เสียงร้องครางอย่างสุขสมได้เล็ดลอดออกมาจากเตียงหนานุ่ม ทำให้ขันทีน้อยถึงกับหน้าดำหน้าแดง เขาพยายามปิดหูไม่ให้ได้ยินเสียงนั้นแต่ก็มิสามารถทำได้ เพราะเสียงนั้นช่างดังกังวานในโสตประสาทและทะลวงเข้าภายในจิตของเขายิ่ง เขาไม่อยากจะนึกถึงภาพของสตรีที่เขามักจะฟาดฟันฝีปากด้วยว่าเวลานี้นางจะอยู่ในท่าไหน จะสุขสมกับสิ่งที่เขาจัดหาให้นางตามคำเรียกร้องหรือไม่
" อ๊ะ! อืม! ... ตรงนั้นแหละ แรงๆ หน่อย เค้นหนักๆ อืม.. ดีจัง " ปิ่นหยกหลับตาพริ้มเมื่อถูกมือบางขย้ำเรือนร่างของตัวเธอ
" ลงหน่อย ใช่ๆ อ๊า! " เสียงของปิ่นหยกผ่านออกมาจากม่านหลายต่อหลายชั้น เพื่อปิดบังเรือนร่าง ด้วยสตรีสองนางกำลังบีบนวดเธออย่างแข็งขัน
" องค์ชายพะยะค่ะ นี่มันไม่มากไปหรือพะยะค่ะ " ขันทีเอ่ยถาม แต่สายตาชะม้ายชายตาแลไปยังสตรีที่นอนเอกเขนกอย่างสุขสม พร้อมเสียงครวญครางบาดหูเขา หลังม่านปิด
" ก็ไม่นี่ ข้าว่าข้าน่าจะลองทำตามนางดูบ้างคงจะดี " เขาตอบอย่างไม่ยี่หร่ะต่อเสียงด้านในม่าน และขันทีคู่ใจ
" แต่.. "
" นางปวดเมื่อยมาร่วมอาทิตย์ ก็ต้องหาคนนวดให้นางเป็นธรรมดา อีกอย่างที่นี่มิใช่ในวัง เจ้าจะกลัวไปไย "
" นางเป็นเพียงสตรีธรรมดา หามีตระกูลใหญ่คุ้มครองไม่นะพะยะค่ะ " หวังเฟิงกล่าวเสริม
" แล้วเจ้าอยู่กับข้าตั้งนาน เคยเห็นสตรีสูงศักดิ์หรือบุตรีของตระกูลใหญ่ สนทนากับข้าหรือไม่ " หวงเจียวหลุนหยุดสายตาจากสมุดบัญชีของร้านแพรพรรณ เงยหน้าสบตาขันทีของตน
" เอ่อ.. "
" นางช่วยข้าตั้งแต่ย่ำรุ่ง ฝึกฝนการออกท่าทางเพื่อเปลี่ยนตนเองจรดค่ำ นางทำเช่นนี้มาร่วมอาทิตย์ เจ้ายังใจจืดใจดำกับนางอีกหรือ? "
" กระหม่อม... " เขาอยากทักท้วง หาใช่เขาจะไม่เห็นใจนาง แต่สิ่งที่ทำย่อมมิควร อีกทั้งเขาเกรงว่าจะไม่สามารถปิดปากเหล่าสตรีที่เขาให้คนจัดหามาบีบนวดได้ นางเสียชื่อย่อมมิเป็นไร แต่เชื้อพระวงศ์เช่นองค์ชายเก้าจะแปดเปื้อนมิได้
" พอเถิด ข้าจะนวดบ้าง เจ้าออกไปจัดการเถิด " หวงเจียวหลุนเอ่ย พร้อมโบกมือไล่หวังเฟิงออกจากห้อง หวังเฟิงโค้งคำนับ แล้วหมุนกายออกไปเรียกสตรีอายุเลยวัยออกเรือนมาบีบนวดให้กับหวงเจียวหลุน และหวังเฟิงก็ไปยืนนอกห้องเพื่อรอการปรนนิบัติ หากผู้เป็นนายเรียกใช้
หวงเจียวหลุนนั่งอยู่ที่โต๊ะทรงพระงานเช่นเดิม จวบจนมีเหล่าสตรีสองนางเดินเข้ามา และย่อกายคารวะ เมื่อได้รับอนุญาตจากองค์ชายเก้าแล้ว เหล่าสตรีก็ตรงไปบีบนวดเพื่อให้องค์ชายสบายพระวรกาย
แทนที่เขาจะนอนบนเตียงนุ่มเฉกเช่นปิ่นหยก เขาเพียงนั่งที่เก้าอี้ปิดเปลือกตา และให้สตรีเข้ามาบีบนวดที่บ่าและแขนเท่านั้น จนกระทั่งปิ่นหยกเดินออกมาจากหลังม่าน
" นี่ เจียวหลุนท่านทำอะไรน่ะ " เขาลืมตาขึ้นมองตามร่างเจ้าของเสียง ส่วนสตรีที่บีบนวดต่างมองหน้ากันด้วยความตื่นตระหนก นางเป็นใคร บังอาจเรียกพระนามจริงขององค์ชายเก้า
" ข้าก็ให้พวกนางบีบนวดตามที่เจ้าบอกอย่างไรเล่า จะได้คลายกล้ามเนื้อ มิใช่หรือ? " เขาสงสัยเพราะนางมิใช่หรือที่บอกว่าต้องนวดคลายกล้ามเนื้อ เพื่อลดอาการปวดเมื่อย
" ก็ใช่ แต่ไม่ใช่ให้ท่านมานั่งอย่างนี้ ลุกขึ้นไปนอนที่เตียง! " เขามองหน้านางอย่างสงสัย
" บอกให้ลุก แล้วไปนอนให้พวกนางนวด นั่งอย่างนี้จะหายปวดหรือ? "
" อ๋อ! เช่นนี้นี่เอง เจ้าไปนั่งข้างๆ คอยบอกวิธีกับนางด้วยก็แล้วกัน " เขาลุกแล้วสั่งนาง โดยมิยอมให้ปิ่นหยกเอ่ยทักท้วง ส่วนปิ่นหยกทำหน้าสงสัย แต่ก็ขี้เกียจเถียงจึงเดินตามและบอกว่าต้องนวดตรงไหนบ้าง
สตรีที่นวดผ่อนคลายให้กับองค์ชายเก้า หวงเจียวหลุนจากไปแล้ว เขาจึงพาปิ่นหยกออกจากร้านเครื่องแพรพรรณ เพื่อเที่ยวชมเมือง สักพักหาของติดมือสำหรับปิ่นหยกให้กินเล่นและจากนั้นเขาก็พานางไปร้านเครื่องประดับ
เธอเดินดูสิ่งของไปเรื่อยๆ อย่างเพลินใจ เพราะอย่างไรสตรีย่อมชอบของสวยงาม ขณะที่เธอเดินดูสินค้า หวงเจียวหลุนก็เดินมาทางด้านหลังและพูดเสียงเบา หวังให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน
" ชอบชิ้นไหนหรือไม่? "
" อุ๊ยแม่! " เธอหันมาและใช้ฝ่ามือทาบอก " ตกใจหมดเลย มาเงียบๆ นึกว่าเจอผีตอนกลางวัน "
" ข้าขอโทษ " เขาพูดด้วยท่าทีสลด
" ไม่ได้โกรธ แค่ตกใจ " ปิ่นหยกเห็นเขาสลด " หิวแล้ว หาอะไรกระแทกปากอร่อยๆ กันเถอะ "
" ปิ่นเอ๋อร์หิวหรือ? "
" หิวสิ "
" แล้วข้ากินได้หรือไม่? " เขาถามเพราะกลัวว่าความพยายามที่เขากับนางทำร่วมกันมาเป็นอาทิตย์จะสูญเปล่า
" ได้สิ! แต่ห้ามมาก " เธอเดินนำออกไป พอจะถึงหน้าร้านก็รอให้เขาเดินนำออกไปโรงเตี๊ยมที่ขึ้นชื่ออีกครั้ง จังหวะที่สองขาของหวงเจียวหลุนข้ามพ้นธรณีประตู และมีปิ่นหยกเดินตามมา ก็มีเสียงบุรุษผู้หนึ่งเอ่ยเรียก
" เสด็จพี่เก้า! " หวงเจียวหลุนหันไปตามเสียงแล้วเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
" น้องสิบสาม เจ้ากลับมาแล้วหรือ? "
" ใช่แล้วพะยะค่ะ " เขาเอ่ยตอบหวงเจียวหลุน
" เอ่อ.. เสด็จพี่ดูผอมลงนะพะยะค่ะ "
" จริงหรือ? " คำพูดขององค์ชายสิบสามทำให้หวงเจียวหลุน ถึงกับใจชื้น
" จริงพะยะค่ะ ครั้งนี้มิโกหก " เขาเอ่ยตอบ แล้วสายตาก็ไปสะดุดกับสตรีที่ยืนอยู่ด้านหลังผู้มีศักดิ์เป็นพี่ชาย
" เอ่อ.. สตรีด้านหลังเสด็จพี่คือผู้ใด? ข้ามิเคยเห็นหน้า " หวงเจียวหลุนหันไปมองปิ่นหยก เห็นนางยิ้มตอบบุรุษผู้เป็นน้องชาย
" เอ่อ..นางมีนามว่า ปิ่นหยก เป็นสหายของข้าเอง " ปิ่นหยกย่อกายคารวะ และส่งยิ้มน้อยๆ ให้
" สหาย? นางมาจากต่างแคว้นหรือพะยะค่ะ? "
" จะว่าอย่างนั้นก็ได้ " เขาตอบคำ และหันไปหาปิ่นหยก
" แม่นางปิ่น นี่คือองค์ชายสิบสาม นาม หวงเซวียนฟู่ "
" แม่นางปิ่น "
" คารวะองค์ชายสิบสามอีกครั้งเจ้าค่ะ ข้าน้อยนามว่าปิ่นหยกเจ้าค่ะ " เขาพยักหน้ารับ และหันมาสนทนากับหวงเจียวหลุนอีกครั้ง
" แล้วนี่เสด็จพี่เก้าจะไปไหนล่ะ "
" ข้ากับแม่นางปิ่น จะไปหาอะไรกินที่โรงเตี๊ยมหลงเยวี่ยสักหน่อย "
" ดีเลย ข้าก็กำลังหิวพอดี "
" เช่นนั้นก็ไปด้วยกันเถิด " หวงเจียวหลุนเดินนำไปพร้อมกับหวงเซวียนฟู่ โดยมีปิ่นหยกเดินตามไป ภายในใจของปิ่นหยกนึกชมบุรุษนามหวงเซวียนฟู่ หน้าตาหล่อเหลาดี หากอยู่ในยุคของตนคงมีแมวมองทาบทามไปเป็นดาราแน่ๆ