สาวน้อยเดินถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ ตอนนี้หล่อนอยู่ที่โรม
โรมมีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 2,800 ปี ตั้งอยู่บนเนินเขาทั้งเจ็ดริมฝั่งแม่น้ำไทเบอร์ตอนกลางของประเทศ โดยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรในอดีตมากมาย เช่นอาณาจักรโรมัน ที่คนทั้งหลายต่างพากันยอมรับในอารยธรรม
โรมเคยเป็นเมืองที่มีบทบาทมากที่สุดของอารยธรรมตะวันตก และในอดีตได้เป็นอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันได้เป็นเมืองหลวงของประเทศอิตาลี มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลายแห่งที่น่าสนใจ (อ้างอิง:วิกิพีเดียกรุงโรม)
“สวยจัง อยากอยู่เที่ยวนาน ๆ จังเลย” สาวสวยพูดกับตัวเองเบา ๆ ไม่รู้อะไรทำให้หล่อนหลงใหลเมืองนี้ ยิ่งมาเจอยิ่งมาเห็นก็ยิ่งชอบมากขึ้นเรื่อย ๆ
หญิงสาวไม่รู้ตัวเลยว่าอีกไม่นานเมืองนี้จะไม่ได้สร้างแค่ความสุขให้กับหล่อนเพียงอย่างเดียว
ภายในโกดังร้างที่มีเหล่าบอดี้การ์ดหน้าเข้มยืนกันอยู่ทั่วทั้งโกดังบ้างกำลังเดินตรวจตรารอบ ๆ แข่งกับเสียงดังโหยหวนจากด้านในของโกดัง ที่เจ้านายหนุ่มคารอส มาเฟียผู้โหดเหี้ยมแห่งกรุงโรม กำลังพิพากษาและรีดเอาความลับจากหนอนบ่อนไส้ที่แฝงตัวเข้ามาหาข้อมูลภายในกาสิโนไปบอกยังคู่อริฝั่งตรงข้าม
“อ๊ากกกก !!” เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดจากการถูกชกต่อยและเอาน้ำเกลือมาสาดไปทั่วร่าง
“ใครส่งมึงมา” น้ำเสียงเย็นชาเปล่งออกมาถามเชลยที่ถูกมัดไว้ตัดกับเก้าอี้ ที่ตอนนี้สภาพสะบักสะบอมไม่เหลือชิ้นดี
“ถุ้ย ต่อให้กูตายกูก็ไม่บอก” น้ำลายจากปากร่างสะบักสะบอมถูกถุยมาใส่ชายหนุ่มที่เพิ่งถามคำถาม
ชายหนุ่มยกมือขึ้นหยิบกระดาษมาเช็ดน้ำลายที่ติดหัวไหล่เพียงเล็กน้อย
“แป๊ะ ๆ ๆ ๆ ดี กูชอบลูกหมาที่ซื่อสัตย์แบบมึงจริง ๆ”
เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกับน้ำเสียงที่แสนดุดันเปล่งออกมา
‘กรี๊ดดดดด ปล่อยนะ ๆ อย่าทำอะไรฉันเลย ฮือ ๆ ๆ ๆ’
ภาพหญิงสาวถูกชายร่างใหญ่มัดไว้กรีดร้องอย่างหวาดกลัวถูกฉายขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์หรู
“มิเชล อย่าทำอะไรเธอ ปล่อยเธอไป ถ้าจะทำมาทำที่กูคนเดียว” ชายสภาพปางตายเริ่มเอ่ยวิงวอนต่อคนตรงหน้า
“ทำมึงมันจะไปสนุกอะไรละ บอกมาดีกว่าว่าใครส่งมึงมา”
เสียงเหี้ยมบอกเนิบ ๆ อย่างเย็นชา พร้อมกับยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอีกครั้ง
‘กรี๊ด ๆ ๆ ปล่อย ๆ ๆ อร๊ายยย ออกไป ๆ’ หญิงสาวกรีดร้องเมื่อผู้ชายที่ยืนล้อมอยู่เริ่มกระชากเสื้อยืดบนตัวหญิงสาวออก ชายที่นั่งอยู่เก้าอี้พยายามดิ้นเมื่อเห็นภาพของภรรยาถูกผู้ชายหลายคนกำลังรุมทึ้งเสื้อผ้าออก
“ตัดสินใจช้า เมียของมึงต้องมีผัวทีเดียวสิบคนเลยนะ และกูก็ไม่ว่างมารอมึงนาน ไอ้พวกนั้นก็เหมือนกัน”
มาเฟียแห่งกรุงโรมเอ่ยพร้อมกับยิ้มเหี้ยมให้คนบนเก้าอี้ คนชั่วก็ต้องเจอคนชั่วมันถึงจะสมน้ำสมเนื้อ
“กูยอม ปล่อยมิเชล กูขอร้อง”
“พูดง่าย ๆ แบบนี้ก็คงไม่มีปัญหา ใครส่งมึงมา” คารอสเค้นถามอีกฝ่าย
“ฉันไม่รู้ว่าใครจ้าง รู้อย่างเดียวคือต้องการข้อมูลธุรกิจ และสร้างความเสียหายให้ที่นี่มากที่สุด” ร่างอ่อนแรงพูดตามที่ตนได้รับรู้มา
“กูจะพยายามเชื่อที่มึงเล่า แล้วใครเป็นสายอีก”
“มีพนักงานเสิร์ฟ 2 คน แล้วก็ นักร้องเอเชียที่เพิ่งลาออกไปอีกคน ส่วนคนอื่นกูไม่รู้” ข้อมูลที่ได้นับว่ามากพอให้มาเฟียหนุ่มไปสืบหาต่อเองได้
“ขอบคุณสำหรับข้อมูล” สีหน้าเหี้ยมกระตุกยิ้ม
ปัง!
กระสุนปืนฝังบนกลางหน้าผากอย่างแม่นยำ ร่างชายไร้วิญญาณตาเหลือกมองมาทางชายหนุ่มที่เป็นคนยิง ก่อนจะวางปืนแล้วหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดมือที่เปื้อนเลือด และใบหน้าคมคายออก
“จัดการด้วยมาโค แล้วตามจับพวกที่เหลือมาด้วย ขอวันนี้!” เสียงเย็นชาสั่งลูกน้องคนสนิท
“ครับเจ้านาย” ชายชุดดำก้มศีรษะรับคำสั่งจากเจ้านายเล็กน้อย
“ออ พวกที่เหลือจับมันแยกขังไว้ เดี๋ยวกูจะมาจัดการเอง”
คารอสหันมาสั่งลูกน้องอีกรอบก่อนจะเดินขึ้นไปบนรถ มาเฟียแบบเขาไม่เคยปล่อยให้คนทรยศรอดไปได้สักคนยิ่งพวกหนอนบ่อนไส้ เขายิ่งไม่มีทางละเว้น
ผู้ชายโทษของพวกมันคือตายด้วยวิธีที่แสนจะทรมาน ส่วนผู้หญิงจะถูกส่งไปขังในห้องมืดรวมกันแล้วส่งลอยออกไปกลางทะเลที่กว้างใหญ่ หรือถ้าสร้างความเสียหายมากเขาก็ไม่เก็บไว้ไม่ว่าจะเพศอะไร
เพราะแบบนี้เขาถึงได้ฉายามาเฟียแห่งกรุงโรม ด้วยหน้าตาที่คมคายหล่อเหลาแต่ความโหดเหี้ยมตัดกับหน้าตานั้นอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะตาสีท้องทะเลที่หากได้จ้องศัตรูคนนั้น ก็แทบอยากฆ่าตัวเองตายก่อน เพราะนั่นเป็นสัญญาณแห่งความทรมานที่ไม่มีทางสิ้นสุด…