“แล้วปู่จะให้มิงค์แต่งงานกับใครเหรอคะ”
มิ่งขวัญมีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อยที่ไม่ได้รับการต่อต้านจากหลานสาว
“หลานของตระกูลที่ปู่รู้จัก เขาชื่อเบนจามิน เป็นหลานของเพื่อนปู่เอง”
“เบนจามินนี่เป็นหลานของเพื่อนคุณพ่อที่ชื่ออาคิลใช่ไหมครับ” อานัสถามบิดา
“ใช่ แกรู้จักเบนจามินเหรอ”
“รู้จักครับ คลินิกของผมใช้โบท็อกซ์ของบริษัทเขา เลยได้เจอกันตอนเข้าไปดีลในบริษัทยา ถ้าเป็นเบนจามินก็ไม่เลวนะครับ ตระกูลเขามีหุ้นส่วนในบริษัทยาในเยอรมัน แล้วเขาก็เป็นประธานบริษัทที่ทำธุรกิจสายสุขภาพเจ้าใหญ่ในไทยด้วย เขาเป็นคนที่ถือว่าโอเคคนหนึ่งเลย”
มนัสวีร์หูผึ่งกับสิ่งที่บิดาบอก จริงๆ เธอหัวใจไหววูบตั้งแต่ได้ยินชื่อเบนจามินแล้ว... ทายาทบริษัทยาจากเยอรมัน มีปู่ชื่ออาคิล สายฝ. คนนี้เป็นเนื้อคู่เธอแน่นอน!
“ก็ต้องโอเคสิ ไม่ใช่แค่ว่าแต่งงานล้างอาย แต่ฉันตั้งใจจะหาคนดีๆ ให้มาเจอกับมิงค์มันอยู่แล้ว ตอนแรกจะให้หมั้นแล้วค่อยดูกันไป แต่ตอนนี้ข่าวมันแย่ครอบครัวก็เสียหาย ลามมาธุรกิจ ทางนั้นเขาพร้อมจะมาสู้ไปด้วยกันมันเหมือนเห็นมิตรแท้ยามยากด้วย”
“เขาโสดเหรอครับ” เมธาวินถามปู่
มนัสวีร์แอบยกนิ้วโป้งให้พี่ชายในใจ นั่นมันคำถามจากใจของเธอเลยจ้า
“บ้านนั้นมีลูกชายสองคน โสดทั้งคู่ตอนแรกปู่เขาอยากให้มิงค์หมั้นกับไบรอัน หลานคนเล็กของเขา แต่ปู่เห็นว่านิสัยของมิงค์น่าจะเข้ากับเบนจามินมากกว่าเพราะคนนั้นเขานิ่ง สุขุม และใจเย็น ดูเป็นผู้ใหญ่กว่ามิงค์ ถ้าจับคู่คนเล็กเดี๋ยวจะพากันเป็นเด็กกันไปหมด”
นิ่ง สุขุม ใจเย็น สเป็ก! มนัสวีร์แอบแตกตื่นในใจ
“อันนี้ผมเห็นด้วยครับ ไบรอันเขาค่อนข้างเปิดเผย สนิทกับคนง่าย เพื่อนฝูงเยอะ มิงค์ไม่ชอบแน่นอน” คนเป็นพ่อที่รู้จักลูกสาวดีเอ่ยบอก
“รู้จักไบรอันด้วยเหรอ” มิ่งขวัญถามอานัส
“เขาเป็นนายแบบแล้วก็เป็นลูกค้าของคลินิกด้วย ผมยังจำได้เลยว่าเขาเคยบ่นว่าตัวเขาเองต้องดูแลผิวให้ดี ต้องมีตัวช่วยถึงจะหล่อออร่า แต่พี่ชายเขาไม่ทำอะไร ไม่ได้ดูแลตัวเองเลย แต่ดันดูดี มีแต่คนไปกรี๊ดมากกว่าเขาที่อยู่ในวงการ”
มิ่งขวัญยิ้มกับสิ่งที่ลูกชายพูดถึง
ส่วนมนัสวีร์นั้นเริ่มตาลอย ที่เธอเคยขอพระท่านไว้ ท่านคงให้เบนจามินคนนี้มาแน่เลย พรหมลิขิตเริ่มทำงานแล้วสินะ!
ที่แท้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่เคยทิ้งเธอไว้ข้างหลังเลย ท่านจัดให้จริงๆ
“แต่งค่ะ!” มนัสวีร์เผลอพูดออกมา
“...” เมธาวิน
“...” อานัส
“...” มิ่งขวัญ
มนัสวีร์ตอบตกลงแต่งงานเพราะความเชื่อดวงเป็นเหตุสังเกตได้ เมื่อทุกคนดูแปลกใจที่เธอไม่อิดออดราวกับว่าไม่คิดก่อนเธอก็รีบเอ่ยปาก ตอนนี้มิงค์เป็นข่าวเสียหายมาก ไปไหนใครก็ไม่กล้าเข้าใกล้ ถ้าแต่งงานแล้วแก้ข่าวได้มิงค์ก็จะยอมแต่ง
“คิดให้ดีแล้วหรือยัง” เมธาวินถามน้องสาว
“ถ้าคุณปู่กับพ่อรู้จักเขาแล้วและคิดว่าเขาเหมาะสม มิงค์ก็คิดว่าน่าจะโอเคนะคะ อีกอย่างข่าวมิงค์เสียหายมากขนาดนี้ เขายังเชื่อมั่น มิงค์ว่าน่าจะโอเค”
มิงค์โอเคตั้งแต่ชื่อ ‘เบนจามิน’ แล้วค่ะ หญิงสาวบอกในใจ เธอไม่เชื่อเรื่องพรหมลิขิต แต่วันนี้เธอเชื่อแล้ว
“เอาน่า ไม่ได้แต่งวันนี้พรุ่งนี้เลยเสียหน่อย ก่อนแต่งงานยังไงก็รู้จักกันอยู่แล้ว ปู่กับย่า ครอบครัวของทางนั้นก็แต่งงานผ่านการแนะนำของแม่สื่อชีวิตก็มีความสุขดี ครองคู่กันมาจนแก่เฒ่ารักกันจนตายจาก ขนาดอีกฝ่ายจากไปแล้วก็ยังไม่มีใครใหม่เลย ตัวอย่างของคนที่เลือกคู่เองแล้วไม่รอดก็มีให้เห็น มิงค์คิดถูกแล้วล่ะ”
คำพูดของมิ่งขวัญทำให้อานัสยิ้มน้อยๆ เขาเป็นคนที่ไม่ยอมถูกบิดาบังคับให้แต่งงาน และเลือกแต่งกับแม่ของลูกซึ่งเป็นนางเอกดาวค้างฟ้า แต่ก็ไปกันไม่รอดอย่างที่บิดาบอก เจ้าตัวไปมีชีวิตเฉิดฉายที่ต่างประเทศกับสามีใหม่ ส่วนเขาทำงานที่ตัวเองชอบต่อที่ไทย งานนี้คนเป็นพ่อเลยไม่กล้าบอกลูกสาวว่าให้คิดดีๆ ก่อนจะแต่งงาน
มีเพียงเมธาวินเท่านั้นที่เข้ายังนั่งรอคุยกับน้องสาว หลังจากที่มิ่งขวัญและอานัสลุกขึ้นไปพักผ่อนกันแล้ว
“ทำไมถึงไม่ปฏิเสธเรื่องแต่งงาน”
“มิงค์เบื่อที่จะเป็นข่าวแล้ว พี่มาร์คล่ะคะ ตอนปู่ให้แต่งงานทำไมไม่ปฏิเสธ”
“มันไม่เหมือนกัน”
คนเป็นน้องเอามือปิดปาก เพิ่งคิดว่าจะไม่แตะต้องเรื่องนี้ไปนี่นา
“จริงๆ มิงค์คิดว่าเขาน่าจะโอเคด้วย ก็ไม่แย่นะคะ มิงค์ไม่ได้มีใคร ปู่บอกหมั้นเป็นเดือนกว่าจะได้แต่งงาน ต้องมีเวลาเรียนรู้กัน เขาก็เข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้มิงค์ด้วย คนที่ควรหนักใจน่าจะเป็นเขามากกว่า”
มนัสวีร์ไม่กลัวเลยว่าจะเข้ากันไม่ได้ เพราะว่าถ้าเขาเป็นเนื้อคู่ยังไงก็ต้องเข้ากันได้ เธอไม่สนใจติดตามหาเขาเลย เพียงแค่ฟังจากที่ได้ยินมาเธอก็พร้อมกับการนัดเจอระหว่างสองครอบครัวในวันพรุ่งนี้แล้ว ถ้าเกิดว่าตอนนั้นไม่โอเคเธอก็ยังเปลี่ยนใจได้ หญิงสาวคิดเช่นนั้น
มันอาจจะตื้นเขินที่ดูเชื่อจินตนาการ แต่พรุ่งนี้เธอก็จะได้เห็นความจริงแล้วรับรู้ว่ามันจะเป็นไปได้ไหม
เดี๋ยวได้รู้กัน
“เอ่อ พี่มาร์ค พี่เองก็รู้จักคนเยอะ ให้คนสืบหน่อยสิคะว่านิสัยเขาผ่านไหมถ้าจะมาเป็นสามีของมิงค์” เธอบอกพี่ชาย
“ถ้ามองโดยรวมก็ผ่าน ไม่เคยได้ยินข่าวไม่ดีนะ”
“พี่มาร์ครู้จักเขาเหรอคะ”
“อืม”
ถ้าคนอย่างพี่ชายเธอบอกว่าผ่านก็คือผ่าน
งั้นมนัสวีร์ไปต่อไม่รอแล้วนะ...
หญิงสาวแยกกับพี่ชาย แล้วแชตไปสั่งพวงมาลัยตรงร้านด้านล่างของวัดหลวงพ่อทันใจ เธอขอข้อมูลการติดต่อจากแม่ค้ามาเพราะคิดว่าตอนไปไหว้แล้วติดสินบนท่านล่วงหน้าไปแล้ว ตอนที่ท่านประทานมาให้แล้วก็ควรจะถวายพวงมาลัยแทนคำขอบคุณสักสามพันพวง
สั่งของแล้วก็โอนเงินและส่งคำถวายให้แม่ค้าดำเนินการแทนเธอด้วย เรียกได้ว่าการถวายพวงมาลัยในครั้งนี้เป็นการมัดจำไว้ก่อน ส่วนฝั่งฮ่องกงนั้น ถ้าเจอคุณเบนจามินของเธอแล้วพบว่าเขาเป็นคนที่ใช่มนัสวีร์จะรีบเดินทางไปแก้บนอีกครึ่งหนึ่งโดยไม่รีรอ
พอจัดการกับปัญหาแล้ว มนัสวีร์ก็ละทางโลก หนีไปดูซีรีย์โรแมนติกคอเมดี เพื่อเป็นการพักผ่อน ช่วงนี้เธอไม่ค่อยเปิดโทรศัพท์ไม่อยากเล่นโซเชียลเพราะส่องไปส่องมาเดี๋ยวเจอข่าวตัวเอง หรือเจอเพจดังแซะเกี่ยวกับครอบครัวตัวเองให้เสียสุขภาพจิต ตอนนี้เธอจึงไม่ติดโทรศัพท์และไม่คุยกับใคร นอกจากแชตกลุ่มที่เพื่อนส่งกำลังใจมาให้แล้วเธอก็แทบจะไม่เข้าไปอ่าน เพราะอย่างนี้เธอเลยไม่พยายามค้นหาตัวตนหรือข่าวของเบนจามินเลย เธอเชื่อมั่นในตัวของพี่ชายมาก ถ้าพี่ชายบอกว่าโอเค แปลว่าโอเคจริงๆ ปกติพี่เขาหวงเธอจะตาย ถ้าคนนั้นเป็นคนไม่ดี เขาคงห้าม
อีกอย่างหนึ่ง เธอคิดว่าอย่างไรพรุ่งนี้ก็จะได้เจอกันอยู่แล้ว ตอนนั้นเธอจะรู้เองว่าเขาเป็นคนที่ใช่หรือเปล่า หญิงสาวเลยไม่ตัดสินใจที่จะตามไปค้นหาดูหน้าตาของเขา ทั้งที่จริงก็อยากรู้ว่าเขาจะเป็นยังไงแต่เพราะกำลังหลอนกับโลกออนไลน์เธอจึงไม่ทำ
เธอไม่รู้เลยว่าการไม่ยอมใช้โซเชียลสนองความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองนั้นจะทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆ ตามมามากมาย...