วิศวะขังรัก
(Engineer’ nSister)
EPISODE 3
หลังบานประตูปิดลงรามสูรได้แต่ยกมือขึ้นจับข้างแก้มตัวเองอย่างไม่เข้าใจ ไม่ใช่ว่ารัดเกล้าไม่เคยหอมหรือจุ๊บเขา แต่วันนี้การกระทำเดิม ๆ ของคนเป็นน้องสาว มันกลับทำให้เขาไม่สบายตัวเอาเสียเลย
‘อื้อ...อ่าส์...เฮียรามขา’ จู่ ๆ ไอ้เสียงในสายเมื่อตอนค่ำก็แว่วหลอนเข้ามาในหูอีกครั้ง ทำให้ชายหนุ่มต้องรีบลุกไปอาบน้ำไล่อาการร้อนรุ่มที่เริ่มรุมเร้าร่างกายจนรู้สึกไม่สบายตัวขึ้นมา ไม่เข้าใจว่าทำไมวันนี้สมองของเขามันถึงได้จำแต่เสียงร้องครางของรัดเกล้าไม่เลิกสักที
ทว่าตกดึกคืนนั้นดูเหมือนการเข้านอนของรามสูรจะยากเย็นกว่าทุกคืน เขาอาบน้ำก็แล้ว เล่นเกมก็แล้ว แต่ดูเหมือนว่ารสสัมผัสของน้องสาวคนสวยจะยังไม่จางหายไปเสียที ราวกับว่าเรียวปากนุ่มยังคงประทับอยู่บนผิวแก้มไม่ยอมจางหายไปไหน เสียงในสายของเธอยังคงแว่ววนเวียนมาหลอกหลอนเขาทุกครั้งที่หลับตานอน นี่มันบ้ามากจริง ๆ ทำไมเขาถึงเอาแต่คิดถึงเรื่องไม่เป็นเรื่องเหล่านี้อยู่ได้
สุดท้ายชายหนุ่มก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเล่น เมื่อเปิดเข้าไปในอัลบั้มภาพส่วนตัวก็พบว่าในนั้นเต็มไปด้วยภาพของแม่หนูน้อยรัดเกล้าตั้งแต่วัยแบเบาะ กระทั่งวันที่เธอขึ้นมัธยมปลาย รามสูรล้วนเก็บทุกภาพความทรงจำของเธอไว้กับเขาเสมอ กระทั่งคลิปหนึ่งถูกชายหนุ่มกดเล่น
‘เฮียรามขา ชุดนี้น่ารักไหมคะ’ เสียงใส ๆ ของสาวน้อยที่ดูตื่นเต้นกับการลองชุดนักเรียนเอ่ยถามคนเป็นพี่ชายที่เป็นคนถือโทรศัพท์ถ่ายวีดีโอให้
‘น่ารักค่ะ’ ความน่ารักสดใสที่เห็นผ่านเลนส์กล้อง ทำให้เขาตอบแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด
เมื่อย้อนกลับมาดูและเห็นว่าความสวยและน่ารักนี้ที่มักจะอยู่ตรงหน้าเขาเสมอ...ถ้ามันไม่ถูกใครค้นพบก็คงดี
เช้าวันถัดมา...ที่โต๊ะอาหารในเช้านี้ยังคงอบอุ่นไปด้วยคนในครอบครัวสิงหบริรักษ์เช่นเคย รัดเกล้าและรามสูรที่ต่างก็แต่งกายด้วยเครื่องแบบนักเรียนนักศึกษา ต่างพากันลงมานั่งกินอาหารเช้าพร้อมหน้าพร้อมตากับบิดามารดาเหมือนทุกวัน
“หนูเกล้าใกล้สอบรึยัง” พายัพเอ่ยถามลูกสาวคนสวยที่เพิ่งกลืนขนมปังลงคอ
“ใกล้แล้วค่ะ น่าจะอาทิตย์หน้าค่ะ ปะป๊าขาเกล้าเรียนบริหารฯหรือวิศวะดีคะ” สาวน้อยหันไปตอบบิดา พร้อมตั้งคำถาม ทำเอาคนข้าง ๆ ถึงกับหันมองเธอ
“ทำไมหนูต้องเรียนวิศวะด้วยล่ะ”
“ก็เกล้าอยากไปเรียนตึกเดียวกับเฮียรามนี่คะ” เธอว่าเสียงอ้อนพี่ชาย ทำให้ใบข้าวมองลูกสาวแล้วก็ส่ายหน้าออกมาน้อย ๆ คงเป็นเพราะรามสูรช่วยเลี้ยงดูน้องสาวมาตั้งแต่เล็ก ๆ ทำให้รัดเกล้าติดพี่ชายแจ แต่เรื่องนี้เธอกลับไม่เห็นด้วย
“วิศวะเป็นวิชาเรียนผู้ชาย ม๊าไม่เห็นด้วย” คนเป็นมารดาเอ่ยดับฝันลูกสาวเสียงเรียบ ทำให้สาวน้อยหน้าเจื่อน
“ก็ได้ค่ะ เกล้าเรียนบริหารฯก็ได้” สาวน้อยรับคำหงอยๆ เพราะถ้ามารดาเป็นคนเอ่ยปาก ต่อให้เธออ้อนบิดาอย่างไรก็ไม่มีใครเข้าข้างเธอแล้วล่ะ
“ตึกบริหารฯไม่ได้ไกล ยังไงเฮียก็ไปส่งหนูที่ตึกอยู่แล้ว อย่างอแงน่า” รามสูรเอ่ยปลอบใจน้องสาว แล้วเลื่อนแก้วนมมาให้เธอดื่ม
“ปีหน้ายัยหนูก็ปี1แล้ว ทั้งเฮียทั้งตารามก็เพลา ๆ เรื่องโอ๋ยัยหนูบ้างก็ดี” เห็นลูกชายเอาแต่ให้ท้ายคนเป็นน้องสาว ใบข้าวจึงอดเอ่ยเตือนไม่ได้ เธอกลัวว่าการตามใจของคนเป็นพ่อและพี่ชายจะทำให้รัดเกล้ามองโลกภายนอกเป็นสีเดียว ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ คงไม่เป็นผลดีกับรัดเกล้าแน่
จากนี้โลกของลูกสาวเธอจะกว้างขึ้น เจอกับผู้คนมากขึ้น ซึ่งเธอต้องเรียนรู้ที่จะดูผู้คนให้ลึกซึ้งมากขึ้นเช่นกัน เพราะพายัพและรามสูรไม่สามารถคอยตามเป็นเกราะปกป้องเธอทุกฝีก้าวได้หรอก
“ม๊าครับ แต่หนูเกล้ายัง...” รามสูรที่จะเอ่ยทัดทานมารดาได้แต่เงียบไปแค่นั้น เมื่อเห็นว่าดวงตาคู่สวยของมารดาจ้องเขม็งกลับมา
“ทำอย่างที่ม๊าพูด” นั่นคือคำยืนยันถึงเจตานารมย์ ทำให้รามสูรไม่สามารถเอ่ยอะไรได้อีก เพราะตั้งแต่จำความได้รามสูรก็เชื่อฟังคำสั่งสอนของมารดาเสมอ สิ่งที่มารดาเอ่ยเขาจึงไม่เคยขัด