ร่างบอบบางทว่ากลับมีส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจนอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีขาว ยืนมองวิวในยามราตรีบนชั้นยี่สิบ ภายในคอนโดหรูของตัวเอง
สายตาของหญิงสาวทอดมองไปเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย ทั้งที่สมองกำลังทำงานอย่างหนัก เพราะคิดถึงประโยคของคิมหันต์ที่กล่าวออกมา เมื่อหลายวันก่อน
ถ้าเธอไม่อยากเป็นเหมือนผู้หญิงรักสนุกพวกนั้น มีอีกหนึ่งทางเลือกคือ...เป็นเด็กเลี้ยงของฉัน
ฉันจะไม่เอาเปรียบเธอฟรีๆ แต่ฉันจะเลี้ยงดูเธอเหมือนเด็กเสี่ยคนหนึ่ง แต่กฏของเด็กเสี่ยคือห้ามโทรจิก โทรตาม แสดงความเป็นเจ้าของ ห้ามทำตัวงี่เง่าน่ารำคาญ และที่สำคัญที่สุดที่เธอต้องทำให้ได้คือ... ห้ามปล่อยให้ตัวเองท้องเพื่อจับฉัน ถ้าตกลงก็ไปฝังยาคุมซะ อ๋อ! และเธอห้ามให้แก้มใสรู้เรื่องนี้เด็ดขาด
แกร่ก
เสียงประตูห้องน้ำถูกเปิดออกจากบุคคลที่อยู่ด้านใน ดึงความคิดของหนูดาให้หยุดลง หันไปมองคนที่เดินออกมาในชุกคลุมสีขาวไม่ต่างกัน
ใช่!
เธอตัดสินใจเป็นเด็กเลี้ยงของคิมหันต์ เธอยอมรับเงื่อนไขที่เขาตั้งไว้ด้วยความยินดี แม้จะไม่เต็มใจแต่กลับมีความถือดีอยากเอาชนะ
เพราะคิดว่าสักวัน เธอจะทำให้พ่อเพื่อนกลายมาเป็นพ่อของลูกเธอได้อย่างแน่นอน
ร่างบางเดินเข้าไปในหาร่างสูงที่ยืนอยู่ปลายเตียง วงแขนเล็กสวมกอดเอวสอบไว้ สายตาทอดมองคิมหันต์ด้วยความรัก ที่มีความต้องการอย่างมากล้น
“เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทัน” เสียงเข้มเอ่ยบอก ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมองใบหน้าของเพื่อนลูกสาว ด้วยสายตาเฉยชาไร้ความรู้สึก
เพราะถูกแม่ของแก้มใสหักหลังไปมีชู้ คิมหันต์จึงไม่คิดเปิดใจให้ใคร เลี้ยงลูกสาวมาเพียงคนเดียว ตั้งแต่ลูกสาวอายุได้ห้าขวบ หากมีอารมณ์ก็ซื้อกินแค่นั้น ไม่คิดหาห่วงมาคล้องคอหรือทำให้เกิดปัญหาระหว่างแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยง
“ไม่มีความจำเป็นที่ดาต้องเปลี่ยนใจค่ะ เพราะกว่าที่หนูจะได้อยู่กับป๋าคิมแบบนี้ หนูรอมาตั้งสี่ปี”
“ป๋าคิม?”
“ใช่ค่ะ ก็คุณพ่อบอกเองว่าจะให้หนูอยู่ในสถานะเด็กเสี่ย แต่เสี่ยมันดูแก่ไปไม่เหมาะกับคุณพ่อ หนูก็เลยให้คุณพ่อเป็นป๋าคิมดีกว่า”
“เธอจะทำอะไรก็เรื่องของเธอ แต่จำเอาไว้ว่าอย่าล้ำเส้นเข้ามาในพื้นที่ของฉันเด็ดขาด”
“ค่ะ” ไม่พูดเปล่ายังเขย่งปลายเท้าขึ้นหอมแก้มสากเสียด้วยซ้ำ
คิมหันต์ยกยิ้มมุมปาก ตวัดวงแขนรัดเอวบางเข้าแนบกาย จนหนูดาสัมผัสได้กับอะไรบางอย่างที่แนบชิดกับหน้าท้องของเธอ และเธอก็ไม่ได้โง่ถึงขนาดไม่รู้ว่ามันคืออะไร
“มันตื่นตัวแล้วเหรอคะ”
“สงสัยมันจะตื่นเต้นกับกลิ่นใหม่”
“งั้นหนูขอดูหน่อยนะคะ”