หลังจากที่ใส่บาตรเสร็จเหมือนเช่นทุกเช้าหญิงสาวจึงเดินตามอรกมลเข้าไปในครัวทันทีเพื่อที่จะช่วยเตรียมสำรับ
“พวกเราระวังกันด้วยล่ะ ตัวเสนียดกำลังมา”
”เธอว่าไงนะ!” ทันทีที่ย่างกรายเข้าไปในครัว ดวงใจสาวใช้ที่แสดงออกนอกหน้าอย่างชัดเจนว่าไม่ชอบอรกมลและอิงตะวันก็เปิดศึกขึ้นทันที แม่สาวใช้ตัวดีชักสีหน้าบึ้งตึงแล้วจึงกระแทกเท้าไปแอบอยู่หลังฉวีผู้เป็นป้าราวกับจะหาแนวร่วมเมื่อเห็นอิงตะวันหน้าตาฟึดฟัดไม่ต่างกัน
“อะไร ทำไมก็มันพูดความจริง รับไม่ได้เหรอ” ผู้เป็นป้าก็พลอยเห็นดีเห็นงามไปด้วย
“ก็ไม่ทำไมหรอก ป้าคงไม่ว่าถ้าฉันจะตบคนแก่” อิงตะวันถือมีดอีโต้เล่มใหญ่ไว้ในมือแล้วแกล้งเดินข้าวไปหาสองคนป้าหลานหมายจะเอาเรื่อง
“ก็มาสิ เข้ามาเลย ฉันก็จะไปฟ้องคุณท่านเหมือนกัน” ฉวีงัดไม้เด็ดที่เคยใช้เป็นประจำทันที เพราะตัวเองเป็นคนหาเรื่องก่อนแต่เมื่ออิงตะวันตอบโต้ดวงใจก็มักจะคาบไปฟ้องภาคินเสียทุกครั้ง
“อิง อย่ามีเรื่อง เรามาช่วยกันทำอาหารกันดีกว่า” อรกมลก็เป็นฝ่ายเข้ามาปรามเสียทุกครั้งไป หญิงสาวจับแขนน้องสาวไว้เมื่อเริ่มเห็นสงครามขนาดย่อมในครัวที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน
“ไปเลยนังหวีแกพาหลานแกออกไปทำงานข้างนอกเลย เดี๋ยวฉันจะช่วยคุณอรที่นี่เอง” ชดช้อยเข้ามาปรามด้วยอีกแรงพร้อมกับออกปากไล่ให้ทั้งสองออกไปแต่โดยเร็ว
“ก็ไม่ได้อยากจะอยู่นักหรอก” ดวงใจเบ้ปากแล้วรีบสะบัดก้นเดินตามฉวีออกไปทันที
พลั้ก!
“โอ้ย! ป้า ยัยหมาบ้ามันถีบฉัน” ดวงใจล้มลงไปนอนดิ้นกับพื้นเมื่ออิงตะวันใช้โอกาสที่หล่อนสะบัดก้นเดินออกไปจากครัวยกเท้าขึ้นถีบด้วยความหมั่นไส้ จนร่างอวบอัดของแม่สาวใช้ล้มหน้าคว่ำไปกองอยู่แทบเท้าฉวีผู้เป็นป้าที่เดินนำหน้าออกไปก่อน
“ดิ้นเหมือนหมาโดนน้ำร้อนเชียวนะ” อิงตะวันยิ้มเยาะก่อนจะหันเข้าไปในครัวเพื่อจะช่วยพี่สาวปรุงอาหาร ในขณะที่สาวใช้ทั้งสองคนได้แต่ยืนขบกรามแน่นด้วยความเจ็บใจที่ต้องเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำอีกจนได้
เสียงรถค่อย ๆ แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน เป็นเวลาเที่ยงพอดิบพอดี ก่อนที่สุเมธคนขับรถประจำบ้านจะเปิดประตูรถให้คนที่อยู่ด้านในออกมา
ร่างสูงสวมชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถช้า ๆ เจ้าของใบหน้าคมคร้ามแต่ทว่าขาวผ่องตามแบบฉบับลูกเสี้ยวฝรั่งเศสเงยหน้าขึ้นมองไปรอบ ๆ บ้านด้วยความรู้สึกโหยหาที่ต้องจากไปถึงสิบกว่าปี จมูกที่โด่งเป็นสันกับผมสีชาที่ถูกเซ็ตเป็นทรงช่างรับกันดีเหลือเกินกับคิ้วที่เรียงตัวหนาเป็นสีเดียวกัน เขาดูสูงโปร่งราวกับนายแบบที่หลุดออกมาจากนิตยาสาร ชายหนุ่มกระตุกยิ้มออกมาทันทีที่เห็นร่างสูงของบิดายืนต้อนรับอยู่หน้าบ้าน ร่างสูงถอดแว่นสีชาออกช้า ๆ พร้อมกับหันไปจับมือหญิงสาวที่กำลังก้าวลงจากรถออกมาเพื่อจะพาเธอเข้าไปในบ้าน
ร่างบางสูงโปร่งราวกับนางพญาหงส์ ในชุดเดรสสีแดงเพลิงรัดรูป ทำให้เห็นส่วนเว้นส่วนโค้งที่หล่อนตั้งใจจะงัดออกมาโชว์ได้อย่างชัดเจน ใบหน้าหวานแต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางราคาแพงเอียงซบกับไหล่กว้างของชายหนุ่มก่อนจะส่งยิ้มหวานพิมพ์ใจให้กับเขา จากนั้นจึงพากันเดินเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุข
“นึกว่าจะได้เห็นคนฟัดกันหน้าบ้านแล้วเสียอีก” อิงตะวันกระซิบกระซาบด้วยความไม่ชอบใจ หลังจากตั้งโต๊ะอาหารเสร็จก็ถูกพี่สาวฉุดกระชากลากถูให้มายืนต้อนรับการกลับมาของคุณหนูของบ้าน
“คุณพ่อสวัสดีครับ” ร่างสูงพนมมือไหว้บิดาอย่างนอบน้อมก่อนที่หญิงสาวที่เดินตามมาจะยกมือไหว้ด้วยอีกคน
“คุณอรสุขสบายดีเหรอครับ” ภูมิพัฒน์เอ่ยถามอรกมลเสียงราบเรียบแต่ทว่ากลับแฝงไปด้วยความประชดประชันซึ่งนั่นอิงตะวันรู้ดี
“สบายดีค่ะ กินอิ่มนอนหลับ จับจ่ายไม่ขาดมือ” น้องสาวตัวแสบเป็นคนตอบให้เสียงเองเพราะเธอรู้ดีว่าคำว่าสุขสบายของเขาหมายความว่าอย่างไร ถ้าไม่ใช่ว่าอยู่กินทรัพย์สมบัติที่ควรจะเป็นของมารดาเขาอย่างสุขสบาย
“มากันเหนื่อย ๆ เข้าบ้านไปทานข้าวกันดีกว่า วันนี้คุณอรเขาลงมือทำอาหารเองเลยนะ” ภาคินรีบตัดบทในขณะที่ชดช้อยและดวงใจต่างช่วยกันยกกระเป๋าใบใหญ่ขึ้นไปเก็บบนห้อง
“จริงเหรอคะ ดาวหิ๊วหิว เราไปทานข้าวกันดีกว่าค่ะภูมิ” ประกายดาวแฟนสาวกอดแขนแฟนหนุ่มแน่นแต่ทว่าสายตากลับมองยังอิงตะวันราวกับกำลังเย้ยหยัน
“วันนี้มีแต่ของโปรดของคุณภูมิทั้งนั้นเลยนะคะ” อรกมลเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังตักข้าวใส่จานให้ชายหนุ่ม
“ขอบคุณนะครับที่ยังจำได้ว่าผมต้องการอะไรและไม่ต้องการอะไร” คำพูดของภูมิพัฒน์ทำให้หญิงสาวอีกคนที่กำลังเติมน้ำเกือบจะฟาดเหยือกใบงามลงบนใบหน้าหล่อเหลานั่นอย่างไม่ได้ เขาช่างปากคอเราะร้ายจิกกัดซะจนแสบสันเสียเหลือเกิน
แต่นั่น หญิงสาวกลับทำได้แค่เพียงในความคิด ความเป็นจริงเธอทำได้เพียงข่มอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่านไว้ข้างใน ก่อนจะกระแทกก้นนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามกับสาวสวยร่างบางที่นั่งอยู่เคียงข้างเขาเท่านั้น
“นี่ อันนี้ไข่พะโล้ ฝีมือหนูอิงเขาน่ะ ลองชิมดู” ภาคินที่นั่งอยู่หัวโต๊ะตักไข่พะโล้ส่งให้กับบุตรชายเพราะจำได้ดีว่าเขาชอบกินมันมากแค่ไหน “ว่าแต่แฟนเราน่ะ ชื่ออะไรเหรอ”
“ตายจริงลืมแนะนำตัวเลย สวัสดีค่ะคุณพ่อ หนูชื่อประกายดาวค่ะคบกับภูมิมาสี่ปีแล้ว แต่จริง ๆ รู้จักกันมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยที่อังกฤษน่ะค่ะ” หญิงสาวจีบปากจีบคอแนะนำตัว
“สวัสดีจ่ะ เออ...นี่อรกมลภรรยาฉัน ถ้าจะแนะนำให้ถูกก็เป็นแม่เลี้ยงตาภูมินั่นแหละนะ” ภาคินไหว้ตอบแล้วหันไปแนะนำอรกมลให้หญิงสาวรู้จัก ก่อนจะผายมือไปทางอิงตะวันอีกคน “ส่วนนั่น หนูอิงตะวัน น้องสาวของคุณอร”
“สวัสดีค่ะ ภูมิเคยเล่าให้ฟังบ่อย ๆ ไม่นึกว่าตัวจริงคุณอรกมลนี่ยังสาวยังสวยอยู่เลยนะคะเนี่ย”
“ถ้าไม่สาวไม่สวย คุณพ่อก็คงไม่ชอบสิครับ จริงมั้ย” ภูมิพัฒน์ยิ้มเยาะให้กับบิดา ตราบาปที่ภาคินสร้างขึ้นต่อให้นานแค่ไหนเขาก็ไม่มีวันลืม
“ใคร ๆ เขาก็ชอบคนสวยกันทั้งนั้นแหละค่ะ ขนาดคุณภูมิยังชอบคนสวย ๆ แบบคุณดาวเลยนี่คะ” อิงตะวันบึ้งตึงสวนกลับขึ้นทันควัน
“แหม คุณอิงก็ชมเกินไป ดาวเขินแย่” ประกายดาวแสร้งเอียงคอซบแขนของชายหนุ่มข้างอย่างเขินอาย
“แล้วนี่มีแพลนจะแต่งเมื่อไหร่ล่ะ ฉันจะได้เตรียมการแต่เนิ่น ๆ ” ภาคินเอ่ยถามบุตรชาย เพราะอายุอานามเขาก็ปาเข้าเลขสามไปแล้วเรื่องแบบนี้จะมาล้อเล่นคงไม่ได้
“ผมยังไม่ได้คิดถึงขั้นนั้นหรอกครับ ดาวเองก็มีงานเดินแบบบ่อย ส่วนผมก็ต้องกลับไปสานงานที่เชียงรายต่อ เพราะไม่อยากกลับมาบ้านสักเท่าไหร่” ภูมิพัฒน์ตอบเสียงราบเรียบแต่ทว่าสายตาที่มองไปยังอรกมลกลับแฝงไปด้วยความเกลียดชัง น้ำเสียงที่ประชดประชันหญิงสาวรู้ดีว่าเขารู้สึกอย่างไรแต่ทว่าเธอเองก็ต้องยอมรับมันอยู่แล้ว อย่างไรเสียเธอก็มีส่วนผิดและเป็นคนเข้ามาทีหลัง
“คุณดาวเป็นนางแบบเหรอคะ ถึงว่าหุ่นก็ดีผิวพรรณก็ดี” อิงตะวันแอบเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของพี่สาวจึงรีบเปลี่ยนเรื่องสนทนาขึ้นทันที
“พอเข้าวงการได้ไม่นานนี่เองค่ะ มีงานถ่ายแบบ เดินแบบแล้วก็ถ่ายละครบ้างน่ะค่ะ”
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความน่าเบื่อหน่าย จนกระทั่งทุกคนทานเสร็จ อิงตะวันจึงปลีกตัวออกไปหลังบ้านตรงเรือนเพาะชำพรรณไม้นานา ซึ่งมีเมฆหลานชายคนเดียวของชดช้อยเป็นคนดูแล
“ว่าไงพี่เมฆ มีอะไรให้อิงช่วยมั้ย” หญิงสาวส่งเสียงทักทายชายหนุ่มที่กำลังรดน้ำพรวนดินอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
“อ้าว อิง ทานข้าวเสร็จแล้วเหรอ เห็นวันนี้ลงทุนเข้าครัวเองซะด้วยนี่” เมฆเงยหน้าจากกองปุ๋ยคอกส่งยิ้มให้กับอิงตะวันก่อนจะหันไปผสมดินต่อ
“ไม่ได้อยากจะทำสักหน่อย โดนพี่อรบังคับมากกว่า” อิงตะวันหน้ามุ่ยขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงภูมิพัฒน์และแฟนสาวคนสวย “เมฆรู้ไหมอีตาคุณหนูของพี่เมฆน่ะทั้งขี้เก๊ก ทั้งปากจัดไม่น่าโตมาเลยจริง ๆ ยิ่งนึกยิ่งหงุดหงิด”
“ขนาดนั้นเลยเหรอ” เมฆเอ่ยถามด้วยความไม่แน่ใจ
“อย่าไปสนใจเลย มาๆ เดี๋ยวอิงช่วย” อิงตะวันตัดบทก่อนจะแย่งพลั่วในมือของเมฆไปถือไว้ก่อนจะช่วยผสมดินต่อ “นี่พี่เมฆจะปลูกอะไรเหรอ”
“ปลูกดอกกุหลาบน่ะ พี่ไปตัดมาจากสวนเก่าหลังเรือนเล็ก คิดว่าถ้าเอามาปลูกล้อมรอบต้นไม้นี่น่าจะสวย”
เมฆยกยิ้มอย่างภูมิใจ แอบมองใบหน้าหวานของหญิงสาวตรงหน้าอย่างเผลอไผล นับตั้งแต่เธอก้าวเข้ามาในบ้านในฐานะน้องสาวของคุณผู้หญิงคนใหม่ หญิงสาวก็มักจะแวะเวียนมาเล่นกับเขาเป็นประจำหรืออาจจะเป็นเพื่อนคนเดียวของเขาก็ว่าได้ จนกระทั่งโตมาด้วยกัน หญิงสาวได้เข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยส่วนตัวเขาได้จบเพียงมัธยมปลายเพราะความเมตตาของภาคินก็ต้องออกมาช่วยงานบ้านต่อ จึงไม่ค่อยได้ติดต่อกันมากนักเพราะอิงตะวันเลือกที่จะออกไปอยู่หอพัก จนกระทั่งหญิงสาวได้กลับมาอยู่บ้านอีกครั้งหลังจากเรียนจบ เขาจึงพอมีโอกาสพบปะเธอบ่อยมากขึ้น เหมือนเช่นตอนนี้
"อิงว่าน่านะมีสีขาวปลูกแซมด้วยนะพี่" อิงตะวันเสนอขึ้นทำให้เมฆรีบละสายตาจากใบหน้าหงานทันที
"พี่ก็ว่าอยู่ เดี๋ยวค่อยตัดมาเพิ่มละกัน" ทั้งสองช่วยกันนำต้นกุหลาบที่เมฆเป็นคนเพาะไว้ลงปลูกรอบๆต้นไม้ โดยไม่รู้เลยว่าสายตาอีกสองคู่กำลังมาด้วยความรู้สึกที่ต่างกัน
“ดูยัยอิงสิคะ สนิทสนมกับคนสวนของบ้าน ดูกระหนุงกระหนิงกันน่ารักเชียว” ประกายดาวจีบปากจีบคอซักไซ้ชายหนุ่มให้พาเดินรอบบ้านหลังจากทานข้าวเสร็จ จนกระทั่งมาเจอสองคนกำลังหัวเราะชอบใหญ่กันอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าเรือนเล็ก
“ยัยนี่ก็คงเหมือนพี่สาวเขานั่นแหละครับ เที่ยวอ่อยผู้ชายไปทั่ว” ร่างสูงยิ้มเยาะในขณะที่มองไปทางอิงตะวันอย่างนึกรังเกียจ