“เมื่อคืนเป็นยังไงบ้างวะแก” หลังจากที่นั่งเรียนมานานหลายชั่วโมงในช่วงเช้า พอได้เวลาพักเที่ยงปุ๊บ ปาริสราก็รีบถามสาระทุกข์สุขดิบถึงความคืบหน้าเรื่องเมื่อคืนกับนิชาที่กำลังนั่งทานข้าวด้วยความหิวทันที
“ยังมีหน้าไปถามอีก ดูหน้าไอ้ชามันก่อนทำหน้าระรื่นยิ้มหน้าบานขนาดนี้คงสมหวังล่ะมั้ง” จอมทัพพูดประชดปาริสราขึ้น ด้วยความหมั่นไส้ที่อยากรู้อยากเห็นโดยไม่รู้จักสังเกตสีหน้าของเพื่อนตัวเองบ้างเลย
“นี่ไอ้จอมทัพ ใช้ตาไหนมองย่ะ ตาบนหรือตาตุ่ม แกมองยังไงว่าหน้าไอ้ชามันยิ้ม ฉันก็เห็นมันนั่งทำหน้าหงิกหน้างออยู่เนี่ย” จอมทัพเงยหน้ากลอกตาเล่นซ้ายทีขวาที บทจะโง่ก็โง่ขึ้นมาดื้อๆ เลยนะยัยลูกปลาเน่าเอ้ย
“นี่ไอ้ลูกปลา แกโง่จริงๆหรือแกล้งโง่กันแน่วะ ที่ฉันพูดไปทั้งหมดฉันประชดโว้ย...แกก็ดูหน้าไอ้ชามันดิ่ นั่งเหงาเหมือนหมาถูกเจ้าของทิ้งไปแบบนี้ แกยังมีหน้าไปถามมันอีกว่าเมื่อคืนเป็นยังไง ให้ฉันตอบแทนมันเลยก็ได้ว่าก็คงถูกสามีในอนาคตมันไล่ตะเพิดอีกตามเคย”
“จริงเหรอวะไอ้ชา”
“เออดิ เหมือนที่ไอ้จอมทัพมันพูดทุกอย่าง เพิ่มเติมคือเขายังไม่ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อห้าปีก่อน” พูดออกมาเสียงเศร้าก่อนจะตักข้าวเข้าปากกินต่อ
“อีตาพี่ธีร์ของแกนี่ก็เป็นคนยึดติดกับความหลังเนาะ เรื่องมันก็ผ่านมาตั้งห้าปีแล้วยังจะเก็บเอามาจำให้รกสมองอยู่อีก”
“ก็นั่นอ่ะดิ” จอมทัพมองหน้าปาริสรากับนิชาสลับกันไปมา นี่ยังมีเรื่องอะไรที่เขายังไม่รู้อีกเหรอวะ
“นี่พวกแกสองคนปิดบังอะไรฉัน มันยังมีอะไรที่ฉันยังไม่รู้อีกเหรอวะไอ้ชาไอ้ปลา เล่ามาให้ฉันฟังเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“ความเสือกนี่มันไม่เข้าใครออกใครจริงๆเลยนะ โดยเฉพาะแกไอ้จอมทัพ ไม่รู้สักเรื่องมันคงไม่ทำให้แกใจขาดตายหรอกมั้ง” ปาริสราพูดประชดประชันแดกดันจอมทัพด้วยความหมั่นไส้กับความอยากรู้อยากเห็นเกินเหตุนั้น
“ไม่ได้โว้ย คนอย่างจอมทัพอยากรู้ต้องได้รู้ ส่วนแกไอ้ปลานั่งหุบปากเงียบๆไปเลย...อ่ะไอ้ชา เล่ามา” นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้หรี่ตามองนิชาอย่างคาดคั้นแกมบังคับ คนถูกมองถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะส่งยิ้มหวานออกมาให้
“เอาไว้วันหลังแล้วกันนะแก วันนี้ฉันรีบต้องไปหาว่าที่สามีในอนาคตก่อน”
“เอ้า! ได้ไงวะไอ้ชา ฉันอยากรู้วันนี้แล้วก็ตอนนี้ด้วย” คนอยากรู้ถึงกับร้องโวยขึ้นด้วยความขัดใจ แต่นิชากับหาได้สนใจอาการโวยวายดีดดิ้นเหมือนเด็กๆที่อยากได้ของเล่นแล้วไม่ได้นั้นไม่กลับหัวเราะชอบอกชอบใจด้วยซ้ำที่แกล้งเพื่อนได้
“ไอ้ย! ไอ้จอม แกจะไปอยากรู้เรื่องของมันอะไรขนาดนั้น...แกก็อีกคนไอ้ชา เมื่อคืนก็ถูกเขาไล่กลับมาวันนี้แกก็ยังจะหอบหน้าด้านๆไปให้เขาไล่อีกเหรอวะ”
เอ่อ! เดี๋ยวนะ นิชานั่งกระพริบตาปริบๆ สมองประมวลผลคำพูดของปาริสราตกลงนี่เพื่อนของเธอเป็นห่วง สมน้ำหน้าหรือว่าอะไรกันแน่ แต่ช่างมันเถอะไม่ว่ายังไงเธอก็จะต้องไปหาว่าที่สามีของเธออยู่ดี
“คุณเพื่อนลูกปลาขา เคยได้ยินคำนี้มั้ยคะ ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก” ปาริสราทำหน้าเบื่อโลกขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินคำพูดตอบกลับมองนิชา
“จ๊ะๆๆ ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก แต่แกตื้อเข้ามานานมากแล้วนะ ระวังจะตายก่อนที่จะได้เขามาครอบครองล่ะ”
“อ้ายยย ไม่เอาไม่พูดแบบนี้นะคะคุณเพื่อน ฉันไปก่อนดีกว่าขี้เกียจพูดกับคนที่ไม่รู้จักความรักอย่างพวกแกสองคน ไปนะพรุ่งนี้เจอกัน” พูดจบก็ลุกเดินออกจากโต๊ะไปทันที
“เอาชีวิตรอดกลับมาให้ได้แล้วกันนะ” จอมทัพตะโกนไล่หลัง นิชาหันกลับมาถลึงตาใส่ยกมือขึ้นมาชี้หน้าเจ้าของคำอวยพรนั้นอย่างฝากเอาไว้ก่อน
รักบ้าน เอ็นจิเนียริ่ง เป็นบริษัทให้บริการเกี่ยวกับงานวิศวกรรมระบบประกอบอาคารครบวงจร ตั้งอยู่ย่านใจกลางเมือง เป็นบริษัทที่ไม่ได้ใหญ่โตมากนัก พนักงานทุกคนอยู่กันแบบครอบครัวเสียมากกว่าเจ้านายกับลูกน้อง เจ้าของบริษัทคือธนัตถ์และเพื่อนอีกหนึ่งคนที่ชื่ออคิณร่วมกันเปิดบริษัทแห่งนี้ขึ้นมา
นิชาเดินไปยิ้มไปพูดทักทายกับพนักงานทุกคนที่หญิงสาวเดินผ่านมา และพนักงานที่นี่ไม่มีใครไม่รู้จักนิชาเพราะหญิงสาวนั้นมาที่นี่แทบจะทุกวันทุกเวลาที่ว่างเลยก็ว่าได้ในตลอดระยะเวลาที่ตามจีบธนัตถ์ ดังนั้นนิชาจึงเปรียบเสมือนแขกประจำของบริษัทนี้ และความน่ารัก ยิ้มเก่ง มีสัมมาคารวะ จึงทำให้นิชาสนิทสนมกับทุกคนได้ไม่ยาก
“สวัสดีค่ะน้องน้ำชา วันนี้มาเร็วนะคะ” ประภาพนักงานคนหนึ่งเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นนิชาเดินเข้ามาในบริษัท คนถูกทักรีบยกมือขึ้นไหว้ทันทีด้วยรอยยิ้ม
“สวัสดีค่ะพี่ภา พอดีวันนี้ชามีเรียนแค่ช่วงเช้าช่วงบ่ายเลยว่างค่ะ ก็เลยแวะมาหาพี่ธีร์ แล้วนี่พี่ธีร์ยุ่งอยู่มั้ยคะ”
“คุณธีร์คุยงานกับคุณเรย์อยู่ในห้องค่ะ แต่เดี๋ยวอีกสักพักก็น่าจะเสร็จแล้วล่ะค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นชานั่งรอพี่ธีร์อยู่แถวนี้ก่อนก็ได้ค่ะ”
“เอาเครื่องดื่มอะไรมั้ย เดี๋ยวพี่ไปเอามาให้”
“ไม่เป็นไรเลยค่ะพี่ภา ขอบคุณนะคะ”
“จ้า งั้นพี่ขอตัวก่อนนะ”
“ค่ะ สวัสดีค่ะ” นิชายกมือไหว้ลาประภาอีกครั้ง ประภาก็ได้แต่ยิ้มรับในความน่ารักและมีมารยาทของหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะเดินแยกออกไป เมื่อประภาแยกตัวออกไปแล้วนิชาเลยเดินมานั่งที่โซฟาที่ใช้สำหรับรับรองลูกค้าเพื่อรอธนัตถ์ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเพื่อรอเวลาไปเรื่อยๆ
“สวัสดีครับน้องน้ำชาคนสวย” เสียงทุ้มที่เอ่ยทักทายอยู่ตรงหน้าทำให้นิชาต้องละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองเจ้าของเสียงนั้น ก่อนจะส่งยิ้มไปให้เป็นการทักทายพร้อมกับลุกยืนขึ้นยกมือไหว้ชายหนุ่มตรงหน้า
“สวัสดีค่ะพี่เรย์” เรย์หรืออคิณยกมือขึ้นรับไหว้ด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
“มาหาไอ้ซาตานหรือไงเรา” นิชารีบยกมือขึ้นมาทำท่าจุ๊ปากทันที เพราะคนที่อคิณเรียกว่าซาตานกำลังเดินตีหน้ายักษ์ตรงมาที่เธอกับอคิณยืนอยู่ และฉายาซาตานนั้นมีเธอแค่อคิณเท่านั้นที่รู้ว่าหมายถึงใคร
“เบาๆ ค่ะพี่เรย์ มาแล้วค่ะ” อคิณถึงกับยิ้มขำเมื่อเห็นท่าทางของนิชา
“กลัวมันมาได้ยินหรือไง”
“โถ่พี่เรย์ ขนาดไม่ได้ยินก็ตีหน้ายักษ์ใส่ชาขนาดนี้ถ้าได้ยินมีหวังชาคงถูกฉีกอกตายแน่ๆ” นิชากระซิบกระซาบพูดตอบกลับมาเพราะคนที่พูดถึงกำลังเดินใกล้เข้ามาทุกที
“ขนาดกลัวตายก็ยังตามมันมาได้ตั้งนานสองนาน”
“ก็ชารักของชานี่คะ เนาะพี่ธีร์เนาะ” หันมาพูดกับคนที่เพิ่งเดินมาถึงพร้อมกับใบหน้ามึนตึงนั้นทันที
“ไอ้เรย์ รายละเอียดงานคิกออฟเมื่อวานที่กูขออ่ะได้หรือยัง” ไม่ได้สนใจหญิงสาวที่ยืนส่งยิ้มมาให้แต่อย่างใด ทำเหมือนไม่มีตัวตนอย่างไรอย่างนั้น ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติที่นิชาเจอเป็นประจำอยู่ทุกครั้งอยู่แล้วก็เลยไม่ได้รู้สึกเคอะเขินหรือเสียหน้าแต่อย่างใดกับท่าทางไม่สนใจนั้น ส่วนอคิณก็ได้แต่ส่ายหน้ากับท่าทางเฉยเมยที่เจ้าเพื่อนตัวดีแสดงออกมาต่อหญิงสาวหน้าตาน่ารักนิสัยดีที่เป็นขวัญใจของทุกคนในบริษัท และทุกคนก็ยังเอาใจช่วยว่าเมื่อไหร่นิชาจะสามารถพิชิตหัวใจของเจ้านายหนุ่มอย่างธนัตถ์ได้เสียที
“ไอ้นี่ รีบจริงโว้ยเดี๋ยวเอาไปให้...งั้นพี่ไปทำงานก่อนนะน้องชา เดี๋ยวไอ้ธีร์มันจะกินหัวพี่เอา”
“ค่ะ”
“ทำไมไม่ไปเรียน ว่างมากหรือไง” เมื่ออคิณเดินออกไปแล้ว คนหน้ายักษ์ก็หันมาถามเสียงห้วนเหมือนจะหาเรื่องหญิงสาวอย่างไรอย่างนั้น
“วันนี้ชามีเรียนแค่ช่วงเช้าค่ะ ก็เลยแวะมาหาพี่ธีร์” เอ่ยตอบกลับมาเสียงสดใส แต่คนฟังถึงกับถอนหายใจออกมา เพราะนั่นก็แสดงว่าตลอดช่วงบ่ายวันนี้เด็กคนนี้ก็ต้องมาคลุกอยู่กับเขาที่ออฟฟิตอย่างแน่นอน
“ไม่มีเรียนก็กลับบ้านไปดิ จะแวะมาหาทำไม ฉันมีงานมีการต้องทำไม่ว่างมาเล่นด้วยหรอกนะ” พูดจบก็หันหลังเดินตรงไปยังห้องทำงานของตัวเองไปโดยไม่สนใจนิชาเลยสักนิดว่าจะยังอยู่ที่เดิมหรือไปไหนแล้ว
“ชาก็ไม่ได้ให้พี่ธีร์มาเล่นกับชาสักหน่อย ชาแค่แวะเอากำลังใจมาให้เฉยๆ” นิชารีบสาวเท้าเดินตามร่างสูงของธนัตถ์มาติดๆ แต่ก็ต้องเบรคหัวทิ่มหัวตำเมื่อคนที่เดินอยู่ตรงหน้าหยุดเดินกะทันหันแต่ก็เบรคไม่ทันชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างนั้นจังๆ
“โอ้ย!! พี่ธีร์ จะหยุดทำไมไม่บอกล่ะ” บ่นออกมาเบาๆพร้อมกับยกมือขึ้นมาลูบหน้าผากตัวเองด้วยความเจ็บ
“ซุ่มซ่ามเอ้ย” หันมาพูดด้วยความรำคาญ ก่อนจะเปิดประตูห้องทำงานของตัวเองเข้าไป
เอ้า! นิชาอ้าปากค้างพะง้าบๆ เมื่อถูกอีกคนต่อว่า แต่เดี๋ยวนะ เมื่อกี้เธอเดินของเธอมาดีๆเลยนะ เขาต่างหากที่หยุดเดินกะทันหันทำให้เธอต้องชนกับเขา อยากจะตะโกนเถียงออกไปใจจะขาด แต่สุดท้ายก็ต้องกลืนคำพวกนั้นหายเข้าไปในลำคอ นิชา! เขาคือว่าที่สามีของแกในอนาคตนะ เพราะฉะนั้นเขาจะต้องไม่ผิด แกต่างหากที่ผิด เออ แกผิดยัยน้ำชา เฮ้อ! บอกแล้วไงว่าเป็นนิชามันไม่ง่ายเลยสักนิด
นิชาถอนหายใจออกมาอย่างปลง ๆก่อนจะเปิดประตูตามธนัตถ์เข้าไปในห้อง ก็เห็นธนัตถ์กำลังนั่งตรวจแบบอยู่บนโต๊ะทำงาน
“พี่ธีร์ทานข้าวเที่ยงหรือยังคะ ถ้ายังเดี๋ยวชาไปซื้อมาให้ นี่ก็จะบ่ายโมงแล้วนะคะ”
เงียบ...ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก เอาว่ะ ต่ออีกสักรอบเพื่อจะมีสัญญาณอะไรตอบกลับมาบ้าง
“พี่ธีร์ เงยหน้ามาตอบชาก่อนได้มั้ยคะ ชาเป็นห่วงนะคะเนี่ย” ก็ยังคงเงียบอีกเช่นเคย นิชาเลยแกล้งถอนหายใจออกมาดัง ก่อนจะเดินมานั่งลงที่โซฟา พร้อมกับกดโทรศัพท์หากองกำลังหนุนที่สำคัญที่สุดของเธอ
“สวัสดีค่ะคุณป้า” พูดเสียงดังฟังชัดเพื่อต้องการให้คนที่นั่งนิ่งเห็นเธอไม่มีตัวตนมาสนใจพร้อมทั้งเปิดสปีกเกอร์โฟนอีกด้วย และก็ดูจะได้ผล เมื่อธนัตถ์เงยหน้าขึ้นมามองด้วยความไม่พอใจ เพราะรู้ดีว่านิชากำลังจะทำอะไร ร้าย! จริงๆ ยัยเด็กคนนี้ ให้มันได้อย่างนี้สิ
(สวัสดีจ๊ะหนูน้ำชา) ปลายสายตอบรับกลับมาด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและดีใจจนทั้งคู่รู้สึกได้ และธนัตถ์ก็อดหมั่นไส้แม่ตัวเองไม่ได้กับน้ำเสียงที่ดีอดดีใจนั้น
“คุณป้าทำอะไรอยู่คะ ชาคิดถึ๊งคิดถึงคุณป้าค่ะ” นิชาก็ยังคุยไปยิ้มไปโดยไม่ได้สนใจสายตาดุๆที่มองมานั้นเลยสักนิด
(ป้ากำลังทำขนมอยู่จ๊ะ เย็นนี้น้ำชามาหาป้ามั้ยลูกมาเอาขนมไปฝากป๊ากับม๊าหนูด้วย เดี๋ยวป้าให้พี่ธีร์ไปรับ) ธนัตถ์ถึงกับวางดินสอที่อยู่ในมือลงทันทีพร้อมกับถอนหายใจออกใจเฮือกใหญ่
ให้มันได้อย่างนี้สิแม่เขา จะเอาอกเอาใจอะไรกันหนักหนา รู้ทั้งรู้ว่าลูกชายตัวเองไม่ชอบยังจะไปสนอกสนใจยัยเด็กแก่แดดคนนี้อยู่ได้ คิดแล้วพาลอารมณ์เสียหงุดหงิดขึ้นมาดื้อๆ
“มันจะดีเหรอคะคุณป้า เดี๋ยวพี่ธีร์ก็ว่าชาว่าไปออเซาะคุณป้าอีก ชาไม่อยากมีปัญหา” พูดเสียงเศร้าแต่หน้าตากับยิ้มระรื่นออกมาด้วยความดีใจ จนธนัตถ์ถึงกับถลึงตาใส่ หึ! ใครบอกว่ายัยเด็กนี่น่าสงสาร ดูเอาเลยเวลาอยู่กับเขาสองคนน่าสงสารซะที่ไหน น่าหมั่นไส้จนอยากจะจับมาหักคอซะด้วยซ้ำ
(โถ่ หนูน้ำชาของป้า เอาอย่างนี้นะลูกเดี๋ยวป้าจะโทรไปบอกพี่เขาให้) นิชานั่งยิ้มแป้นออกมาอย่างคนชนะผิดกับธนัตถ์ที่นั่งแขกเขี้ยวใส่
“แต่ว่า...”
(ไม่มีแต่จ๊ะ งั้นแค่นี้ก่อนนะลูก เดี๋ยวป้าโทรไปบอกพี่ธีร์ก่อน” ฉับ! สายถูกตัดไปในทันที นิชาส่งยิ้มหวานมาให้ธนัตถ์อย่างเหนือกว่า และไม่นานเกินรอเสียงโทรศัพท์มือถือของธนัตถ์ก็ดังขึ้นซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครเป็นคนโทรเข้ามา
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------