สัญญารักมาเฟียร้าย : ตอนที่ 5
“โอ๊ย~” ไอรีนร้องเสียงหลงเมื่อฝ่ามือหนาบีบปลายคางมนอย่างแรงจนเธอเบ้หน้า ดวงตาคมกริบมองหน้าเธออย่างนิ่งเฉยจนเห็นเงาสะท้อนของตัวเองผ่านนัยส์ตาสีเทาหม่นคู่นั้น นัยส์ตาราวกับสัตว์ร้ายที่ไร้ซึ่งความรู้สึก เธอไม่รู้เลยว่าคนตรงหน้ากำลังคิดอะไรอยู่ ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะก้มลงมาใกล้จนรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นๆเจือปนไปด้วยกลิ่นบุหรี่ ระยะห่างกันไม่ถึงคืบจนเธอต้องหันหน้านี้ไปทางอื่นแต่แล้วก็ถูกบีบบังคับให้หน้าเธอมองมาที่เขาตามเดิม
“สายตาเธอกำลังกลัวฉันอยู่นะ”
“ปล่อย”
“เธออยากรู้ไหมว่าไอ้พวกปากดี กล้าแค่ปาก จุดจบมันเป็นยังไง” โนอาร์พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยความโหดเหี้ยม
แก่ก~
“คะ คุณจะทำอะไร” ไอรีนแววตาวูบไหวเมื่อปืนกระบอกสีดำเงาวับถูกจ่อมาที่ขมับของเธอโดยไม่ทันตั้งตัว
“โอ๊ย…เจ็บ!” โนอาร์เพิ่มแรงบีบปลายคางมนจนเธอปวดร้าว ส่วนมืออีกข้างยังคงจับปืนจ่อหัวของเธออยู่แบบนั้น
“ฉันปล่อยเธอไปแล้ว แต่เธอกลับเข้ามาหาฉันเองนะ…ไอรีน”
“เพราะนายใช้วิธีสกปรกบีบบังคับฉัน นายใช้อำนาจกีดกันงานฉันทุกงาน” ดวงตากลมโตจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่ลดละ
“หึ! เปลี่ยนสรรพนามเร็วดีนิ่” โนอาร์กระตุกยิ้มก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปข้างๆกกหู “แค่นี้ไม่เรียกว่าวิธีสกปรกหรอก ถ้าสกปรกจริงๆมันต้องแบบนี้” น้ำเสียงเย็นยะเยือกกระซิบข้างใบหูจนเธอเสียวสันหลังวาบ
พรึ๊บ ปัง!
เพล้ง
“กรี๊ดดดดด”
โนอาร์เหวี่ยงตัวหญิงสาวจนล้มลงไปที่พื้นพร้อมกับลั่นไกลปืนผ่านหัวคนตัวเล็กไปโดนกับแจกันที่ตั้งอยู่ด้านหลังเธออย่างเฉียดฉิว
ไอรีนกรีดร้องด้วยความกลัวจนตัวสั่น ในเพียงชั่ววินาทีกับการกระทำแสนป่าเถื่อนทำให้เธอตกใจจนถึงขีดสุด
แก่ก~
“ฮึก”
ร่างสูงนั่งยองๆลงตรงหน้าเธอ และเป็นอีกครั้งที่โนอาร์ใช้ปืนกระบอกเดิมจ่อเข้าที่กลางหน้าผากมน ไออุ่นๆจากปากกระบอกปืนยังคงอยู่ ใบหน้าคมคายยังคงแสดงสีหน้าเรียบเฉยตามเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไอรีนมองคนตรงหน้าด้วยนัยส์ตาแดงก่ำ ความกลัวทำให้เธอกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่
“ครั้งที่สองเธออาจไม่ได้ยินเสียงปืนแล้วก็ได้ เธอจะไม่มีแม้แต่เสียงร้อง” ใบหน้าคมคายกระตุกยิ้มอย่างเลือดเย็น
“ยะ…อย่าทำอะไรบ้าๆนะ” ไอรีนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ สายตาที่โนอาร์จ้องมาที่เธอถึงจะไม่บอกความรู้สึกอะไร แต่เธอมั่นใจว่าคนอย่างเขาฆ่าเธอได้ไม่ยาก อีกอย่างตรงนี้ที่เธออยู่ก็เป็นพื้นที่ของเขา เขาสามารถทำให้เธอหายไปอย่างไร้ร่องรอยได้แน่
“ผู้หญิงปากดีคนเมื่อกี้ไปไหนแล้วละ”
“อึก…. ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ปะ ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฮึก…หลังจากนี้ฉันไม่มายุ่งเกี่ยวกับนายอีกแล้ว แต่ขอร้องนายอย่ากีดขวางงานของฉันได้ไหม” ไอรีนยกมือไหว้ร้องขอชีวิตอย่างไร้ศักดิ์ศรี ภาพของพ่อแม่ฝุดขึ้นมาจนเธอไม่มีทางเลือก สุดท้ายความกลัวก็ทำให้เธอพูดคำขอโทษคนที่ทำให้เธอตกงาน คนที่บีบบังคับให้เธอจนตรอก
“ฉันเป็นนักธุรกิจที่หวังผลกำไรซะด้วยสิ ถ้าฉันคืนงานให้เธอ แล้วฉันจะได้อะไรตอบแทน?” โนอาร์พูดพลางไล่สายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า เดรสรัดรูปที่ร่นขึ้นจนเผยต้นขาขาวเนียน เขาค่อยๆลดปืนลงอย่างช้าๆแต่ปากกระบอกปืนถูไถไปตามต้นขาขาวเนียนของเธอแทน ยิ่งเห็นน้ำตาของคนตรงหน้ายิ่งทำให้เขารู้สึกสนุก
“ไม่…อึก”ไอรีนส่ายหัวเป็นพัลวันใบหน้าหวานเลอะไปด้วยคาบน้ำตา การกระทำของเขาราวกับคนโรคจิต
“หึ” โนอาร์หัวเราะในลำคอก่อนจะค่อยๆยัดกายลุกขึ้น สายตาคมกริบยังคงจ้องมองคนตัวเล็กที่นั่งตัวสั่นด้วยแววตาว่างเปล่า ก่อนจะเดินไปนั่งเก้าอี้ประจำตำแหน่งและหยิบบุหรี่ราคาแพงออกมาสูบ
ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบ ไอรีนยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ถึงหยาดน้ำตาจะหยุดลงแล้วแต่เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ก็ยังทำให้เธอขวัญผวาไม่หาย
“ฉันให้เวลาเธอจนกว่าบุหรี่มวนนี้จะหมด ถ้าเธอออกจากห้องนี้ได้เธอก็รอด แต่ถ้าไม่ได้.....”น้ำเสียงเข้มพูดขึ้นพร้อมกับพ่นควันบุหรี่ขาวคลุ้งไปทั่วห้องและยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์
“แต่นายล็อกประตูนั้นไว้ ฉันจะออกไปได้ยังไง” ใบหน้าหวานเงยหน้าขึ้นมาสบตาชายหนุ่มที่นั่งมองเธอด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ต่อให้เขาให้เวลาเธอเป็นชั่วโมงก็ไม่มีทางออกไปได้อยู่ดี
“นั่นมันก็อยู่ที่ความสามารถของเธอ”
อึก "อ๊ะ…" ไอรีนรีบลุกจนทำให้เธอร้องออกมาเสียงหลง เมื่อรู้สึกปวดแป๊บๆที่ข้อเท้า น่าจะเป็นผลพวงมาจากที่เธอล้มลงกับพื้นอย่างแรงจนทำให้เท้าแพลง
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นและรีบลุกไปที่ประตูฝืนความเจ็บเอาไว้
ปึก ปึก ปึก “เปิดสิ่” มือบางทั้งทุบทั้งเขย่าประตูอย่างแรงหวังให้มันเปิดออกราวกับคนเสียสติ ใบหน้าหวานหันมองคนตัวสูงที่นั่งสูบบุหรี่มวนนั้นอย่างห่วงหน้าพะวงหลัง
กึก กึก…ไอรีนเขย่าประตูอย่างแรงแต่กลับไม่เป็นผล
“เปิดสิ่!!!! อึก บอกให้เปิด!!!” เธอแผดเสียงดังลั่นน้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วกลับมาไหลอีกครั้ง
“ขอร้อง เปิด!!” ปัก ปัก มือบางทุบประตูกระจกจนเกิดรอยแดงและแสบไปหมด ดวงตากลมโตหันมามองบุหรี่มวนนั้นที่ใกล้จะหมดเต็มที
“หึ! ไอรีน…” น้ำเสียงเข้มเรียกชื่อเธอจนทำให้คนที่ถูกเรียกขนลุกซู่ โนอาร์ลุกขึ้นจากเกาอี้อย่างช้าๆ พลางโยนบุหรี่มวนนั้นลงพื้นทั้งๆที่ยังมีประกายไฟติดอยู่ เขาปรายตามองเพียงนิดก่อนจะค่อยๆย่างกายเดินเข้ามาหาหญิงสาว
“ไม่ ไม่…. ขอร้อง…” กึก กึก... ปัก ปัก... ไอรีนทั้งเขย่าทั้งทุบประตูอย่างร้อนรนเมื่อเห็นร่างสูงลุกขึ้นและกำลังเดินมาหาเธอ หยาดน้ำตาไหลอาบสองข้างแก้มไม่หยุดหย่อน ความกลัวถาโถมเข้ามาจนเนื้อตัวสั่นเทา
แกร๊ก~
ดั่งกับเสียงสวรรค์เมื่อเธอได้ยินเหมือนกับประตูถูกปลดล็อค ทำให้ไอรีนรีบดันประตูออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับวิ่งออกจากห้องนั้นโดยไม่คิดชีวิตและลืมความเจ็บปวดที่ข้อเท้าไปเลย ไม่มีอะไรน่ากลัวเท่าเขาคนนั้น
“…..” ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบ ใบหน้าคมคายยังคงแสดงสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้ตกใจกับสิ่งที่เห็น
“จะปล่อยเธอไปแบบนั้นเหรอครับ” ธันวาเข้ามาในห้องหลังจากที่เห็นไอรีนร้อนรนออกจากห้องไปแล้ว ลูกน้องคนสนิทปรายตามองแจกันที่แตกละเอียดเพียงนิด
“อีกไม่นาน” น้ำเสียงเข้มพูดขึ้น
ปึก
โนอาร์หันตัวกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมพร้อมกับโยนรีโมทขนาดเล็กที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงก่อนหน้านี้ไว้ในลิ้นชักตามเดิม
ถึงลูกน้องคนสนิทจะไม่เข้าใจในสิ่งที่เจ้านายหนุ่มสื่อความหมายแต่เขาก็ไม่ถามเซ้าซี้ เพราะมันคือเรื่องของเจ้านาย
ฮึก ฮืออ ...ภายในรถมีแต่เสียงร้องไห้ของผู้หญิงตัวเล็ก มือเล็กๆกำพวงมาลัยแน่น เมื่อเธอออกจากห้องนั้นได้สำเร็จก็รีบลงมาขึ้นรถตัวเองและขับออกจากบริษัทของเขาอย่างรวดเร็ว ไอรีนพยายามควบคุมสติตัวเองและบังคับมือไม่ให้สั่น
"นายมันไม่ใช่คน" น้ำเสียงสั่นเครือพูดขึ้น สายตาที่พร่ามัวจ้องมองไปยังถนนเบื้องหน้า
@สองชั่วโมงต่อมา
ไอรีนนั่งอยู่บนเตียงภายในคอนโดด้วยสายตาว่างเปล่า สายตาทอดยาวมองออกไปนอกกระจกบานเล็กที่อยู่ในห้อง เธอพยายามไม่นึกถึงเหตุการณ์เลวร้าย แต่แค่หลับตานัยส์ตาที่เทาหม่นคู่นั้นก็ลอยขึ้นมาทันที ยอมรับเลยว่าผู้ชายคนนั้นน่ากลัวกว่าที่เธอคิด การกระทำที่แสนเลือดเย็นที่เธอได้สัมผัสมันทำให้เธอลืมไม่ลง
"ซี๊ดด...เจ็บจัง" ดวงตากลมโตก้มมองข้อเท้าตัวเองที่บวมแดงขึ้นเรื่อยๆ ความกลัวก่อนหน้านี้ทำให้เธอลืมความเจ็บปวดไป คิดแค่ว่าเธอต้องเอาตัวเองออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด
ไอรีนเขย่งเท้าในท่ากระต่ายขาเดียวไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลก่อนจะค่อยๆทายาคลายกล้ามเนื้อและพันผ้าไว้อย่างเบามือ อุปกรณ์พวกนี้เธอมีไว้ติดตัวอยู่ตลอด เพราะอาชีพของเธอใช้ช่วงขาค่อนข้างหนักและยืนบนรองเท้าส้นสูงตลอดเวลา
"หวังว่าแค่เส้นพลิกเฉยๆนะ" ไอรีนมองข้อเท้าที่บวมฉึ่งพร้อมกับพูดออกมาเบาๆ
สองอาทิตย์ต่อมา....หญิงสาวตัวเล็กอยู่ในชุดเดรสน่ารักๆทรงสบายตัว กำลังเดินซื้อของอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง อาการที่ข้อเท้าของเธอหายเป็นปลิดทิ้ง มีระบมในอาทิตย์แรกแต่หลังจากนั้นอาการก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆจนเธอสามารถเดินได้ปกติ และพยายามใช้ชีวิตอย่างปกติ โนอาร์ไม่เข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตเธออย่างที่คิดและเธอก็ไม่มีวันที่จะกลับไปยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก ถึงงานทุกอย่างโดนยกเลิกทั้งหมด ไอรีนโทรไปคุยงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับเธอเป็นพริตตี้เหมือนเดิมอ้างเหตุผลว่าทางผู้ใหญ่เลือกคนอื่นแทนไปแล้ว
ครืด ครืด….
เสียงโทรศัพท์เครื่องหรูดังขึ้นทำให้เธอละความสนใจจากสิ่งของตรงหน้าและหยิบขึ้นมาดู
"ค๊าาา...ไอร์แวะมาซื้อของเข้าบ้านนิดหน่อยค่ะ ไม่เกินชั่วโมงไอร์ถึงบ้านค่ะ"
(รู้ได้ไงว่าแม่จะโทรมาถามเรื่องนี้)
"ก็ไอร์ลูกแม่นิ่คะ และไอร์ยังรู้อีกว่าพ่อนั่งชะเง้อรอลูกสาวคนสวยกลับบ้านด้วย"
(รายนั้นไม่ต้องพูดถึง แม่เป็นห่วงเราเฉยๆ เห็นว่าไม่ถึงบ้านสักทีเลยโทรมาเช็ค)
"ค๊าาา....งั้นเจอกันที่บ้านนะคะ ไอร์จะรีบซิ่งไปเลย"
(ขับรถระวังๆละ ไม่ต้องรีบขนาดนั้น)
"รับทราบค่ะ"
ไอรีนตอบกลับผู้เป็นแม่และกดวางสาย ใบหน้าหวานเผยรอยยิ้มแห่งความสุขออกมา วันนี้เธอนัดกับคนที่บ้านไว้ว่าจะกลับไปนอนด้วยไม่แปลกที่ทั้งพ่อและแม่จะตั้งหน้าตั้งตารอลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน