ปฏิบัติการขอแฟน

1798 คำ
บุณณดาใช้ปากกาขีดกากบาทลงวันที่ในปฏิทินที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงาน จากวันแต่งงานของแอนนี่มาจนถึงวันนี้ ผ่านมาแล้วหนึ่งปีหกเดือนกับอีกสิบสี่วัน แล้วไหนล่ะ? เนื้อคู่ที่ว่าอยู่แห่งหนตำบลใด เหตุไฉนถึงยังไม่โผล่ใบหน้ามาให้เธอเห็นเสียที ปล่อยให้ผู้หญิงที่สวยเละรวยมาก ทำงานเก่งและพร้อมเปย์อย่างเธอต้องแห้งเหี่ยวเดียวดายบนคานทอง นั่งห้อยขามองคนนั้นคนนี้รักกันอย่างนั้นใช่ไหม ใจร้าย...ใจร้ายเกินไปแล้วนะ คอยดูเถอะถ้าโผล่หัวมาเมื่อไหร่ เธอจะเอาโซ่ล่ามจองจำกับเธอไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน เพื่อชดเชยเวลาที่เสียไปเลย... คอยดู คิดแล้วบุณณดาสาวสวยและรวยมาก ย้ำ! ว่าสวยและรวยมาก ได้แต่ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแห้งเหี่ยว ไม่อยากเข้าโซเชียลให้เจ็บปวดกระดองหัวใจ เมื่อเห็นเหล่าบรรดาเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน ต่างโพสต์ลงโซเชียลโชว์ความหวาน โชว์ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ผิดกับเธอที่ยังคงโพสต์เรื่อยเปื่อย ดอกไม้ใบหญ้าและคาเฟ่ ไม่มีรูปคู่กับหวานใจให้น่าอิจฉาเหมือนคนอื่นเขา “ต้อง” เสียงทุ้มดังฝ่าความเงียบ ฉุดกระชากความคิดที่กำลังเพ้อรำพันกับตัวเองให้กลับมายังปัจจุบัน ส่งยิ้มหวานให้พี่ชายตัวเองที่กำลังทรุดตัวลงนั่งตรงหน้า นี่ก็อีกคน มีครอบครัวสมบูรณ์แบบจนน่าอิจฉา เมียภรรยาที่สวยและน่ารักซึ่งคือเพื่อนของเธอ มีลูกวัยกำลังน่ารักน่าชัง และเท่านั้นยังไม่พอภรรยายังตั้งครรภ์ลูกคนที่สองอีก เอา...เอาเข้าไป “ว่าไงคะพี่ชาย มีอะไรให้น้องสาวแสนสวยคนนี้รับใช้คะ” บุริศร์ยิ้มออกมา “คือว่า อาทิตย์หน้าครบรอบแต่งงาน พี่ว่าจะพารักกับน้องโอบไปเที่ยวญี่ปุ่นน่ะ สักสองอาทิตย์” เพียงเท่านี้บุณณดาก็ทราบถึงจุดประสงค์ พี่ชายหมายความว่าเช่นไร “ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา เดี๋ยวต้องดูแลที่นี่แทนเอง พี่ตามพายัยรักกับน้องโอบไปเที่ยวได้เลยค่ะ” ส่งยิ้มให้พี่ชาย แม้ในใจกำลังร้องไห้อย่างหนัก ที่ต้องอยู่บ้านเพียงลำพังคนเดียว พี่ชายก็กำลังจะพาครอบครัวไปเที่ยว ส่วนบิดามารดาก็พากันท่องเที่ยวรอบโลกยังไม่กลับ แล้วเธอล่ะ... โธ่...สวรรค์จะกลั่นแกล้งกันไปถึงไหน “พี่ขอบใจต้องมากนะ เดี๋ยวซื้อของมาฝาก” “จ้า กระเป๋าแพงๆ สักใบจะขอบใจมากค่ะพี่ชาย ช่วงที่พี่ตามไม่อยู่ ต้องไปนอนที่คอนโดดีกว่า อยู่บ้านคนเดียวคงเหงาน่าดู” “ตามใจ งั้นพี่ไปทำงานก่อนนะ” . “ค่ะ” เมื่อประตูห้องทำงานปิดลง รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าก็มลายหายไปหมดสิ้น ริมฝีปากอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกราคาแพงเบะคว่ำคล้ายกับกำลังจะร้องไห้ ให้กับความอาภัพในเรื่องเนื้อคู่ของตัวเอง เห็นทีงานนี้จะให้เธอรอคอยโชคชะตาฟ้าลิขิตอย่างเดียวคงไม่ได้ เธอคงต้องออกไปล่าหาเนื้อคู่เองเสียแล้ว แต่ก่อนที่จะถึงขั้นนั้น เธอขอพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์หน่อยแล้วกัน รอยยิ้มกรุ้มกริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย อาการซึมเศร้าเหงาหงอยตัดพ้อต่อโชคชะตาก่อนหน้าหายไป เมื่อคิดถึงสิ่งที่ตัวเองจะทำต่อจากนี้ หยิบกระจกที่เก็บไว้ในลิ้นชักขึ้นมาส่องดูความสวยของตัวเอง เอียงซ้ายเเลขวาลูบผมให้เข้าที่เข้าทาง ยิ้มหวานให้กระจก เธอสวยเเละน่ารักขนาดนี้จะไม่มีแฟนได้ยังไง เสียชาติเกิดกันพอดี เนื้อคู่จ๋า รอน้องต้องหน่อยนะ อีกไม่นานเราคงได้พบกัน ในค่ำคืนของวันพฤหัสบดี เวลา 21.30 น. พอดิบพอดีไม่มีขาดมีเกิน ของไหว้ขอพรชุดใหญ่ไฟกะพริบที่หญิงสาวนำมาถวายแด่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนโสดทุกสาระทิศนับถือและสมหวังกลับไป และหนึ่งในนั้นก็คือแอนนี่ เพื่อนชายใจหญิงของเธอ ที่มาขอสามีจากท่านและสมหวังแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา บินไปใช้ชีวิตกับสามีที่ต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย บุณณดาถือของไหว้ที่เตรียมมาจากบ้านด้วยจิตใจอันมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า เดินเข้ามาหน้าพระตรีมูรติ เปิดบทสวดที่อยู่ในมือขึ้น ตั้งจิตให้มั่นทำจิตใจให้สงบ เริ่มบริกรรมคาถาขอพรท่านด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจที่มีอยู่เปี่ยมล้น และหวังจะได้รับพรจากท่านด้วยเช่นเดียวกัน หวังว่าท่านจะเมตตาลูกช้างลูกม้าตัวน้อยๆ ที่อยากสมหวังเรื่องความรักอย่างคนอื่นเขาบ้าง อยากรู้ว่าเนื้อคู่ที่รอมานานหน้าตาเป็นเช่นไร “ลูกนางสาวบุณณดา วิรชัชกุล ชื่อเล่นว่าต้อง อายุ 25 ปี เกิดวันที่ 25 มีนาคม 2539 เวลาเกิดคือ 17.08 น. ที่ลูกมาวันนี้ลูกต้องการมาขอพรเรื่องความรัก ขอให้ลูกพบเจอเนื้อคู่ ที่เป็นคู่บุญ คู่บารมี คู่แท้ ที่ทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขัน มีดวงสมพงษ์ร่วมกัน ส่งเสริมกันในทุกๆ เรื่อง จะเป็นคนไทยหรือต่างชาติลูกไม่เกี่ยง ขอแค่รักลูกจริงด้วยหัวใจของเขา แต่งงานอยู่กินกันไปจนแก่เฒ่า มีแค่ลูกเพียงคนเดียวชั่วอายุขัย ไม่เจ้าชู้ ไม่นอกใจ เป็นคนเก่ง ขยันทำงาน ที่สำคัญต้องเป็นคนดีด้วยนะคะ เป็นพ่อของลูกที่ดี เป็นสามีที่น่ารัก หน้าตาขอดูดีให้สมกับความสวยของลูกสักหน่อย ขอความสูงให้สูงสักร้อยแปดสิบ ส่วนอายุขอมากกว่าลูกสัก 5 ปีกำลังดี หากท่านเมตตาขอให้ส่งผู้ชายที่ว่ามาให้ลูกภายในหนึ่งเดือนนี้นะคะ หากพรที่ลูกขอได้ดั่งใจและสมปรารถนาลูกจะมาถวายของไหว้ให้ท่านค่ะ ช่วยลูกด้วยนะคะ นึกเสียว่าสงสารลูกช้างลูกม้าด้วยเถิด สาธุ” บุณณดานำของไหว้ไปวางไว้ จากนั้นก็ยกมือไหว้ขึ้นเหนือศีรษะ ขอเถอะ ขอให้เธอได้เจอรักแท้ที่รอคอยมานานแสนนานด้วยเถอะ... เมื่อขอพรจากท่านจนพอใจ หญิงสาวก็หมุนตัวกลับ แต่ก็เหมือนทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้หยุดเคลื่อนไหว เมื่อหันกลับมาเจอชายหนุ่มรูปงามตรงความต้องการทุกอย่าง เหมือนพระเอกหลุดออกมาจากซีรีส์ที่เธอชอบดู โอปป้า!! ดวงตากลมโตเบิกกว้าง มองชายตรงหน้าเหมือนดั่งต้องมนตร์ตรา มีเวทมนตร์สะกดไม่ให้เธอละสายตาไปไหน ในที่สุด...ในที่สุดท่านก็สงสารลูกช้างลูกม้าอย่างเธอจนได้ ขอปุ๊บ ได้ปั๊บ บุณณดาฉีกยิ้มหวานราวน้ำตาลทรายแดง ค่อยๆ เดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่ก็มองมายังเธอเช่นเดียวกัน หัวใจดวงน้อยเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง อาการดีใจจนเนื้อเต้นมันเป็นยังไงนะ เป็นแบบนี้ใช่ไหม เนื้อคู่ใช่ไหม เนื้อคู่ที่ตามหามานานแสนนานใช่หรือเปล่า รักแรกพบมันเป็นแบบนี้นี่เอง รักเพียงแค่สบตามันเป็นแบบนี้ใช่ไหม รู้ว่าใช้ตั้งแต่ที่เห็นหน้า หัวใจจ๋าเต้นแรงอะไรขนาดนี้ "กรณ์คะ รอนานไหม นี่ค่ะดอกกุหลาบ" เพล้ง!! บุณณดารู้สึกเหมือนผู้หญิงที่เดินเข้ามาเอ่ยกับชายตรงหน้าไม่ได้ถือดอกกุหลาบในมือ แต่เป็นค้อนต่างหากที่ถืออยู่ เพราะทันทีที่ผู้หญิงคนนั้นเข้ามา เสียงกระจกที่ถูกของแข็งทุบเต็มแรงจนแตกกระจายก็ดังสนั่นในหูของเธออย่างชัดเจน ไม่ใช่เนื้อคู่ เพราะเขามีคู่อยู่แล้ว เศร้า เศร้าได้อีกสินะ อกหักตั้งแต่ยังไม่ได้รัก "เอ่อ...คุณครับ" เสียงทุ้มดังขึ้นเรียกสติของบุณณดาให้หวนกลับมา มองหน้าชายหนุ่มที่คิดว่าเป็นเนื้อคู่ด้วยความสงสัย พลางคิดในใจว่า... นี่อย่าบอกนะ ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แฟนแต่เป็นเพื่อนหรือน้องสาว และที่เรียกเราคือจะมาขอเบอร์โทรศัพท์ เพราะเขาก็ชอบเธอเหมือนกัน บ้า...บ้าไปแล้ว คิดแล้วก็ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เขินอายหน้าแดงระเรื่อ ขานรับออกไปเสียงเล็กเสียงน้อย "ขา มีอะไรหรือเปล่าคะ" "ถ้าคุณไหว้เสร็จแล้ว รบกวนขยับออกไปหน่อยได้ไหมครับ ผมกับแฟนจะได้ไหว้ต่อ" เพล้ง!! เป็นรอบที่สองในเวลาไล่เลี่ยไม่ถึงห้านาที แตกยับเยินจนไม่สามารถต่อติดได้เลย เหมือนมีรถสิบล้อวิ่งเหยียบหัวใจ "อ๋อ ค่ะ เชิญค่ะ" รีบเดินหนีออกมา โดยไม่หันหลังกลับไปมองแต่อย่างใด ทั้งเสียหน้า ทั้งเสียใจ ทั้งอายในเวลาเดียวกัน เหมือนตัวเองกำลังอกหักทั้งๆ ที่ยังไม่มีแฟนด้วยซ้ำ "นี่แม่หนู ช่วยยายซื้อกำไลหน่อยสิ เหลือแค่สองอันสุดท้าย ยายจะได้กลับบ้านสักที นี่ส่งตรงมาจากวัดหลงซานไต้หวันเลยนะ" และนั่นก็ทำให้บุณณดาหยุดชะงักอยู่กับคุณยาย ใครบ้างไม่รู้ว่าวัดหลงซานที่ว่าโด่งดังเรื่องอะไร ถ้ามีโอกาสเธอก็อยากจะบินไปขอพรสักครั้งเช่นเดียวกัน "กำไลอะไรเหรอคะยาย" "กำไลขอพร นี่จ้ะ" ยายหยิบกำไลหินสีชมพูส่งให้บุณณดาดู ซึ่งบุณณดาก็รับมาดูโดยไม่อิดออด "เขาว่ากันว่านี่คือกำไลขอพรที่สามารถขอพรอะไรก็ได้ ได้หนึ่งข้อ และนี่ถ้าหนูซื้อกำไลจากยายไป ยายให้ถุงเครื่องรางไปด้วย หนูดูนะถุงนี้มีด้ายแดงผูกอยู่ ด้ายถือเป็นสัญลักษณ์ของความรัก คนโสดหากพกถุงนี้ติดตัวไว้จะทำให้เจอเนื้อคู่เร็วขึ้น มีความรักที่ยืนยาว" บุณณดายืนพินิจพิจารณากำไลที่อยู่ในมือไม่วางตา และไม่รู้ว่ามีอะไรดลใจให้เธอสวมเข้าไปในข้อมือของตัวเองเสียอย่างนั้น สุดท้ายหญิงสาวก็ได้กำไลขอพรและถุงเครื่องรางกลับบ้านไป คล้อยหลังจากบุณณดาไปได้ไม่นาน ผู้ชายคนที่บุณณดาคิดว่าเป็นเนื้อคู่ของตัวเองก็เดินออกมา และยายที่ขายกำไลก็ร้องเรียกไว้เช่นเดียวกัน "พ่อหนุ่ม สนใจกำไลขอพรไหม นี่เหลือเส้นสุดท้ายแล้วนะ นี่ๆ มีถุงเครื่องรางด้วยนะ สนใจเอาไปฝากอีกคนไหม เขาจะได้เจอรักแท้เสียที"
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม