“นี่ แกจะผลิตมะเร็งเข้าร่างกายแต่เช้าเลยหรือไง แล้วทำไม่ไปสูบข้างนอกวะ กลิ่นแม่งโคตรจะเหม็น ดับบุหรี่เลยนะ ถ้าไม่ดับฉันจะกระชากหัวแกให้ผมร่วงเลย”
ฉันพูดกับไอ้คนตัวสูงที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงแล้วก็สูบบุหรี่ไปด้วย แต่ประเด็นคือกลิ่นบุหรี่แม่งเต็มห้องไปหมด แล้วไม่รู้มันจะสูบทำไมหนักหนา มีแต่โทษ ข้อดีก็ไม่มี ฉันเดินไปกดเครื่องฟองอากาศ คือเครื่องปรับอากาศมันก็ฟองได้แหละ แต่มันไม่ทันใจ อ่อ ตอนนี้ฉันอยู่ในสภาพที่ผมหมาดๆ แล้วก็ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวแบบโอเวอร์ไซส์ของเขา คือตัวมันไม่ใหญ่หรอก แต่มันสูงมาก 195 ได้มั้ง ตอนรู้ส่วนสูงของมันก็ตกใจนะ ไม่คิดว่ามันจะสูงขนาดนี้ แต่มันเล่นกีฬาแล้วคุณป้าเขาก็ซื้อวิตามินมาบำรุงมันแล้วก็บวกกับกรรมพันธุ์เลยทำให้มันโคตรจะสูง ส่วนฉันสูง 156 เทียบกับผู้หญิงด้วยกันฉันก็ยังเป็นคนเตี้ยอะแก ตอนนี้ใส่เสื้อเขามันเลยเป็นเหมือนชุดนอนไปโดยปริยาย แล้วตอนนี้ชั้นในก็ไม่ได้ใส่สักตัว เพราะมันไม่มี จะใส่อันเก่าก็ไม่ไหว อีกอย่างก็เพื่อนกัน ช่างมันเถอะ
“บ่นๆ ปากมันก็เล็กแต่บ่นเก่งฉิบหาย”
ผมบ่นพึมพำออกมาแล้วก็ดับบุหรี่แทบจะทันที ทั้งๆ ที่มันก็ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวนะ แต่ผมก็กลัวมันจัง พอหันกลับมาแล้วมองยูนิฟอร์มที่ยัยตัวแสบใส่อยู่ตอนนี้คอแม่งแห้งขึ้นมาทันที โคตรเซ็กซี่อะ ยัยตัวสั้นแม่งเล่นผมแต่เช้าเลย มามีสติก็ตอนได้ยินเสียงของวัยนี่พูดขึ้นมานี่แหละ
“มองอะไร เดี๋ยวตบตาหลุด”
ฉันรีบใช้ผ้าขนหนูผืนใหญ่คลุมไหลตัวเองแล้วก็ช่วงหน้าอกเอาไว้ก่อนจะถามไอ้บ้านี่ออกไป เพราะสายตาที่เขามองมาไม่ต้องพูดก็รู้ว่าเขากำลังคิดอะไร
“ขนาดนี้ไม่มองก็ไม่ใช่คนแล้วปะ มานั่ง จะได้คุยกัน”
“แกไม่ไปอาบน้ำล่ะ บอกแต่คนอื่นแค่ตัวเองไม่อาบ ไอ้คนสกปรก”
“เออ ฉันมันคนสกปรก มาคุย จะได้รู้เรื่อง”
ผมพูดออกไปแทบจะทันทีแล้วก็บอกให้ยันตัวแสบขึ้นมานั่งบนเตียงด้วยกัน จะได้คุยกันให้มันรู้เรื่อง ถ้าเป็นคนอื่นผมให้เงินแล้วก็จบได้ แต่ยัยนี่ไม่ใช่แบบนั้นไง เลยต้องพูดกันให้รู้เรื่อง
“คุยอะไร”
ฉันขึ้นมานั่งบนเตียงแล้วก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาห่ม เพราะตอนนี้อุณหภูมิในห้องคือเย็นมาก เย็นแบบฉ่ำอะ จากนั้นก็มองเขาแล้วก็ถามออกไปทันทีเหมือนกัน เพราะฉันตั้งใจว่าจะให้มันจบไปแบบเงียบๆ เพราะเรื่องนี้ก็มีแค่ฉันกับเขาที่รู้เรื่อง
“ก็คุยเรื่องที่เราเอากันเมื่อคืนไง มันจะมีเรื่องอะไรอีกวะ รายงานที่อาจารย์สั่งแกก็เตือนฉันไปตั้งแต่เมื่อวานละ”
“ไอ้บอย มันใช้คำอื่นก็ได้ปะ ไม่ต้องตรงขนาดนี้ก็ได้มั้ง แค่นี้ฉันก็อายจนจะตายอยู่ละ”
“คำไหนมันก็เหมือนกันแหละ แล้วฉันอยู่กับแกแค่สองคนจะต้องอายทำไม”
”ใครจะด้านเหมือนแกล่ะ แล้วจะคุยเรื่องอะไร”
“จะบอกพ่อแม่เธอตอนไหน แล้วจะไปเก็บของมาอยู่กับฉันเมื่อไหร่ พร้อมวันไหนพูด”
ผมเข้าประเด็นแทบจะทันทีเหมือนกัน เพราะผมก็นั่งคิดอยู่กับตัวเองเงียบๆ เลยตัดสินใจกับตัวเองแบบนี้ ยังไงวันนี้ก็เป็นฝ่ายเสียหายผมเองก็ต้องรับผิดชอบ
“ทำไมต้องเก็บของแล้วก็บอกพ่อแม่ฉันด้วยล่ะ”
“อ้าว เอากันแล้วแกก็เป็นเมียฉันแล้วปะ ไม่มาอยู่ด้วยกันจะแยกกันอยู่คนละขั้วโลกหรือไง”
ฉันเบิกตากว้างเพราะไม่คิดว่าเรื่องมันจะเดินมาถึงจุดนี้ คือในความคิดของฉันก็คือไม่ต้องมีใครพูดอะไรแล้วก็ให้มันจบกันไป เพราะเขาก็ไม่ได้ผิดอะไรหรอก เรื่องเมื่อคืนมันก็ทำด้วยกันความรับผิดชอบมันก็เท่ากัน ฉันเลยตอบเขากลับไปด้วยน้ำเสียงปกติ
“ก็ทำให้เป็นเหมือนเดิมไง ฉันกับแกก็เป็นเพื่อนกัน เรื่องเมื่อคืนก็ปล่อยมัน”
“เธอเมากาวเหรอ”
“ไอ้บอย!”
“เออ ก็ฉันนี้แหละ นั่งหัวโด่อยู่นี่จะเป็นใครได้วะ แล้วเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมทั้งๆ ที่เอากันไปแล้วเนี่ยนะ จะพูดประโยคฮิตๆ ก็คือ ฉันกับแกมีอะไรกันแล้วก็เหมือน FWB {Friend with benefit} เพื่อนเอากันได้ ฟิลคล้ายแฟน ไม่ผูกมัดเ****นเมื่อไหร่ก็มาเจอกัน เอากันไม่ผิดอะไร หรือจะ ONS {One Night Stand} เอากันแล้วจบแบบนี้ใช่ปะ”
“เออสิ แต่ของเราไม่ใช่ FWB จ่ะ เป็น ONS”
“เอาไอ้พวกนี้ออกไปจากหัวสมองน้อยๆ ของเธอซะ”
“ถ้าหัวสมองฉันน้อยสมองของแกมันแค่ถั่วเขียวนั่นแหละ”
ผมมองยัยตัวแสบทราตอนนี้แยกเขี้ยวขึ้นมาอีกละ ผมเลยยิ้มที่มุมปากก่อนจะพูดลอยๆ ออกไป พอได้นี่ได้ยินเท่านั้นแหละ
“ฮึ สภาพเหมือนหมาปอมๆ แต่ขู่เหมือนตัวเองเป็นพิทบู โอ๊ะ!! หูฉันขาดแล้วมั้ง”
“สมน้ำหน้า ให้มันขนาดไปเลย”
ฉันดึงหูไอ้บ้านี่เต็มแรงแล้วก็ออกแรงบิดจนหูมันแดงไปทั่วทั้งหู แล้วแกดูมันพูดมาแต่ละคำเถอะ ที่ฉันบอกว่ามันปากหมาไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะคะ มันปากหมาจริงจัง
“มือแม่งหนักฉิบหาย แล้วกันไม่เป็นผัวเมียกันจะเป็นอะไรวะ”
“ก็เป็นเพื่อนกันไง”
ผมขมวดคิ้วแล้วก็มองยัยนี่นิ่งๆ ก่อนจะพูดออกไปตามที่ตัวเองคิด แล้วถ้าไม่มีบทสรุปมันก็เหมือนพายเรืออยู่ในอ่างอะ วนๆ ไม่จบสักที
“เพื่อนเชี้ยไรเอากัน ความเป็นเพื่อนของฉันกับแกหมดไปตั้งแต่ที่เอากันเมื่อคืนนี้ละ แล้วไม่ต้องพูดว่าก็ช่างมัน ไม่ได้คิดอะไร ตอนนี้คิดได้ละ แล้วที่สำคัญเธอลืมอะไรไปหรือเปล่า”
“ลืมอะไร”
“ฉันเอาสด ไม่ได้ป้องกัน แล้วที่สำคัญ หลายน้ำแล้วก็หลายรอบ ตอนนี้ลูกฉันอาจจะกำลังว่ายแล้วก็พยายามเจาะเข้ารังไข่ของเธอก็ได้”
วิ้งค์!!
เออ จริงด้วยว่ะ เมื่อคืนไอ้บ้านี่มันไม่ได้ป้องกันนี่หว่า แล้วพอมันพูดว่าภายในร่างกายอาจจะกำลังทำปฏิกิริยาเลยฉันก็ใบ้กินเลย ฉันหันไปมองไอ้บ้านี่แล้วก็ใช้มือตีลงไปที่ต้นแขนของคนตัวสูงแรงๆ พร้อมกับถามออกไปอย่างรวดเร็ว
“แล้วทำไมแกไม่ใส่ถุงยางวะ”
“แล้วทำไมเธอไม่บอกให้ฉันใส่ล่ะ มันไม่มีสติด้วยกันทั้งคู่แหละ งั้นพรุ่งนี้ก็ไปเก็บของมาอยู่ด้วยกัน มันเกิดขึ้นละ มันไม่มีอะไรเหมือนเดิม คำว่าเพื่อนขาดไปตั้งแต่เอากันละเหลือแต่คำว่าผัวเมีย มันต้องมองไปข้างหน้าไม่ใช่มาคุยวนๆ ในเรื่องเดิมๆ เอาโทรศัพท์มาขึ้นสถานะ”
“ไม่”
“เอามา”
“งื้ออออ ไอ้บ้าบอย”
“คนหัวดื้อแบบเธอต้องเจอผัวแบบฉันนี่แหละ”
ผมพูดพร้อมกับยักคิ้วให้ยันตัวแสบพร้อมกับใช้มือดึงโทรศัพท์ของยัยตัวแสบมาจากนั้นก็ใส่รหัสเพราะสแกนหน้าไม่ผ่าน พอเปิดโทรศัพท์ได้ผมก็มาตั้งค่าสถานะให้หมดทุกช่องทางที่พอจะตั้งได้ พอตั้งสถานะเสร็จผมก็คืนโทรศัพท์ให้ยัยตัวแสบที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่ข้างๆ
“เอา เอาไป นั่งหน้าทู่เหมือนปลาไม่ได้กินอาหาร มีฉันเป็นผัวมันไม่เศร้าขนาดนั้นหรอกเว้ย โอ๊ยยยย ยัยเตี้ย ปล่อยนะเว้ย”
ฉันมองไอ้บ้านี่ก่อนจะลุกขึ้นเล็กน้อยและใช้แขนรั้งลำคอของไอ้บ้านี่มาหาก่อนจะใช้ปากกัดหูของเขาด้วยความมั่นเขี้ยวโดยที่ไอ้คนตัวสูงก็พยายามใช้มือดันหน้าของฉันออก
“ไม่ปล่อยใช่มะ ก็ได้เลยดิครับ”
ผมพูดจบก็ทิ้งโทรศัพท์ลงที่นอนแบบไม่ใส่ก่อนจะใช้แขนโอบเอวบางๆ ของยันตัวแสบเอาไว้ก่อนจะพลิกตัวมาอยู่บนจากนั้นผมก็โน้มหน้าลงไปใช้ริมฝีปากดูดเม้มไปตามลำคอพร้อมกับใช้ฟันกัดลงไปเบาๆ ตอนแรกก็ว่าจะแกล้งเล่น แต่ตอนนี้สงสัยต้องจริงจังละ เพราะตัวยัยนี่แม่งนุ่มแล้วก็หอมมากอะ แล้วทั้งหน้าตาทั้งส่วนสูงของยัยนี่แม่งน่ารักเหมือนตุ๊กตาเลยอะ
“งื้ออ ปล่อยฉันเลยนะ ฉันปล่อยแกแล้วอะ แกก็ปล่อยฉันดิ”
“แม่งไม่ไหวละ เอากันเถอะว่ะ”
ฉันเบิกตากว้างขึ้นกว่าเดิมพอได้ยินก็ดิ้นแล้วก็ใช้มือดันหน้าเขาออกโดยที่ปากก็บอกให้เขาปล่อย เพราะตอนนี้ตัวฉันเองตกอยู่ในภาวะที่อันตรายละ
“ไม่เอา”
“ทำไม เป็นผัวเมียกันแล้วเอากันก็ไม่ผิดปะวะ”
“มันไม่ผิด แต่ฉันยังเจ็บอยู่ ถ้าเอาอีกฉันก็เดินไม่ไหวแล้วปะ แล้วพรุ่งนี้ต้องไปเรียน อีกอย่าง ฉันหิวข้าว”
“รอเธอหายก่อนเถอะ เธอไม่ได้นอนแน่”
“ไอ้บ้า ไอ้หื่น”
“เออ ฉันมันโคตรหื่นแล้วฉันก็ขี้เอาด้วย ฮึ เตรียมตัวเอาไว้เถอะ แล้วจะไปกินข้าวที่ไหน”
ผมถามยัยตัวแสบออกไปโดยที่สายตาก็อยู่ที่หน้าหวานๆ ของยันนี่แหละ แต่เหมือนยิ่งพยายามกลั้นความต้องการมันยิ่งทำให้เกิดอารมณ์ ผมเลยใช้มือเสยผมของตัวเองก่อนจะเลื่อนมือมาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่ยัยตัวแสบใส่อยู่ออกจากกัน
“อือ ไอ้บอย ไม่เอา ฉันบอกว่ามันยังเจ็บอยู่”