“เจิ้งเหมย ชายาเรียกเจ้า”
ย่าหนานทำสีหน้ากังวล เจิ้งเหมยยิ้ม
เดินมายังห้องพักที่เป็นทั้งที่อยู่ที่กิน
“มาแล้วหรือเจิ้งเหมย”
เจิ้งเหมย เดินเข้าไปย่อกามยต่อหน้าพระชายาที่นอนอยู่บนแท่นนอน เหมือนกำลังป่วย ยื่นขวดยาสมานแผลที่คังซื่อฮั่นมอบให้ตรงหน้าเจิ้งเหมย
“ข้าลืมเลือนเสียสนิท องครักษ์คังให้ข้านำมันมามอบให้เจ้า ในคราวนั้น”
เจิ้งเหมยรับมากำไว้ในมือ
“เจิ้งเหมยซาบซึ้งใจยิ่งนัก ในน้ำใจของทุกคนที่นี่”
พระชายายิ้มอ่อนหวานเหมือนจะไม่เคยโกรธใคร
“เรื่องที่เจ้าถูกโบยถ้าหากจะโกรธใครสักคนขอให้เป็นข้าเถิด ท่านอ๋องเป็นคนที่ดุดันในแบบฉบับของแม่ทัพ ทุกอย่างในจวนล้วนมีกฏเกณฑ์ เพียงแค่เจ้าไม่ทำผิดข้าก็พอจะออกรับแทนได้ ครั้งนั้นหากไม่สั่งโบยเจ้าเสียก่อนเกรงว่าแม้แต่ชีวิตก็อาจจะรักษาไว้ไม่ได้”
“เจิ้งเหมยจะจำคำสอนของพระชายา ต่อแต่นี้เจิ้งเหมยจะไม่ทำให้พระชายาลำบากใจ ”
“หลายอย่างในจวนเจ้ายังต้องปรับตัวอีกมาก มีสิ่งใดที่ไม่สบายใจข้ายินดีรับฟังเสมอ คิดเสียว่าข้าเป็นดั่งพี่สาว เจ้าเองก็ใช่จะต่ำต้อยเป็นถึงบุตรตรีของใต้เท้าเจิ้ง จะให้อยู่อย่างสาวใช้เลยทีเดียวก็คงจะไม่เหมาะ”พูดเสียยืดยาว
ออกจากห้องของชายาตามทางเดินทอดยาวสู่ห้องพักแทนที่จะเดินผ่านห้องท่านอ๋องผู้นั้น เจิ้งเหมยเลือกที่จะเดินอ้อมไปอีกทาง สวนร่มรื่นจนน่านั่งทอดอาลัย เสียงน้ำในลำธารเล็กไหลรินไอร้อนลอยวนอยู่ด้านบน เจิ้งเหมยเดินตามธารน้ำอุ่นไหลลัดเลาะ ดอกไม่นานาพันธ์สวยงามเหมือนดั่งสวนสวรรค์ จวนอ๋องเนรมิตรสิ่งสวยงามเหล่านี้ไว้ภายในเหมือนกับการย่อขนาดวังหลวงมาไว้ที่นี่ น่าแปลกที่นี่ไร้ซึ่งสรรพเสียงมีแต่เพียงเสียงน้ำไหลผ่อนคลายอารมณ์ บ่อน้ำร้อนที่มีควันลอยอ้อยอิ่งอยู่ด้านบน เจิ้งเหมยจุ่มมือบางซีดขาวลงในน้ำอุ่นให้ความรู้สึกอุ่นสบายนั่งลงห้อยขาย่อนเท้าลงไปแช่น้ำอุ่นเท้ายังไม่ทันจะได้แช่ในน้ำ แขนข้างหนึ่งก็โดนกระซากอย่างแรงร่างบางร่วงลงไปในน้ำทั้งตัว จินเฉิงอู่ใช้มืออุ่นกอดรอบเอวบาง