เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เดินตามหลังฉันมา ทำให้ฉันต้องเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นขณะที่หัวใจก็เต้นแรงโครมคราม พอฉันชะลอฝีเท้าลง คนที่เดินตามหลังก็ทำตาม ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่รีบหันหลังกลับไปดูก็เห็นเป็นผู้ชายคนนั้น นายโรคจิตเตชินทร์นั่นเอง
“นายจะเดินตามฉันทำไม” ลีอาพูดกระชากเสียงใส่เขาด้วยความไม่พอใจ พอตั้งท่าจะเดินหนี เขาก็เดินมาขวางทางไว้
“นาย? ฉันเป็นรุ่นพี่เธอนะ ไหนเรียกใหม่ซิ” เตชินทร์ยกยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินสรรพนามใหม่ที่เธอใช้เรียกเขาพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ เธอ
“พะพี่เลิกยุ่งกับฉันสักทีได้ไหม” เธอพูดออกไปเบาๆ พยายามจะเบี่ยงตัวหลบและพยายามเดินเลี่ยงเขาไปอีกทางแต่ก็โดนคนตัวโตบังไว้มิด
“จะกลับบ้านเหรอ ฉันไปส่งไหม?”
“ไม่ ฉันจะกลับเอง หลีกทางด้วยค่ะ” เธอพูดเสียงดังขึ้น ยิ่งเห็นเขาทำหน้ามึนใส่ก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดมากกว่าเดิม
“ฉันจะไปส่ง”
“ไม่”
“จะยอมไปด้วยกันดีๆ ไหม” ชินเอื้อมมือขึ้นมาจับแขนเธอไว้แน่น
“พี่ชิน!!” ลีอาเรียกเขาเสียงดังขึ้นพยายามสะบัดมือเขาออกแต่ก็เขาก็ยังไม่ยอมปล่อย เธอหันไปมองรอบๆ ตัวกลัวจะมีใครมาเห็นแม้เธอจะเดินออกมาจากคณะแล้วก็ตาม
“ถ้าไม่ยอมไปก็ยืนอยู่แบบนี้แหละ”
“ฮึ่มม..ปะไปก็ได้” เธอสะบัดเสียงตอบและทำหน้าหงิกหน้างอด้วยความไม่พอใจ ขยับเท้าจะก้าวไปข้างหน้าต่อแต่ก็ต้องชะงักเมื่อมือเขาดึงรั้งต้นแขนของเธอไว้
“…”
“จะไปไหน? รถจอดอยู่ที่ด้านหลังคณะ”
“…” ลีอาพยักหน้าตอบเขา สายตามองตามแผ่นหลังของคนตัวสูงที่เดินนำไปก่อนแล้ว เธอรีบสาวเดินตามเขาไปเงียบๆ
บรรยากาศในรถที่เงียบเชียบสร้างความอึดอัดให้เธอไม่น้อย ลีอาชำเลืองสายตามองดูใบหน้าด้านข้างของเตชินทร์อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเบือนสายตาหนีเมื่อเขายกยิ้มมุมปากพร้อมกับหันมามองหน้าเธออย่างรู้ทัน
“เลี้ยวซอยนี้ เอ่อ..บ้านหลังสีขาวหลังนั่นค่ะ”
“อยู่กับอาพิมพ์แค่สองคนเหรอ?” เขามองตามมือเล็กที่ชี้บอกทาง สายตามมองบ้านหลังสีขาวสองชั้นขนาดกลางๆ ที่ตั้งอยู่เกือบท้ายซอย
“…”
รถยนต์หรูเคลื่อนมาหยุดจอดตรงหน้าบ้าน เตชินทร์หันมามองหน้าคนตัวเล็กที่นั่งนิ่งไม่ยอมพูดอะไร แถมยังทำเมินเขาอีก ดูอาการเธอก็รู้ว่าไม่ค่อยชอบหน้าเขาสักเท่าไหร่ยังไม่ทันจะพูดถามอะไรต่อร่างบางก็รีบเปิดประตูรถออกไปโดยที่ไม่เอ่ยขอบคุณอะไร พอเห็นแบบนั้นเขาก็เปิดประตูรถออกและเดินตามเธอไปทันที พอลีอาเห็นว่าชายหนุ่มเดินตามมาก็รีบปิดประตูรั้วหน้าบ้านทันที
“หึ..เธอจะกลัวอะไรฉันขนาดนั้น อุตส่าห์ขับรถมาส่ง ขอบคุณสักคำก็ไม่มี” เตชินทร์มองหน้าเธอเขม็งเมื่อคนตัวเล็กสะบัดหน้าหนีและเตรียมตัวจะเข้าไปในบ้านโดยที่ไม่สนใจคำพูดเขาเลยสักนิด
“ฉันจะบอกอาพิมพ์ว่าเธอทำกิริยาท่าทางแบบนี้ใส่ฉัน แม่เธอต้องไม่พอใจแน่ๆ ”
ร่างบางสะดุดกึกก่อนจะหันหน้ามาจ้องหน้าเขาเขม็ง ผู้ชายคนนี้ตั้งใจจะกวนประสาทเธอ ทำไมเขาต้องคอยตอแยเธอด้วยนะ เพราะฉันรู้เรื่องของเขากับพี่มิล่าเหรอไง พอคิดได้แบบนั้นเธอก็พ่นลมหายใจออกมาแรงๆ
“ขอบคุณค่ะ”
“ฉันหิวน้ำ..อยากดื่มน้ำเย็นๆ ”
“ดะเดี๋ยวไปเอามาให้”
“ฉันอยากเข้าห้องน้ำด้วย”
“ฮึ้ย!! เรื่องมากจริง” ลีอาบ่นพึมพำออกมาด้วยความรำคาญ ร่างบางเดินไปไขกุญแจประตูรั้วบ้านออกและเปิดประตูให้ชายหนุ่มเดินเข้ามาในบ้าน
ชายหนุ่มเดินตามคนตัวเล็กเข้ามาในบ้าน รอยยิ้มกระตุกขึ้นบนริมฝีปาก สายตามองไปรอบๆ บริเวณบ้านก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านของเธอ เขากวาดสายตามองสำรวจภายในบ้านที่จัดไว้เป็นระเบียบเรียบร้อยก่อนจะเดินไปหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาสีเขียวมิ้นตรงมุมห้อง บรรยากาศภายในบ้านที่เงียบสนิททำให้เตชินทร์รู้ได้ทันทีว่าพวกเธออยู่กันแค่สองคนแม่ลูกเท่านั้น
สักพักคนตัวเล็กก็เดินถือขวดน้ำเย็นออกมาจากในบ้าน เขาอมยิ้มขำๆ กับสีหน้าหงิกงอของลีอา ดูก็รู้ว่าเธอคงอย่างไล่เขากลับเต็มที
“อาพิมพ์ยังไม่กลับเหรอ”
“….ยังค่ะ พี่ดื่มน้ำเสร็จแล้วก็กลับเลยได้ไหม”
ลีอาชะงักคอแข็งไปกับคำถามของเขา ถ้าเป็นคนอื่นพูดเธอคงไม่รู้สึกอะไรแต่ไม่ใช่กับผู้ชายคนนี้ เขาถือเป็นบุคคลอันตรายสำหรับเธอและควรอยู่ให้ห่างจะดีที่สุด เธอรู้สึกไม่สบายใจแถมยังรู้สึกกลัวเขาด้วย ขนาดคืนนั้นเขายังกล้าลวนลามเธอเลย แล้วตอนนี้ก็ยังต้องมาอยู่ในบ้านสองต่อสองกับเขาอีก เธอก็ไม่รู้ว่าแม่จะกลับมากี่โมงเพราะช่วงนี้แม่กลับบ้านดึกมาเกือบๆ อาทิตย์แล้วเพราะต้องอยู่ทำโอที
เตชินทร์วางขวดน้ำลงบนโต๊ะก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้นยืน เขาสาวเท้าเดินเข้าหาเธออย่างช้าๆ ขณะที่หญิงสาวก็ผละตัวออกและเดินถอยร่นไปข้างหลังเรื่อยๆ ดวงตากลมโตนั้นสั่นระริกด้วยความกลัว แค่เห็นแบบนั้นเขาก็รู้สึกใจเต้นแบบแปลกๆ พยายามกลั้นขำเต็มที่ขณะที่โน้มใบหน้าเข้าไปหาคนตัวเล็กที่เดินถอยร่นจนแผ่นหลังติดผนังห้อง พลางยกมือข้างหนึ่งออกมายันผนังไว้เมื่อเธอทำท่าจะเบี่ยงตัวออกห่าง ลมหายใจร้อนเป่ารดตรงซอกคอของเธอจนรู้สึกขนลุกขนพองขณะที่หัวใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นส่ำ ลีอาเงยหน้าขึ้นจ้องหน้าเขาเขม็ง ตอนนี้ใบหน้าเขาอยู่ห่างจากเธอแค่คืบเท่านั้น
“พะพี่ชินจะทำอะไร” เธอพูดเสียงสั่น
“พี่..ปวดฉี่ ห้องน้ำไปทางไหน?” เขากระซิบแผ่วเบาที่ข้างใบหูเล็ก
“ตะตรงมุมห้อง” เธอรีบพูดตอบทันที
“อืม” เตชินทร์ยกยิ้มมุมปาก เขาขยับตัวออกหาจากเธอก่อนจะเดินตรงไปห้องน้ำ
หญิงสาวมองตามหลังชายหนุ่มไป มือเล็กยกขึ้นมากุมหน้าอกไว้เบาๆ ตอนนี้หัวใจของเธอเต้นแรงมากแถมใบหน้ายังร้อนผ่าวไปหมด ตอนแรกเธอคิดว่าเขาจะจูบเธอแต่ก็ยังดีที่เขาไม่ได้ทำอะไรแบบที่เธอคิด
‘…ผู้ชายคนนี้จงใจจะแกล้งและปั่นหัวฉันเล่นชัดๆ เขาเป็นคนที่นิสัยแย่จริงๆ ...’ ฉันคิดในใจขณะที่รีบเดินออกมาจากตรงนั้น
ลีอาไม่ได้สนใจว่าเขาจะเดินออกมาจากห้องน้ำตอนไหน ร่างบางรีบเปิดประตูห้องออกและไปยืนรอตรงด้านนอกของบ้าน ขืนเธอยังอยู่ในบ้านกับเขาอีกมีหวังคงจะโดนทำมิดีมิร้ายแน่นอน
“มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ เผื่อแผ่เลือดให้ยุงกินเหรอ?” เตชินทร์อมยิ้มขำๆ เมื่อเห็นคนตัวเล็กทำหน้ามุ่ยยืนตบยุงอยู่หน้าบ้าน
“เมื่อไหร่พี่จะกลับ”
“หิวข้าว” เตชินทร์ทำหน้ามึนใส่คนตัวเล็ก เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมามองดูเวลาและกดหาเบอร์โทรเพื่อจะสั่งอาหาร
“ก็ไปกินสิ”
“สั่งอาหารมากินกัน ฉันหิวแล้ว หึ..จะยืนให้ยุงมันกัดอยู่แบบนั้นก็ตามใจ” เขาเดินหันหลังกลับเข้าไปในบ้าน รอยยิ้มกระตุกขึ้นมุมปากเมื่อได้ยินเสียงของคนตัวเล็กบ่นพึมพำพร้อมกับเดินตามหลังเขามา
สุดท้ายฉันก็ต้องจำใจนั่งทานข้าวกับผู้ชายคนนี้จนได้ ระหว่างนั้นก็มีสายโทรเข้าเครื่องของเขาไม่หยุดจนเขาต้องกดปิดเสียงและก็นั่งทานข้าวต่อจนอิ่ม เกือบสองทุ่มเขาก็กลับออกไปจากบ้าน ฉันไม่เข้าใจการกระทำของผู้ชายคนนี้เลย ฉันถอนหายใจออกมาแรงๆ ด้วยความหงุดหงิดใจและเดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อทำธุระส่วนตัวของตัวเอง