ความสัมพันธ์ในความลับยังคงถูกปกปิดเอาไว้ต่อไป เนื่องจากขมิ้นยังไม่พร้อมที่จะบอกทุกคน แต่คีตะกลับพยายามคะยั้นคะยอให้เธอตกลง แต่ก็ถูกปฏิเสธทุกครั้ง
“ทำไมถึงไม่ยอมให้บอกเรื่องนี้กับทุกคนล่ะ”
“ก็หนูยังไม่พร้อม”
“แล้วเมื่อไหร่ล่ะ ไม่กลัวฉันโดนจับคู่หรือยังไง” คีตะพยายามคาดคั้น เขาไม่อยากปิดเรื่องนี้เอาไว้แบบนี้อีกต่อไปแล้ว
“ก็...”
“วันนี้หลังเลิกงานกลับบ้านพร้อมกันไหม”
“ก็ได้ค่ะ” เมื่อได้ลองไตร่ตรองดูแล้ว ก็เห็นด้วยกับสิ่งที่เขาพูด ตอนนี้คีตะก็อายุเข้าปีที่สามสิบสองแล้ว
คีตะอารมณ์ดีตั้งแต่เช้า สร้างความประหลาดใจให้กับเลขาคนสนิทและทุกคนที่ได้ทำงานร่วมกับเขาในวันนี้ไม่น้อย
“คุณคีตะครับ”
“อะไร”
“ทำไมวันนี้อารมณ์ดีจังเลยครับ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มาตั้งแต่เช้าแล้ว” เลขาหนุ่มอย่าง น่านน้ำ ที่ทำงานอยู่กับเขามานานถึงสี่ปีก็ไม่เคยเห็นเจ้านายของตัวเองมีอาการแบบนี้มาก่อน
“ไม่มีอะไรหรอก วันนี้ช่วยสั่งอาหารจากร้านประจำไปส่งที่บ้านของฉันด้วยนะ”
“ครับคุณคีตะ” เลขาหนุ่มรับคำสั่ง ก่อนที่คีตะจะรีบเตรียมตัวไปประชุมช่วงบ่ายนี้กับลูกค้าที่เดินทางมาจากต่างประเทศ
“ขมิ้นๆ ยัยขมิ้น!”
“ หะ ห้ะ ตะโกนทำไมเนี่ย” ขมิ้นสะดุ้งโหยงพลางยกมือทาบที่หน้าอกข้างซ้ายด้วยความตกใจ
“ฉันเรียกเธอตั้งหลายรอบแล้ว แต่เธอก็เอาแต่เหม่อ”
“เหรอ? ขอโทษที”
“เป็นอะไรไป” วันใหม่ถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่มีอะไรหรอก”
“ยัยเจ๊หัวหน้าจะมาแล้ว เดี๋ยวก็โดนวีนหรอก”
“โอเคๆ” ถึงแม้ขมิ้นจะทำงานในบริษัทของคีตะ แต่ก็ไม่มีใครรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับครอบครัวเจ้าของบริษัท เพราะเธออยากใช้ชีวิตแบบพนักงานทั่วไป
ซึ่งก็มีข้อดีคือการได้เห็นนิสัยใจคอที่แท้จริงของใครหลายๆ คน อย่างเช่น... ‘เจ๊หัวหน้าแผนกบัญชี’
“นี่! ตั้งใจทำงาน อย่ามัวนั่งทำตัวสวยแต่ไม่มีสมอง ไม่อย่างนั้นฉันจะเขียนรายงานให้กับฝ่ายบุคคล” คำขู่ที่ได้ยินจนชินหูไปแล้ว แต่ก็ทำให้ทุกคนกลัวจนหัวหด ยกเว้นเพียงเธอที่รู้สึกเฉยๆ
ถ้าพูดตามตรงก็คือ ยัยเจ๊หัวหน้านี่แค่ใช้อำนาจเพื่อข่มเหงและทำให้ทุกคนกลัว เพราะทุกคนที่นี่ต่างก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ทุกคน ไม่มีใครมานั่งทำตัวสวยแต่ไม่มีสมองอย่างที่ยัยเจ๊ว่าสักคน
คอยดูเถอะ ถ้าฟางเส้นสุดท้ายของเธอขาดเมื่อไหร่ จะเอายัยเจ๊นี่ให้จมดินเลย!
“ขมิ้น เธอก็อีกคน แหม~ แต่งหน้าแต่งตัวสวยมาทำงานแต่เช้า มาทำงานหรือมาหา ‘ผัว’ กันแน่”
“ก็ต้องมาทำงานสิคะ ‘ผัว’ น่ะมีแล้วค่ะ” นึกว่าวันนี้จะไม่ต้องฟังยัยเจ๊พูดถึง สุดท้ายก็ไม่พ้นสินะ
“ว้ายยย หน้าไม่อาย เพิ่งเรียนจบมาได้ไม่กี่เดือน กล้าประกาศว่ามีผัวแล้ว” ดุจดาราทำท่าทีรับไม่ได้พลางต่อว่าให้พนักงานเพราะถือว่าตนเหนือกว่า
“ก็คุณหัวหน้าถาม ขมิ้นก็ตอบความจริงไงคะ”
“หึ เด็กสมัยนี้ไวไฟกันจริงๆ อยากจะรู้นักว่าจะคบกันได้นานสักเท่าไหร่เชียว”
“ขอบคุณคุณหัวหน้าที่ให้ความสนใจเรื่องส่วนตัวของขมิ้น แม้ขมิ้นจะไม่ได้ขอนะคะ” คำตอกกลับแบบนิ่มๆ ฉบับของขมิ้นทำให้ทุกคนที่นั่งทำงานอยู่ด้วยอดไม่ได้ที่จะหลุดยิ้มหัวเราะออกมาเบาๆ
“แกด่าว่าฉันเสือกเหรอ”
“เปล่านะคะ ขมิ้นไม่ได้พูดเลย ขมิ้นแค่ขอบคุณเท่านั้นเองค่ะ” ดุจดาราก็ใช่ว่าจะไม่รู้ตัวเสียเมื่อไหร่ ว่าตนกำลังโดนพนักงานใหม่ก้าวก่าย
“คอยดูนะ ฉันจะเขียนรายงานเธอส่งฝ่ายบุคคล”
“เชิญเลยค่ะ ขมิ้นไม่ติด แล้วแต่คุณหัวหน้าเลยค่ะ” ดุจดาราเดินกลับไปที่ห้องทำงานด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
ขณะเดียวกันเพื่อนร่วมงานทุกคนก็หันมาส่งยิ้มให้เธอ พลางยกนิ้วโป้งให้แทนคำชม
“อะ อ้าว คุณคีตะ มายืนทำอะไรตรงนี้คะ” รองหัวหน้าแผนกบัญชีที่เพิ่งจะเดินกลับมาจากห้องประชุม เมื่อมาเห็นรองประธานหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าประตูแผนกบัญชีก็เอ่ยถามขึ้น
“หา! คุณคีตะมาเหรอ” วันใหม่ตกใจเมื่อได้ยินแบบนั้น พลางหันมามองเพื่อนร่วมงานอย่างห่วงๆ ไม่แน่รองประธานหนุ่มอาจจะได้ยินบทสนทนาก่อนหน้านี้ก็ได้
“ยัยขมิ้น แกจะไม่เป็นไรใช่ไหม”
“บ้าน่ะ เรื่องแค่นี้เอง คนที่สมควรโดนน่าจะเป็นยัยเจ๊หัวหน้ามากกว่า”
“หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ” วันใหม่ไม่ค่อยจะสบายใจนัก ส่วนขมิ้นที่รู้ดีว่ายังไงตัวเองก็ไม่โดนเพราะเธอไม่ใช่ฝ่ายผิด
“พอดีแวะมาดูความเรียบร้อยตามแผนกเฉยๆ ครับ”
“อ๋อ ค่ะ ไม่ทราบว่าจะเข้าไปด้านในไหมคะ”
“ไม่ล่ะครับ พอดีมีธุระต่อ”
“ค่ะ”
คีตะรีบขอตัวออกมา ป่านนี้ขมิ้นคงจะรู้ตัวแล้วว่าเขามาแอบมองเธอแต่ดันเจอกับฉากเด็ดพอดี
หากเป็นเมื่อสี่ปีที่แล้ว เด็กอย่างขมิ้นจะต้องต่อล้อต่อเถียงไม่ยอมหยุด แต่ตอนนี้เธอโตขึ้นแล้วจึงใช้สมองมากกว่าอารมณ์ ตอกกลับได้แบบเจ็บแสบและไม่เปลืองแรงเลยสักนิด
“ยัยตัวแสบ” นึกแล้วก็มันเขี้ยว อยากจะเข้าไปกอดให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะไม่อย่างนั้นโดนขมิ้นโกรธไปอีกนานแน่ๆ
ทุกคนในครอบครัวรวมตัวกันที่บ้านอย่างกะทันหัน หลังจากที่เมื่อเช้าคีตะโทรนัดทุกคนให้มาทานอาหารเย็นด้วยกันที่บ้าน เพราะมีเรื่องสำคัญ
“สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่” คะนิ้งเพิ่งจะออกมาจากโรงพยาบาลด้วยสภาพที่ไม่ค่อยจะเรียบร้อยสักเท่าไร
“พี่คีรินมาหรือยังคะ”
“มาแล้ว แต่ขึ้นไปบนห้อง” อรดาตอบ
“แล้วพี่คีตะมีเรื่องอะไรคะ ทำไมถึงได้โทรนัดทุกคนมารวมกัน”
“พ่อกับแม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เห็นว่าโทรนัดขมิ้นมาด้วยนะ”
“หวังว่า... คงไม่ใช่เรื่องที่เรากำลังสงสัยใช่ไหมคะ”
“ก็ไม่แน่” วสันต์เองก็คิดแบบเดียวคะนิ้ง
“ขมิ้นมาแล้วนั่นไง”
“สวัสดีค่ะ”
“ขมิ้นรู้ไหมว่าพี่คีตะมีเรื่องอะไร”
“ขมิ้นไม่รู้หรอกค่ะ รอฟังจากเขาเถอะค่ะ” เธอจำเป็นต้องทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้จนกว่าคีตะจะมาถึงและพูดเรื่องนี้ด้วยตัวเอง
“ถ้างั้นไปนั่งคุยกันก่อนเถอะ”
“ดีเลยค่ะ” อรดารีบชวนสามีและลูกๆ ไปนั่งพูดคุยกันระหว่างรอคีตะมาถึง