เวลาเที่ยงคืนวันเดียวกัน
โจนาธานยังนั่งอยู่ชั้นล่างของบ้านหลังน้อย เขาครุ่นคิดถึงสิ่งที่นิลอรบอกกล่าว ถ้านิลอรพูดความจริงแล้วเรื่องมันออกมาในรูปนี้ได้อย่างไร แล้วใครล่ะที่เป็นเจ้าของจดหมายนั่น แล้ว...
“บ้าฉิบ! ถ้าแกไม่ทำลายมันทิ้ง ป่านนี้แกคงหาตัวการที่ทำเรื่องชั่วๆ นั่นได้แล้ว บัดซบจริงๆ”
กรี๊ดดด!!!
เสียงกรีดร้องของใครบางคนดังขึ้นที่ชั้นบน โจนาธานหยุดความคิดของเขาเอาไว้เพียงเท่านั้นแล้ววิ่งไปที่บันไดทันที
นิลอรแทบจะกระชากชุดนอนออกมาจากตู้เสื้อผ้าเมื่อได้ยินเสียงลูกน้อย งานนี้ไม่ใครก็ใครได้ฝันร้ายแน่นอน แล้วถ้าคนหนึ่งร้องละก็ อีกคนก็จะร้องตามอย่างไม่ต้องสงสัย และคนที่ต้องเหนื่อยปลอบก็คงไม่พ้นคนที่เป็นมารดา เธอรีบเปิดประตูออกไปหาลูกๆ ทันทีที่มั่นใจว่าสวมชุดนอนเรียบร้อยแล้ว
บางครั้งนิลอรก็นึกสมเพชเวทนาโชคชะตาของตัวเอง เธอตั้งท้องตั้งแต่อายุยี่สิบเอ็ดและกลายเป็นคุณแม่ลูกสองผู้มีภาระล้นมือ เธอไม่มีญาติเพราะโตมาจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า อาศัยพี่ชายที่แสนดีอย่างวาโยซึ่งในตอนนั้นติดพันรักมั่นอยู่กับวีนุตตราผู้เป็นพี่สาว คอยส่งเสียเลี้ยงดู จนกระทั่งวันเวลาที่พ้นผ่านกับเรื่องราวมากมายยุ่งเหยิง ส่งให้เธอต้องไปอยู่ในความดูแลของตาแก่โจนาธาน และโชคชะตาก็เล่นตลกให้เธอต้องจากเขามาในวันหนึ่ง
ช่วงที่กลับมาจากสิงคโปร์ใหม่ๆ เธอนำเงินทองที่เขาเคยหยิบยื่นให้รวบรวมกับเงินเก็บของพี่สาวเพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือน มันช่วยประคับประคองชีวิตมาได้ในช่วงที่ลำบากที่สุด คิดๆ ดูแล้วสวรรค์ยังกลั่นแกล้งเธอไม่หนำใจกระมัง ถึงได้ส่งตัวแสบมาให้เธอเลี้ยงทีเดียวถึงสองคน ครั้นจะละทิ้งก็เหมือนว่าภาพตัวเองในวัยเยาว์ซึ่งเติบโตในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าจะตามมาหลอกหลอน สุดท้ายเลยต้องเลยตามเลย เลี้ยงดูสองแสบมาจนทุกวันนี้
แต่เธอก็ไม่ปฏิเสธเลยว่าทุกครั้งที่มองหน้าลูกๆ ความสุขและความภาคภูมิใจมันก็กระจ่างในหัวใจทุกครั้ง ใครจะเชื่อละว่านางร้ายอย่างนิลอรจะสามารถเป็นแม่ของใครได้ ที่สำคัญกว่านั้น เธอเป็นแม่ของเด็กทีเดียวถึงสองคน แม่ที่เลี้ยงลูกตามลำพังโดยไม่เคยแบมือขอความเมตตาจากใครเลย
“เจค! เจส! โอ...ไม่!”
นิลอรไม่อยากเชื่อสายตาว่าใครนอนอยู่กลางเตียงของลูกๆ เตียงเด็กขนาดพอเหมาะตอนนี้ถูกเลื่อนเข้ามาชิดกัน สองแสบซึ่งมีน้ำตาเปรอะเปื้อนใบหน้ากำลังนอนหนุนแขนล่ำๆ ของตาแก่โจนาธานที่นอนอยู่ตรงกลาง เขาไม่ได้เช็ดน้ำตาให้ลูกๆ แต่กางหนังสือนิทานไว้บนอกและกำลังอ่านมันให้เด็กๆ ฟัง เขากำลังจูงใจคนที่ร้องกรี๊ดๆ เมื่อครู่ให้มาสนใจนิทานแทน
คุณแม่ลูกสองเดินเข้าไปเงียบๆ นั่งลงช้าๆ ก่อนจะเอนกายลงข้างลูกชาย มือข้างหนึ่งค้ำยันใต้ท้ายทอยเพื่อจะได้มองเห็นรูปภาพสีสดในหนังสือนิทานเรื่องลูกหมูสามตัว โจนาธานเล่าไปเรื่อยๆ เธอและลูกๆ ก็ฟังไปเรื่อยๆ จนจบ เขาปิดนิทานลงแล้วโอ้อวดความรู้เรื่องนิทานให้ลูกๆ ได้ภาคภูมิใจ
“แด็ดดีว่าคราวหน้าแด็ดดีเอาหนังสือนิทานมาฝากเจคกับเจสซี่ ดีกว่า อืม...เรื่องนั้นไง อาไรน้า...อ้อๆ จำได้ละ ซินเดอร์เรลล่า”
เขาพูดกับลูกๆ พร้อมรอยยิ้มพร่างพราย นิลอรหรี่ตาอาฆาต เขาช่างบังอาจมาต่อท้ายยัยเจสของเธอว่าเจสซี่ มันน่ารักกว่าเดิมตรงไหน
“ม่ายเอา เจคเบื่อซิงเดอร์เลล่า” เจคน้อยคัดค้าน
“แต่เจสซี่เอาค่า เจสซี่อยากเป็นเจ้าหญิงมีเจ้าชายใส่ลองเท้าให้”
โจนาธานครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะคัดค้านบุตรสาวออกไป
“แต่เจ้าหญิงต้องกินแอปเปิลพิษของแม่มดใจร้ายนะครับลูก ม่ายเอาอ่า แด็ดดีไม่อยากให้ลูกๆ เจอกับแม่มดใจร้าย”
สองแฝดลุกมาจ้องตากันแล้วเกาศีรษะแกรกๆ พลางเห็นพ้องต้องกันว่า ทำไมซินเดอร์เรลล่าฉบับแด็ดดีถึงมีแม่มดใจร้ายหว่า
นิลอรหรี่ตาลงอย่างเหนื่อยหน่ายแล้วปรายหางตาพิฆาตมาสยบพ่อของลูก เขาเลอะเลือนไปแล้วหรือถึงได้บอกว่าซินเดอร์เรลล่ากินแอปเปิลพิษ ตาแก่สมองกลวงเอ๊ย!
“อะแฮ่ม! นั่นมันสโนว์ไวท์ไม่ใช่เหรอ” นิลอรเตือนความจำ
“ใช่!!” สองแฝดร้องขึ้นพร้อมกันเพื่อช่วยยืนยันคำชี้แจงของมารดา
“อ้าวเหรอ...แหะๆ สงสัยแด็ดดีทำงานมากไปเลยเบลอ เอ...รู้สึกว่าแด็ดดีจาหายใจไม่ค่อยออก โอ๊ย...สลบดีกว่า”
สองแฝดหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นบิดาแกล้งตายเพื่อให้พ้นความอับอายในคราวนี้ แล้วฝ่ายเจ้าเจคตัวดีก็โพล่งเรื่องสนุกของเขา ซึ่งผู้เป็นบิดาอยากจะกอดคอหอมแก้มแรงๆ สักสองสามที
“มามี้ต้องจุ๊บๆ แด็ดดีน้า ม่ายงั้นแด็ดดีม่ายฟื้นเจงๆ”
“ช่ายค่า! จุ๊บๆ ค่า มามี้จุ๊บๆ แด็ดดีสิค้า”
แฝดผู้น้องร้องเย้วๆ พร้อมกับปรบมือเปาะแปะเร่งเร้ามารดา
นิลอรอยากจะฆ่าคนที่นอนนิ่งๆ ยิ่งนัก เขายังนอนนิ่งให้ลูกๆ ได้เล่นสนุก
“ไม่เอาค่ะ มามี้ว่าเราได้เวลานอนแล้วนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปโรงเรียนสายนะคะ เข้านอนดีกว่า”
“ม่าย...มามี้ต้องจุ๊บๆ แด็ดดีก่อน ถ้าแด็ดดีม่ายฟื้นแล้วพุ่งนี้คายจาเล่านิทานให้เจสซี่ฟังค้า” หนูน้อยแสนงอนทำหน้าบึ้งขัดใจ นิลอรอยากจะถามกลับจริงๆ ว่าใครกันล่ะที่อ่านนิทานให้ฟังอยู่ทุกคืน ไม่ใช่เธอหรอกหรือ
“ก็ได้ๆ เจ้าตัวแสบสองตัวป่วนมามี้หนึ่งหนแล้วนะ มามี้แปะโป้งไว้ก่อน เดี๋ยวจะหาโอกาสทวงคืนทีหลังแน่ๆ” นิลอรย้ำกับลูกๆ ก่อนจะลุกขึ้นนั่งแล้วโน้มหน้าลงไปเพื่อประทับริมฝีปากกับคนที่หลับสนิท
“อ๊ากกก! เจคเขิน! ปิดตาสิเจสซี่ ปิดตา!”
เมื่อได้ยินแฝดผู้พี่สั่ง หนูน้อยเจสสิก้าก็เอามือปิดตาแน่น นิลอรเมื่อเห็นลูกน้อยปิดตาก็ผละออกจากใบหน้าของคนที่นอนอยู่ ทั้งที่ริมฝีปากเธอยังไม่ได้ประทับกับริมฝีปากเขา แต่ดูเหมือนว่าคนที่แกล้งสลบจะไม่ยอมให้ทำเช่นนั้น