบแบ่งปันของให้กันมันเลยเถิดไปถึงใช้ผู้หญิงคนเดียวกันด้วย
“สรุปมึงจะเอายังไงเรื่องแอน?” พาฬยังถามน้องชายคำถามเดิม
“เชี่ย! มึงมันดีผิดกับนิสัยเหี้ย ๆ ของมึงเลยไอ้พาฬ กูบอกแล้วไงว่าไม่ต้องไปสนใจ จะฟ้องพีชก็ฟ้องไป พีชน่ะมันน้องเรานะโว้ย ไม่ใช่แม่เรา! พีชสิวะต้องกลัวเรา ไม่ใช่เรากลัวพีช” พุฒเตือนสติพี่ชาย
“ก็กูไม่อยากให้น้องรู้ว่าพวกเรา... อืม... มีเซ็กซ์สามคนกับเพื่อนน้องนี่หว่า” พาฬพูดความอึดอัดในใจออกมา
น้องของเขาไม่ว่าจะเป็นพุฒหรือพีชเขาก็ล้วนรักใคร่ แต่ด้วยความว่าน้องสาวน่าทะนุถนอมมากกว่าน้องชายมากนัก เขาจึงห่วงใยความรู้สึกของน้องสาวเป็นพิเศษ
“มึงไม่ต้องมาทำตัวเป็นคนดีไอ้พาฬ ยัยพีชน่าจะรู้มาตั้งนานแล้วว่าพวกเราเล่นเซ็กซ์กันทีละสาม ส่วนเรื่องยัยแอน มึงคิดจริง ๆ เหรอว่าพีชไม่รู้ว่ายัยแอนกับพวกเราส่งสายตาแบบไหนให้กัน? มึง... น้องมึงกับน้องกูแม่งเสียสาวตั้งแต่ 16 แล้วมั้ง อย่าบอกกูนะว่ามึงดูไม่ออก?” พุฒถามพี่ชายแล้วหัวเราะน้อย ๆ
เขาแตกต่างจากพาฬมากนัก ความรักที่เขามีให้พีรยาหรือพีช น้องสาวคนเดียวของพวกเขามันมากมายไม่น้อยไปกว่าพี่ชายของเขา เพียงแต่เขาให้อิสระกับน้อง ไม่เคยมีเรื่องใดที่ปิดบังน้อง ดังนั้นเขารู้ดีว่าพีรยาเองไม่ได้ไร้เดียงสาเหมือนที่พาฬคาดหวังให้เธอเป็น และพุฒก็มั่นใจว่าลึก ๆ แล้วพี่ชายของเขาก็ระแคะระคายว่าพีรยานั้นไม่ได้เป็นเด็กซื่อบื้อไม่รู้เรื่องรู้ราวใด ๆ
“ไอ้พุฒ มึงไม่ต้องเสือกทำเป็นรู้ดีสักเรื่องได้ไหม? แม่ง... สรุปเรื่องยัยแอนเดี๋ยวกูจัดการเอง ต่อไปนี้ถ้าหาคนมาขึ้นเตียงไม่เอาคนที่เป็นเพื่อนพีชอีกแล้วนะโว้ย กูเข็ด” หนุ่มหล่อหน้าขรึมสั่งน้องชายเสียงกร้าวก่อนจะเปิดประตูห้องเมื่อเห็นน้องชายแต่งตัวเสร็จแล้ว
สองพี่น้องรูปงาม ร่างสูงใหญ่พากันเดินออกจากห้องนอนเพื่อที่จะมุ่งตรงลงไปยังชั้นล่างของเพนต์เฮาส์หรู เตรียมตัวไปแสดงความยินดีกับน้องรักเนื่องในโอกาสวันรับปริญญา
“ตกลงตามนั้น ต่อไปนี้ใครเป็นเพื่อนยัยพีชพวกเราตัดออกจากบัญชีคู่ขาได้เลย ถือว่าขาดคุณสมบัติ ฮ่า ๆ ๆ” พุฒตอบพี่ชายพลางเดินตามหลังเขาไปแล้วหัวเราะร่า เห็นเป็นเรื่องขบขัน
ติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง!
เสียงกดกริ่งห้องเพนต์เฮาส์ดังขึ้นติดกันไม่มีหยุดทำให้สองหนุ่มรูปหล่อที่เดินลงมาจากชั้นสองหยุดเท้ากึก พาฬหันกลับขึ้นไปมองหน้าพุฒแล้วขมวดคิ้ว
“กดกริ่งรัวขนาดนี้เห็นทีจะเป็นยัยแอนตามมาหาถึงบ้านหรือเปล่าวะ?” พาฬตั้งคำถามกับน้องชาย
“กูเคยบอกมึงแล้วว่าให้บอกนิติไปเลยว่าห้ามปล่อยผู้หญิงขึ้นมาบนเพนต์เฮาส์ มึงมัวแต่กลัวพีชจะมาหา” พุฒบอกพี่ชาย น้ำเสียงและหน้าตาไม่ได้ดูกังวลแม้แต่น้อย
เรื่องสลัดผู้หญิงที่เกาะเป็นปลิง พุฒ พิภากุลถนัดเป็นที่สุด ดังนั้นเขาจึงเดินลงบันไดนำหน้าพี่ชายไปเปิดประตู
“ก็เผื่อพีชอยากมาที่เพนต์เฮาส์ของเรา อีกอย่างถ้าไม่มีคีย์การ์ดจะแตะขึ้นลิฟต์มาถึงนี่ได้ยังไง? หรือว่ายัยแอนแอบขอพีชมา? แม่ง... กูเบื่อจริง ๆ พวกผู้หญิงที่เย่อกันแค่ครั้งเดียวแล้วคิดว่าตัวเองเป็นเมียกูเนี่ย” พาฬบ่นแล้วเดินตามหลังน้องชายไป ในใจไม่อยากทำรุนแรงกับผู้หญิงที่เป็นเพื่อนน้องสาว
แต่ถ้าเสือกตื๊อฉิบหายก็ช่วยไม่ได้นะแอน...
หนุ่มหล่อเข้มคิดในใจแล้วเดินตรงไปที่ประตูก่อนที่พุฒจะเป็นคนกดดูจอมอนิเตอร์ตรงประตูดูก่อนว่าใครเป็นคนกดกริ่ง
พอสองหนุ่มมองจอมอนิเตอร์ก็มีอันต้องขมวดคิ้วแล้วมองหน้ากัน
คนที่ยืนอยู่หน้าประตูเพนต์เฮาส์ของสองหนุ่มเป็นหญิงสาว แต่ไม่ใช่อรัญ
อรัญเป็นเด็กสาวหน้าตาสะสวย ดัดผมหยิกเป็นลอนยาวสลวย รูปร่างสูงสะโอดสะอง เอวคอดกิ่ว น่าจับกระแทก หน้าอกสมกับตัว ไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่เด็กสาวที่กดกริ่งหน้าประตูเพนต์เฮาส์สุดหรูของพวกเขาตัวเท่าลูกหมา ผมยาวตรงถึงกลางหลัง หน้าตาดูพอไปวัดไปวาได้ จะว่าไม่สวยก็ไม่ใช่ ถือว่าน่ารักใช้ได้ เพียงแค่ดวงหน้าที่ดูขุ่นมัวมันทำให้ความน่ารักของเธอลดลงไปนิดหน่อย เธอสวมชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกับพีรยา น้องสาวของพวกเขา แต่ดูท่าทางจะไม่ได้เข้าร่วมรับปริญญาในวันนี้
"เชี่ย! ใครวะ? มึงเมาแล้วไปเย่อใครตอนกูไม่รู้เรื่องหรือเปล่าไอ้พุฒ?” พาฬถามน้องชายทันที
“เฮ้ย! คนนี้ไม่ใช่แน่นอน ไม่ใช่สเปกกู มึงก็รู้ กูไม่ชอบพวกตัวเท่าลูกหมา กูไม่ชอบพวกน่ารักเหมือนเด็กสาวข้างบ้าน กูชอบแบบสวย ๆ เซ็กซ์จัด ๆ มึงนั่นแหละ แอบไปเอาเด็กมาทำเมียแล้วไม่บอกกูหรือเปล่าไอ้พาฬ ร้ายนะมึง เห็นเงียบ ๆ” พุฒรีบปฏิเสธแล้วแซวพี่ชายกลับ
“เหี้ย! เอาเด็กพ่องมึงดิ ตัวกะเปี๊ยกแบบนี้ โดนกูอัดเข้าไปตายคาลำกูพอดี เปิดประตูสิ ถามมันสิว่ามันมาหาใคร” พาฬกล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดแล้วยกนาฬิกาที่ข้อมือขึ้นมาดูเวลา
เขานัดพีรยาไปถ่ายรูปก่อนเข้ารับปริญญาตอน 8 โมงเช้า ตอนนี้ 7 โมงเข้าไปแล้ว รถกรุงเทพฯ ยิ่งติดอยู่ หากออกบ้านช้ากว่านี้มีหวังเขาพลาดถ่ายรูปกับน้องสาวก่อนเธอเข้ารับปริญญาแน่ ๆ
แอ๊ด...
“สวัสดีครับ น้องมาหาใครครับ?” พุฒเป็นคนเอ่ยปากถามทันทีหลังจากเปิดประตูห้องเรียบร้อย
สาวน้อยที่พยายามทำหน้าดุอยู่หน้าประตูกัดริมฝีปากแน่นแล้วตะโกนออกมาทันทีด้วยเสียงอันดังก้องปนสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้
“ไอ้พี่ดิป! ออกมาเดี๋ยวนี้นะ! พวกคุณเอาผัวฉันไปไว้ไหน?! เอาผัวฉันคืนมาเลย!”
พาฬและพุฒหันมาสบตากันเพราะไม่คุ้นชื่อ ‘ไอ้พี่ดิป’ สักเท่าไหร่ พาฬได้แต่ถอนหายใจแล้วนิ่วหน้า
เชี่ย! มาผิดห้องแน่ ๆ... กูว่าแล้ว เด็กสาวใจแตกสมัยนี้แม่งเกาะผู้ชายแน่นเป็นปลิง สงสัยโดนผู้ชายทิ้งถึงต้องวิ่งพล่านตามเป็นหมาดมตามกลิ่นเจ้าของ แม่ง... เป็นยัยพีชน้องกูหน่อยไม่ได้ กูจับตีก้นลายแน่ ๆ ติดลำเอ็นผู้ชายขนาดนี้