รถยนต์คันโก้ที่แล่นเข้ามาจอดบริเวณด้านหน้าเรือนใหญ่ทำให้สตรีสูงวัยที่นั่งอยู่ในศาลากลางสวนหันมอง ใบหน้าที่ยังคงเค้าความสวยอยู่มากระบายไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะปรายตามองเจ้าของร่างแบบบางที่กำลังจัดเตรียมสำรับอาหารกลางวัน
“จัดเพิ่มอีกชุดนะฟอง ป้าจะเชิญหนูอากาศรับข้าวแช่ด้วย”
“ค่ะคุณป้า”
ฟองจันทร์ก้มศีรษะรับคำจากน้ำเสียงปรานีของแม่เลี้ยงพราวพิลาศ
ดวงตาสวยหวานมองแต่เพียงจานอาหารตรงหน้า ไม่ได้แสดงทีท่าใดใดที่บอกว่าไม่พอใจ ก่อนจะละมือจากจานอาหารที่กำลังจัดเตรียม พร้อมกับถอยร่นลงไปอีกด้านหนึ่งของศาลา ทันก่อนที่เจ้าของเรือนร่างสูงโปร่งจะลงมาจากรถ
ทว่าแค่พ้นแนวพุ่มไม้ที่เป็นเสมือนเครื่องกำบัง ดวงตาสวยหวานของฟองจันทร์กับเจือไปด้วยหยาดน้ำ แต่เพียงชั่วครู่เท่านั้น เปลือกตาสวยก็กะพริบถี่ขับไล่น้ำเจิ่งคลอให้ไหลกลับคืนเข้าไป เพราะหล่อนรู้ตัวดีว่าอยู่ในสถานะไหน และสถานะที่หล่อนกำลังเป็นอยู่นี้มันมีวันสิ้นสุด
‘ถ้าวันหนึ่งฟองเจอคนที่เหมาะสมกับฟอง ป้าจะไม่ให้พี่สายฟ้าเขามายุ่งกับฟองอีก แต่ถ้าพี่สายฟ้าเขาแต่งงานกับหนูอากาศไปก่อนที่ฟองจะเจอใครคนนั้น ฟองก็ต้องสัญญาว่าฟองจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพี่สายฟ้าอีก ไม่ว่าจะกรณีใดก็ห้ามยุ่ง’
‘ค่ะคุณป้า’
หล่อนทำได้แค่เพียงรับคำ เพราะนั่นไม่ใช่คำถามแต่เป็นคำสั่งที่หล่อนจะต้องทำตาม ก็เหมือนคำสั่งแรกที่หล่อนเต็มใจ
‘คืนปีใหม่ ป้าอยากให้ฟองดูแลพี่สายฟ้าเขา’
‘ดูแล... ดูแลแบบไหนคะคุณป้า’
‘แบบที่ผู้หญิงดูแลผู้ชาย’
‘คะ!’
‘ป้ารู้ว่าการที่ป้าขอฟองแบบนี้ มันคือความแก่ตัวที่สุด แต่ถ้ามันจะทำให้ป้าสามารถรักษาปางไม้นี้ไว้ให้คนที่เหมาะสมได้ ป้าก็จะทำ’
‘แต่พ่อเลี้ยงมีคู่หมั้นแล้วนะคะ’
‘ก็พี่สายฟ้ากับหนูอากาศเขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะตกลงกันเลย ป้าไม่อยากรอให้พี่สายฟ้าไปคว้าผู้หญิงไม่ดีมาเป็นเมียก่อน แต่ถ้าเป็นฟอง ป้าวางใจและไว้ใจว่าฟองจะดูแลพี่สายฟ้าเขาได้ดีที่สุด และป้าก็เชื่อมั่นว่าฟองจะไม่ทรยศป้าด้วย ทำให้ป้าได้ไหม’
‘หนู... เอ่อ...’
‘ฟองก็รักพี่สายฟ้าไม่ใช่เหรอ’
คำพูดเสมือนเข้าไปนั่งอยู่กึ่งกลางใจทำให้หล่อนปฏิเสธไม่ได้ และสำหรับผู้มีพระคุณ มากกว่านี้หล่อนก็ทำให้ได้ เพราะหล่อนจะไม่มีวันลืมว่า เป็นตัวเป็นตนมีชีวิตขึ้นมาจนถึงวันนี้ ก็เพราะท่านเจ้าของปางไม้แห่งนี้อุ้มชูส่งเสียให้หล่อนร่ำเรียน
แม้ท่านจะคิดว่าต้องรับผิดชอบ แต่สำหรับหล่อนมันคือบุญคุณ
ดังนั้นสิ่งใดก็ตามที่แม่เลี้ยงพราวพิลาศต้องการหรือพ่อเลี้ยงพงษ์นภดลต้องการ หล่อนทำให้ได้ทั้งนั้น เพราะอย่างไรเสีย หล่อนก็ได้รับช่วงเวลาแห่งความสุขท่วมท้นหัวใจที่สุด
จะมีสิ่งใดชื่นหัวใจได้เท่า... ได้ครอบครองเป็นเจ้าของเขา
มีช่วงเวลาที่พ่อเลี้ยงพงษ์นภดลเป็นของหล่อนอย่างแท้จริง และเป็นช่วงเวลาที่หล่อนจะกอบเก็บไว้ให้มากที่สุด เพื่อชดเชยในวันที่หล่อนไม่อาจแตะต้องเขาได้อีก ตามคำที่รับปากแม่เลี้ยงพราวพิลาศเอาไว้
เจ้าของเรือนร่างสูงโปร่งแบบฉบับนางแบบเดินลงจากรถตรงเข้ามาหาทำให้พราวพิลาศระบายยิ้มกว้าง
“สวัสดีค่ะคุณป้า”
“สวัสดีจ้าหนูอากาศ” รับไหว้พิสุทธิ์นภาก่อนจะเอ่ยถาม
“วันนี้พี่สายฟ้าเขาอยู่โรงงาน พี่เขาลืมบอกหนูหรือเปล่าเนี่ย”
น้ำเสียงปรานีคล้ายจะเอ่ยเย้าคู่รัก แต่ก็นึกรู้ว่าว่าที่คู่หมั้นของลูกชายน่าจะมีธุระพูดคุยกับหล่อนมากกว่า เพราะรอยยิ้มของพิสุทธิ์นภาบอกแบบนั้น
“ไม่ได้ลืมหรอกค่ะคุณป้า อากาศรู้อยู่แล้วว่าพี่สายฟ้าไปโรงงาน ก็เลยตั้งใจมาหาคุณป้านี่ล่ะค่ะ”
“มาหาป้าจริงเหรอ เด็กสาวๆ มีอะไรมาคุยกับคนแก่กัน”
“แหม... คุณป้าแก่ที่ไหนกันคะ ยังสาวยังสวยขนาดเนี้ย”
“สาวสวยที่ไหนกัน อีกไม่กี่วันก็จะแซยิดแล้วเนี่ย”
“ก็นั่นล่ะค่ะ สาวมากเลย เพิ่งจะสิบหกเองนี่คะ”
“อุ้ย! พูดถูกใจแบบนี้ ต้องมีรางวัลให้ซะแล้ว”
“จริงนะคะ คุณป้าจะมีรางวัลให้อากาศจริงๆ นะคะ”
“แหม... ถ้าพูดแบบนี้ก็ต้องมีให้แล้วล่ะจ้ะ ว่าแต่หนูอากาศอยากได้รางวัลเป็นอะไรล่ะ ลูกชายป้าแถมปางไม้กับโรงงานแปรรูปไม้สักด้วยดีไหม”
“คุณป้าก็! มันจะดีนะคะ”
พราวพิลาศหัวเราะร่วนเมื่อหญิงสาวตรงหน้าพูดจาโต้ตอบให้หล่อนได้หัวเราะและขำขันได้ตลอดเมื่อเจอหน้ากัน
พิสุทธิ์นภาเป็นหญิงสาวมองโลกในแง่ดี สวยสดใสเป็นกันเองจนทำให้คนที่อยู่ใกล้ล้วนแต่มีความสุขและอดไม่ได้ที่จะยิ้มไปกับทุกถ้อยคำที่หล่อนพูดออกมา เพราะคนที่พูดแล้วทำให้คนที่มองมีความรู้สึกเอ็นดูไปด้วยนั้นหาได้ยากจริงๆ
โชคดีที่พ่อเลี้ยงชัยสิทธิ์สามีผู้ล่วงลับ ได้ทำการทาบทามลูกสาวคนเล็กของเจ้ารณฤทธิ์เอาไว้ นั่นจึงทำให้พงษ์นภดลและพิสุทธิ์นภากลายเป็นว่าที่คู่หมั้นที่เหมาะสมที่สุดในจังหวัด
เพราะลูกชายของหล่อนนั้นเป็นพ่อเลี้ยงหนุ่มหล่อรูปงามฐานะร่ำรวยมหาศาล ส่วนพิสุทธิ์นภานั้นก็เป็นทายาทของเจ้าพ่อโครงการบ้านจัดสรรแห่งใหญ่ของเมืองเหนือ เรียกได้ว่าเรือล่มในหนอง ทองก็อยู่ในหนองนั่นแหละไม่ได้หายไปไหนเลย ทั้งคู่จึงถือเป็นคู่ที่เหมาะสมกันที่สุด