เชสตะโกนด่าคนคันที่ดูเหมือนจะจอดติดไฟแดงพอดี พอเห็นเชสด่าสาดเสียเทเสีย ด่ากราดแบบหยาบคายขนมาหมดทุกอย่าง ประตูฝั่งคนขับก็เปิดขึ้นเป็นร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่งที่อายุน่าจะสามสิบนิดๆ
“ทำไม มีปัญหาหรือไง”
“เออ! กูมีปัญหา มึงแหกตาดูดิ ขับรถเร็วขนาดนี้มึงรีบไปตายหรือไง”
“เชส ใจเย็นๆ” คว้าต้นแขนแกร่งเอาไว้ จนคนที่เดินผ่านไปมามองพวกเราด้วยสีหน้าตกใจ
“คนมันไม่เห็นนี่หวา”
“ไม่เห็นพ่อมึงดิ น้ำขังจนจะท่วมอยู่แล้ว มึงมีตาปะ”
“ไอ้เด็กเหี้ยนี่มึงอยากโดนหรือไง?”
“ก็เอาดิ” เชสใช้มือซ้ายคว้าคอเสื้อของผู้ชายคนนั้นจนหน้าถอดสีทันที เนื่องจากเขาเตี้ยกว่าเชสมากส่งผลให้เชสดูตัวใหญ่มากจนฉันดึงต้นแขนเขาไว้ไม่ให้ทำร้ายร่างกายกัน
“เชสพอเถอะ ฉันไม่ได้เป็นอะไร”
“ขอโทษเธอซะ ไม่งั้นฟันมึงร่วงหมดปากแน่!”
“ขะ ขอโทษ” ส่งยิ้มแห้งๆ ไปให้ผู้ชายคนนั้นที่เอ่ยปากขอโทษแบบหวาดกลัว พอเชสได้ฟังถึงจะไม่พอใจก็ยอมปล่อยมือออกจากคอเสื้อของผู้ชายคนนั้น ไม่วายเขาก็ยังคงไม่หยุด “เด็กช่างนี่ต่ำทรามกันทุกคนจริงๆ”
“มึงว่ายังไงนะไอ้สัตว์!” ราวกับเชสได้ยินเต็มสองหู เขาถึงกับโมโหจนเลือดขึ้นหน้า หันไปมองกลุ่มเพื่อนของเขาที่เดินออกมาจากร้านกาแฟเตรียมพร้อมที่จะทำร้ายร่างกายผู้ชายคนนี้ “มึงพูดอีกทีดิ”
“อย่านะเชส ปล่อยเขาไปเถอะ” เป็นอีกครั้งที่ฉันห้ามปรามเขา “ฉันขอร้อง อย่ามีเรื่องเลย”
“...”
“อาจจะมีตำรวจอยู่แถวนี้ก็ได้ พวกนายอย่าก่อเรื่องเลย ฉันขอ” ใบหน้าหล่อเหลากัดสันกรามตัวเองแน่น ก่อนจะลอบมองผู้ชายคนนั้นที่รีบวิ่งหนีหางจุกตูดและขับรถไปอย่างรวดเร็วเพราะเกรงกลัวกับกลุ่มของเชส ไม่ใช่อะไรนะฉันเห็นตำรวจอยู่ไกลๆ ขืนเชสกับเพื่อนรุมกระทืบเขามันอาจจะไม่จบตรงนี้ แต่ไปจบที่สถานีตำรวจแทนน่ะสิ
“ครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่ไอ้เชสไม่ยกตีนถวายให้กับคนที่มาหาเรื่อง” เพื่อนของเชสแซวพลางยิ้มขำ “แต่ก็นะ มันไม่ใช่คู่อรินี่หว่า ทำไปก็เท่านั้น”
“เออ” เชสตอบเพื่อนที่หมุนตัวกลับเข้าไปในร้านกาแฟตามเดิม ส่วนฉันก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “ความจริงเราชอบนะที่เสื้อนักศึกษาเธอแนบเนื้อขนาดนี้”
“อะ อะไรนะคะ!” พอเชสพูดจบฉันก็รีบก้มมองเสื้อนักศึกษาของตัวเองที่แนบเนื้อจนเห็นบราเซียสีดำ รีบเอามือปิดหน้าอกตัวเองจนเชสหัวเราะออกมา มองค้อนคนตัวสูงที่ถอดเสื้อช้อปสีกรมท่าของตัวเองออกและคลุมให้ฉัน
“ใส่ซะ” ฉันได้แต่มองใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้สวมเพียงแค่เสื้อยืดสีดำตัวเดียวเท่านั้น พอมองเสื้อช้อปสีกรมท่าที่คลุมตัวก็รีบสวมใส่ทันทีซึ่งมันตัวใหญ่กว่าฉันมากเลยนะ “ค่อยเอามาคืนเราก็ได้”
“ขอบคุณนะคะ” คนตัวสูงลอบอมยิ้มและโบกมือเรียกรถแท็กซี่ให้ จากนั้นก็เปิดประตูด้านหลังให้ฉันที่ก่อนจะขึ้นรถก็หันไปสบตากับเขา “เดี๋ยวซักมาคืนให้นะ”
“โทรหาเราก็แล้วกัน”
“อืม”
เมื่อขึ้นรถแท็กซี่เรียบร้อยฉันก็ลอบมองเชสที่โบกมือให้ ขณะที่รถเคลื่อนตัวออกไปไกล ฉันก็หลุบสายตามองเสื้อช้อปสีกรมท่าที่แขนเสื้อยาวเลยข้อศอกและชายเสื้อก็เช่นเดียวกัน เชสเองก็... ไม่ใช่เด็กช่างที่เลวร้ายอะไร แค่นิสัยใจร้อนของเขาที่มันน่ากลัวมากๆ เหมือนกับคิงเลย สองคนนี้มีอะไรคล้ายกันมากยกเว้นก็แต่เรื่องนิสัยหรือคำพูดที่เชสจะแสดงออกมาได้ดีกว่า พอนึกถึงคิงฉันก็หยิบมือถือขึ้นมาดูปรากฏว่าไร้ซึ่งการตอบกลับใดๆ เฮ้อ ฉันควรเลิกคาดหวัง!
มาถึงหน้าอู่ซ่อมรถก็เย็นมากแล้ว ฝนก็ตกโปรยปรายลงมาอีกรอบ ตอนนี้อู่ของพ่อยังไม่ปิดและมีช่างยังทำงานอยู่หลายคน รวมไปถึงพวกแต้งท์ คนแรกที่เห็นฉันเดินเข้ามาก็คือแต้งท์ที่ฉีกยิ้มทักทายหากแต่ว่าพอมองมาที่เสื้อช้อปเขาก็ขมวดคิ้วอย่างฉงนใจ
“ผิง เธอไปเอาเสื้ออะไรมาสวม” คำถามของแต้งท์ทำให้ฉันลอบกลืนน้ำลาย คิดว่าพวกเขาจะไม่มาทำงานแล้วซะอีก
“เสื้อช้อปของใคร?”
“!”
ฉันถึงกับนิ่งไปทันทีเมื่อได้ยินเสียงคุ้นหูที่แสนเย็นชา จำต้องค่อยๆ หันกลับไปมองร่างสูงของคิงที่ในมือถือไขขวงอยู่ มือทั้งสองเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมันไม่เว้นแม้แต่เสื้อช้อปสีเทาของตัวเอง หากแต่ว่าเขากลับเพ่งเล็งมาที่ฉันจนคิดหาคำพูดแก้ตัวไม่ถูกเลยทีนี้
*----------------------------------------------------------*