ฉันกำมือที่สั่นพร่าพยายามสงบลงแม้ความจริงจะเดือดดาลและเต็มไปด้วยความโกรธ เศษแก้วจากขวดน้ำหอมของลัลนาบาดเท้าฉันจนเลือดซิบเพราะฉันเผลอไปเหยียบมัน...หรือบางทีอาจจะตั้งใจก็ได้ เพราะฉันอยากจะรู้ว่าอะไรเจ็บมากกว่ากัน! ฉันหายใจเข้าลึกๆหยุดสะอื้นหยุดน้ำตาที่เต็มไปด้วยความน่าสมเพช เช็ดมันแรงๆโดยไม่สนใจว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไปอีก
จะยังยืนยันว่ามันไม่ใช่แบบที่ฉันเห็นจริงๆใช่มั้ย? ทั้งๆที่หลักฐานตำตาขนาดนี้พวกนายก็จะยังพูดแบบนั้นกันใช่มั้ย? ได้ ฉันจะเล่นตามเกมของพวกเธอเอง! ฉันจะยอมแกล้งโง่เป็นควายให้พวกเธอสังสรรค์กันเบื้องหลังฉันเอง!
“เหรอ...” ฉันอมยิ้มเศร้าๆก่อนจะเหล่ตาต่ำมองพื้นทำใจในสิ่งที่จะพูดออกไปทั้งๆที่ไม่ได้อยู่ในเศษเสี้ยวของมันสมองสักนิด ฉันเบือนสายตากลับมามองทั้งคู่พร้อมกับรอยยิ้มหวานเคลือบยาพิษ!
“ไม่เป็นไร เก้าจะเชื่อทีนะ J”
ฉันก็แค่พูดไปงั้นๆทั้งๆที่ฉันโกรธเสียใจจนแทบบ้าแต่ทว่าต้องฝืนยิ้มและบอกว่าเชื่อคนตรงหน้า
เจ็บ...โคตรๆเลย
“เก้า...” ทีสิตเบิกตาโพลงจ้องฉันอยู่ครู่นึงเหมือนพยายามจะค้นหาว่าฉันคิดอะไรอยู่ แต่เขาไม่ได้อะไรกลับไปนอกจากความรู้สึกเจ็บปวดที่ฉายชัดในแววตาสีอำพัน เขาถอนหายใจยาวก่อนจะสวมกอดฉันเบาๆ
เฮอะ ฉันพูดแค่นี้เขาก็เข้ามากอดฉัน แต่ไอ้ประโยคก่อนหน้านี้ที่ฉันพยายามเรียกร้องความสนใจจากนายกลับกลายว่ามันสูญเปล่า อยากจะหัวเราะจริงๆให้ตาย เชื่อทีอะไรกัน ฉันจะเชื่อนายได้ยังไงกัน!
“พูดจริงเหรอ?”
“จริงสิ” ฉันตอบรับแล้วระบายยิ้มอีกครั้ง
ไม่จริงหรอก ฉันโกหก!
“เก้าจะให้อภัยทีนะ...ลัลนาด้วย J” ฉันว่าพลางชายนัยน์ตาอ่อนโยนที่โคตรจะละครไปทางลัลนา
เหอะ ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม แต่ในใจหน้าตาแบบนี้ L
“ขอบคุณนะเก้า” เสียงลัลนาเพื่อนรัก...โคตรๆ พูดขึ้นมาพร้อมมองฉันอย่างปลื้มปริ่มจนฉันนึกอยากจะวิ่งเข้าไปกระชากหน้ากากแสนหวานนั่นออกมา เพื่อดูว่าจริงๆแล้วเธอมันนางมารร้ายขนาดไหน!
“เก้า...” ทีสิตถอนหายใจยาวก่อนจะดึงมือฉันเข้าไปสัมผัสกับหน้าอกของเขา นัยน์ตาสีควันบุหรี่ฉายแววหม่นแสงราวกับเทียนดับ
ตึก ตัก ตึก ตัก
เสียงหัวใจของคนตรงหน้าแรงพอที่จะถ่ายทอดให้ฉันรู้สึกผ่านทางฝ่ามือที่แนบกับหน้าอกเปลือยเปล่าที่แสนร้อนระอุ ฉันไม่เข้าใจว่าทีสิตกำลังทำอะไรอยู่และจะสื่ออะไรกับฉันกันแน่
“มันยังเป็นของเก้านะ” เสียงทุ้มพร้อมนัยน์ตาอ่อนหวานทำให้ฉันอ่อนยวบลงอีกครั้ง
“...”
“เป็นของเก้าคนเดียว”
ใช่ หัวใจฉันมันอ่อนยวบลงอีกครั้งแต่ทว่าครั้งนี้มันไม่เหมือนครั้งไหนๆ เพราะว่าสิ่งที่เรียกว่าหัวใจของฉันมันแหลกสลายไม่เหลือแม้แต่เสี้ยวไปแล้ว! ฉันแค่นรอยยิ้มฝืนๆกล้ำกลืนความรู้สึกแปลกประหลาดไว้อย่างเจ็บปวด คำพูดของเขากำลังแผดเผาให้ฉันกลายเป็นเถ้าถ่าน
ขนาดตอนนี้ นายก็ยังจะพูดแบบนั้นอยู่อีก... ถ้าเลือกไม่ได้ ก็ไม่ต้องเลือกสิวะ! ปล่อยฉันไปสิ!
“เก้าเชื่อนะ” ฉันพูดด้วยเสียงแหบพร่าที่ไร้เรี่ยวแรงก่อนจะชายตามองคนตรงหน้าอย่างอาลัยเพราะตอนนี้เขากลายเป็นใครที่ฉันไม่รู้จักไปแล้ว... เขาไม่ใช่ทีสิตคนที่ฉันรู้จักแล้ว
“เก้าขออยู่คนเดียวสักพักได้มั้ย อย่าพึ่งติดต่อเก้า”
“...”
“อย่าโทรหาเก้า เก้าอยากอยู่เงียบๆ เก้าเหนื่อย...”
“...”
“นะ ที” ฉันมองพวกเขาด้วยสายตาอ้อนวอน ตอนนี้ฉันไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับปัญหาเหล่านี้แล้ว ฉันรู้สึกเหมือนถูกมีดแทงซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่กลับไม่ตาย ต้องหยุดมองซ้ำๆเพื่อให้มันฆ่าฉันทีละร้อยพันครั้ง...
โดยที่หวังว่าฉันจะตายๆไปซะ!
“เก้า...” ทีสิตกลืนน้ำลายพลางกลอกนัยน์ตาอย่างครุ่นคิดยิ่งทำให้ฉันเผลอขบกรามอย่างโกรธๆ ขนาดนี้ยังต้องคิดอีกงั้นเหรอ!
“แล้วเก้าจะกลับมา”
“...”
“เป็นแฟนของทีเหมือนเดิม” ฉันว่าเสียงอ่อนทำให้ทีสิตถอนหายใจยาวแล้วสอดมือเข้าไปในเรือนผมคว้าตัวฉันเข้าไปกอดอีกครั้ง
“ขอบคุณที่เชื่อทีนะเก้า” คำพูดของเขาทำให้ฉันเม้มริมฝีปากแรงๆจนห้อเลือดเพื่อหยุดไม่ให้ตัวเองกรีดร้องและทำอะไรบ้าๆอีกครั้ง ใจเย็นๆไว้เก้ากัลป์ เลิกทำตัวเป็นนางมารร้ายเกรี้ยวกราดแบบนั้นสักที...
มันน่าตลกที่ฉันร้องไห้อีกแล้ว ทั้งๆที่ผู้ชายตรงหน้ากลับไม่เสียน้ำตาเลยสักหยด...
ฉันเดินหันหลังออกมา พยายามก้าวเท้าให้พ้นที่นั่นให้เร็วที่สุดแม้จะเดินเซจนแทบไร้เรี่ยวแรง ทีสิตไม่ได้เดินออกมาส่งฉันอย่างที่คิด ขนาดนี้เขายังปล่อยฉันเดินจากไปง่ายๆโดยที่ไม่รั้งอะไรไว้เลย ฉันพลาดอะไรไปตรงไหนรึเปล่า ฉันเป็นแฟนที่แย่เหรอ... ทำไมถึงทำแบบนี้กับฉันวะ! ทำไม!
ฉันขยี้หัวพร้อมกับสบถไม่เป็นภาษาเดินออกมาพร้อมน้ำตาไหลเป็นสาย สะอึกสะอื้นอย่างไม่เกรงใจใคร เพราะตอนนี้ฉันไม่ไหวแล้วจริงๆ! ใครกำหนดชะตาชีวิตฉันกัน ไม่คิดว่ามันโหดร้ายเกินไปเหรอ! โคตรบัดซบเลย! ฉันกระแทกกระทั้นปลายเท้าก่อนจะเข้าไปนั่งสงบสติอารมณ์ภายในรถตบหน้าตัวเองเผื่อว่ามันจะเป็นแค่ความฝันพลันนึกถึงคำพูดนั้นของทีสิตขึ้นมา...
“มันยังเป็นของเก้านะ...เป็นของเก้าคนเดียว”
...มันเคยเป็นของฉันด้วยเหรอที มันเป็นของของฉันอยู่หรือมันไม่เคยเป็นของฉันเลย!
พูดแบบนั้นทำไม... พูดทำไม!
“ไอ้เลว!” ฉันกัดริมฝีปากจนแสบหนึบก่อนจะซบใบหน้าลงกับพวงมาลัยปล่อยให้น้ำตาไหลเป็นสาย
มันเป็นของฉันใช่มั้ย ทีสิต... ถ้าอย่างนั้นฉันก็มีสิทธิ์ทำอะไรกับมันก็ได้ใช่มั้ย!
ฉันกระตุกยิ้มเย็นเยียบก่อนจะเร่งเครื่องยนต์เสียงดังลั่น นัยน์ตาสีอำพันจับจ้องที่บิ๊กไบค์สี่สูบลายกะโหลกสุดเท่ของเขา รักมากใช่มั้ย... รักมันมากใช่มั้ยทีสิต!
บรื้น!!
เสียงเร่งเครื่องดังพร้อมๆกับที่รถยนต์พุ่งเข้าชนของสุดรักสุดหวงของคนที่ฉันเคยรักที่สุดจนล้มดังโครม!
“ฮะฮะฮะ” ฉันผ่อนเครื่องลงก่อนจะขยับถอยหลังแล้วหัวเราะอย่างไร้สติเมื่อเห็นว่าไอ้มอเตอร์ไซค์คันเบ้อเริ่มที่เขารักนักหนาเกิดรอยไม่พึงประสงค์จากการกระทำของฉันเอง!
อะไรที่นายรัก ฉันจะทำลายแม่งให้หมด! ไม่ให้เหลือเลย! เหมือนที่นายทำกับฉันไง ไอ้คนสารเลว!!
“ฮะฮะฮะ” ฉันหัวเราะอีกครั้งทั้งๆที่ไม่มีอะไรน่าขำ น้ำตาอันแสนน่าสมเพชไหลพาดผ่านผิวแก้มพร้อมกับอารมณ์พลุ้งพล่านปั่นป่วนตีรวนจนฉันทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี... ฉันเป็นบ้าไปแล้วใช่มั้ย?
“ฮะฮะฮะ”
เออ ฉันว่าฉันบ้าไปแล้วจริงๆนั่นแหละ!
ฉันกำมือที่สั่นพร่าพร้อมกับซบใบหน้าลงกับพวงมาลัยอีกครั้ง ลมหายใจรวยรินที่เหลืออยู่มันไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความสุขเลยสักนิด มีแต่ความทุกข์ระทมแบบที่ฉันไม่ต้องการ! ภาพสองคนในร่างเปลือยเปล่าปรากฏในหัวของฉันวนซ้ำไปมาทำให้ฉันเริ่มจะคลั่งและเร่งเครื่องชนไอ้มอเตอร์ไซค์สี่สูบแสนซวยนั่นอีกรอบอย่างสะใจ!
โครม!